Last updated: 21 ก.ย. 2569 | 6 จำนวนผู้เข้าชม |
บ้านสามวัย | ดูแลสุขภาพทุกคนในครอบครัว
เรื่องราวของครอบครัวใหญ่ในปากเกร็ดที่ต้องผลัดกันป่วยเกือบทั้งเดือน เพราะเชื้อหวัดจากโรงเรียนอนุบาลเดินทางไปถึงห้องนอนของคุณย่า และแนวทางฆ่าเชื้อทั้งบ้านที่ช่วยให้ทุกวัยกลับมาหายใจได้อย่างสบายใจ
คุณจันทร์เพ็ญ อายุสามสิบแปดปี เป็นพยาบาลวิชาชีพที่คลินิกเอกชนแห่งหนึ่งในนนทบุรี เธออาศัยอยู่ในบ้านเดี่ยวสองชั้นในหมู่บ้านย่านปากเกร็ดกับสามี ลูกสาววัยเจ็ดขวบ ลูกชายวัยสามขวบ และพ่อแม่ของสามี คุณปู่วัยเจ็ดสิบสี่ปีเป็นเบาหวานและความดันสูง ส่วนคุณย่าวัยเจ็ดสิบปีเป็นโรคหอบหืดมาตั้งแต่สาว ๆ บ้านหลังนี้จึงมีคนสามรุ่นอยู่ร่วมกันใต้หลังคาเดียว ซึ่งเป็นภาพที่คุ้นตาของครอบครัวไทยจำนวนมาก
ชีวิตในบ้านหลายวัยมีความอบอุ่นที่หาได้ยาก คุณย่าช่วยดูแลหลานตอนพ่อแม่ไปทำงาน คุณปู่ชอบพาหลานชายไปรดน้ำต้นไม้หน้าบ้านทุกเช้า ตอนเย็นทุกคนนั่งกินข้าวพร้อมกันที่โต๊ะตัวใหญ่ในห้องครัว แต่ความใกล้ชิดนี้เองก็มีอีกด้านหนึ่งที่คุณจันทร์เพ็ญรู้ดีในฐานะพยาบาล นั่นคือเมื่อใครคนหนึ่งป่วย เชื้อโรคก็เดินทางไปถึงทุกคนได้เร็วมาก
เรื่องเริ่มจากเช้าวันจันทร์ต้นเดือนกรกฎาคม ลูกชายคนเล็กกลับจากโรงเรียนอนุบาลพร้อมอาการน้ำมูกไหลและไอเล็กน้อย ครูแจ้งว่ามีเด็กในห้องเป็นหวัดหลายคน สองวันต่อมาลูกสาวคนโตก็เริ่มมีไข้ ตามด้วยสามีที่ต้องลางานไปสองวัน คุณจันทร์เพ็ญพยายามแยกเด็ก ๆ ให้นอนห้องเดียวกันชั้นบน ใส่หน้ากากอนามัยตอนดูแลลูก และเช็ดลูกบิดประตูด้วยแอลกอฮอล์ทุกเย็น
แต่ในบ้านที่ทุกคนใช้ห้องน้ำร่วมกัน นั่งโซฟาตัวเดียวกัน ใช้รีโมตทีวีอันเดียวกัน และคุณย่าก็ยังคงอุ้มหลานชายที่งอแงเพราะไม่สบาย การแยกเชื้อจึงแทบเป็นไปไม่ได้ ปลายสัปดาห์ที่สอง คุณย่าเริ่มไอหนักขึ้นเรื่อย ๆ อาการหอบกำเริบจนต้องพาไปพบแพทย์กลางดึก คุณปู่เริ่มมีไข้ต่ำและอ่อนเพลียจนระดับน้ำตาลในเลือดแกว่ง และสุดท้ายคุณจันทร์เพ็ญเองก็ล้มป่วยเป็นคนสุดท้ายของบ้าน
กว่าทุกคนจะหายดีก็เกือบหนึ่งเดือนเต็ม และที่น่าหงุดหงิดที่สุดคือ เพียงสองสัปดาห์หลังจากนั้น ลูกชายก็กลับมามีน้ำมูกอีกรอบ ความกังวลว่าวงจรเดิมจะเริ่มใหม่ทำให้ทั้งบ้านตึงเครียด คุณย่าถึงกับพูดเบา ๆ ว่า "ย่าคงต้องย้ายไปนอนที่บ้านป้าสักพักแล้วมั้ง" ประโยคนั้นทำให้คุณจันทร์เพ็ญใจหาย เพราะเธอไม่อยากให้เชื้อโรคมาแยกครอบครัวของเธอออกจากกัน
บ้านที่มีหลายรุ่นอยู่ด้วยกันคือจุดที่คนซึ่งมีภูมิคุ้มกันแตกต่างกันมากที่สุดมาใช้ชีวิตร่วมกัน เด็กเล็กเป็นกลุ่มที่รับเชื้อเข้ามาบ่อยที่สุดจากโรงเรียนและสนามเด็กเล่น ผู้ใหญ่วัยทำงานรับเชื้อจากที่ทำงาน รถไฟฟ้า และห้างสรรพสินค้า ส่วนผู้สูงอายุคือกลุ่มที่ร่างกายรับมือกับเชื้อได้ยากที่สุด
สำหรับเด็กที่แข็งแรง ไข้หวัดมักหายได้เองภายในหนึ่งสัปดาห์ แต่เมื่อเชื้อเดียวกันไปถึงผู้สูงอายุ โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัวอย่างเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ หรือหอบหืด อาการอาจรุนแรงกว่ามาก บางรายเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างหลอดลมอักเสบหรือปอดอักเสบ บางรายโรคประจำตัวกำเริบจนต้องปรับยาหรือนอนโรงพยาบาล ในทางกลับกัน เด็กเล็กและทารกก็เปราะบางต่อเชื้อที่ผู้ใหญ่นำกลับมาจากข้างนอกเช่นกัน
เมื่อคนป่วยทีละคนต่อเนื่องกันทั้งเดือน ค่าใช้จ่ายก็สะสมตาม ทั้งค่าหมอ ค่ายา ค่าเดินทางไปโรงพยาบาล รายได้ที่หายไปจากการลางาน และค่าจ้างคนมาช่วยดูแลเด็กในวันที่ทั้งพ่อและแม่ป่วยพร้อมกัน สำหรับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ หากต้องนอนโรงพยาบาลเพียงไม่กี่คืน ค่าใช้จ่ายอาจสูงกว่าที่หลายคนคาดไว้
ในบ้านหลายวัย คนที่เพิ่งหายป่วยมักต้องลุกขึ้นมาดูแลคนที่เพิ่งเริ่มป่วยต่อทันที ไม่มีช่วงเวลาได้ฟื้นตัวเต็มที่ พ่อแม่วัยทำงานต้องสลับกันลางาน เด็กขาดเรียน และงานบ้านก็กองรออยู่ทุกวัน
สิ่งที่มักไม่ถูกพูดถึงคือบาดแผลทางใจ พ่อแม่รู้สึกผิดที่ลูกนำเชื้อกลับมาติดปู่ย่า ผู้สูงอายุรู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระ บางบ้านเริ่มมีการโทษกันว่าใครเป็นต้นเหตุ ทั้งที่ความจริงไม่มีใครผิดเลย เชื้อโรคแค่หาทางไปได้ง่ายเกินไปในบ้านที่ทุกคนรักและใกล้ชิดกัน
เชื้อโรคบางชนิดสามารถอยู่บนพื้นผิวและในอากาศภายในบ้านได้ระยะหนึ่ง ทั้งบนโซฟา ผ้าม่าน หมอน ตุ๊กตาของเด็ก และในห้องที่อากาศถ่ายเทไม่ดี ประกอบกับอากาศร้อนชื้นในช่วงหน้าฝนที่เอื้อต่อการเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย บ้านจึงอาจกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อที่คอยส่งต่อให้คนในบ้านได้อีกรอบ
หลายครอบครัวไม่ทันสังเกตว่าบ้านของตัวเองกลายเป็นวงจรส่งต่อเชื้อ จนกระทั่งทุกคนป่วยไปแล้ว ลองสำรวจดูว่าบ้านของคุณมีสัญญาณเหล่านี้หรือไม่
หากพบหลายข้อพร้อมกัน นั่นคือสัญญาณว่าถึงเวลาที่ควรดูแลสภาพแวดล้อมของบ้านทั้งหลังอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงแค่รักษาอาการของแต่ละคนไปทีละรอบ
ด้วยความที่เป็นพยาบาล คุณจันทร์เพ็ญทำทุกอย่างที่ควรทำตามหลักสุขอนามัยพื้นฐาน แต่เธอก็พบว่าในบ้านจริงที่มีคนเจ็ดคน มาตรการเหล่านี้มีข้อจำกัดที่ชัดเจน
การเช็ดจุดที่มือสัมผัสบ่อยเป็นเรื่องที่ดีและควรทำต่อไป แต่ในบ้านทั้งหลังมีพื้นผิวหลายร้อยจุด ตั้งแต่ราวบันได สวิตช์ไฟ ของเล่น ไปจนถึงผ้าม่านและโซฟาผ้าที่เช็ดแอลกอฮอล์ไม่ได้ และเมื่อทุกคนเหนื่อยจากการดูแลคนป่วย การเช็ดก็มักหลุดไปบางวัน
การแยกห้องช่วยลดการสัมผัสใกล้ชิดได้จริง แต่บ้านส่วนใหญ่มีห้องน้ำและพื้นที่ส่วนกลางใช้ร่วมกัน เด็กเล็กที่ป่วยก็ต้องการคนดูแลตลอดเวลา และแอร์ในบ้านก็หมุนเวียนอากาศเดิมอยู่ในห้องที่ปิดสนิท
หน้ากากช่วยลดการแพร่เชื้อผ่านละอองจากการไอจาม แต่เด็กสามขวบไม่ยอมใส่ ผู้สูงอายุที่หอบหืดใส่นาน ๆ แล้วหายใจไม่สะดวก และไม่มีใครใส่หน้ากากตอนนอนหรือตอนกินข้าว
การระบายอากาศเป็นสิ่งที่ดี แต่ในช่วงหน้าฝนที่ความชื้นสูง หรือวันที่ฝุ่นละอองภายนอกมีค่าสูง การเปิดหน้าต่างทั้งวันอาจทำให้คุณย่าที่เป็นหอบหืดมีอาการมากขึ้น และบ้านในเมืองก็ไม่ได้มีลมพัดผ่านเสมอไป
สเปรย์ฆ่าเชื้อที่หาซื้อได้ทั่วไปใช้ได้ดีกับพื้นผิวบางจุด แต่ถ้าพ่นกระจายทั้งบ้าน กลิ่นสารเคมีอาจระคายเคืองทางเดินหายใจของผู้สูงอายุและเด็ก ซึ่งเป็นกลุ่มที่เราต้องการปกป้องมากที่สุด อีกทั้งละอองสเปรย์ก็ไม่ได้เข้าไปถึงเนื้อผ้าของหมอน ที่นอน หรือตุ๊กตา
เครื่องฟอกอากาศช่วยกรองฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้ แต่การจะวางให้ครบทุกห้องมีค่าใช้จ่ายสูง ต้องเปลี่ยนแผ่นกรองเป็นประจำ และไม่ได้จัดการกับเชื้อที่เกาะอยู่บนพื้นผิวหรือในเนื้อผ้า
มาตรการทั้งหมดนี้ยังควรทำต่อไป เพราะแต่ละอย่างช่วยลดความเสี่ยงได้ในระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่ยังขาดคือการ "รีเซ็ต" สภาพแวดล้อมทั้งบ้านให้สะอาดพร้อมกันในคราวเดียว เพื่อไม่ให้เชื้อที่ค้างอยู่ตามซอกมุมย้อนกลับมาหาคนในบ้านอีก
คุณจันทร์เพ็ญได้ยินเรื่องการอบโอโซนจากเพื่อนร่วมงานที่คลินิก ซึ่งเคยเห็นโรงพยาบาลใช้การฆ่าเชื้อด้วยโอโซนในการดูแลพื้นที่ต่าง ๆ เธอจึงค้นข้อมูลต่อและพบบริการของ World Health Disinfection ที่ออกแบบมาสำหรับบ้านพักอาศัยโดยเฉพาะ สิ่งที่ทำให้เธอสนใจในฐานะคนที่ทำงานด้านสุขภาพ คือหลักการที่ไม่ทิ้งสารเคมีไว้ในบ้านที่มีทั้งเด็กเล็กและผู้สูงอายุ
โอโซน หรือ O3 เป็นก๊าซที่มีฤทธิ์ออกซิไดซ์สูง บริการของ WHD ผลิตโอโซนจากเครื่อง Master Ozone Generator แล้วปล่อยให้กระจายทั่วพื้นที่ โอโซนจะเข้าไปทำลายเชื้อโรคในระดับโมเลกุล ทั้งไวรัส รวมถึง SARS-CoV-2 แบคทีเรียมากกว่า 99.9% และสปอร์เชื้อรา พร้อมช่วยลดสารก่อภูมิแพ้และกลิ่นอับในบ้าน หลังจากทำงานเสร็จ โอโซนจะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน หรือ O2 ตามธรรมชาติ ไม่มีสารเคมีตกค้างบนหมอนของเด็ก ที่นอนของคุณย่า หรือโต๊ะกินข้าวของครอบครัว
ข้อดีที่สำคัญสำหรับบ้านหลายวัยคือ โอโซนเป็นก๊าซที่เข้าถึงทุกซอกมุม ทั้งในเนื้อผ้าโซฟา ผ้าม่าน ที่นอน ตุ๊กตาผ้า ใต้เตียง หลังตู้ และช่องที่การเช็ดหรือการพ่นเข้าไม่ถึง โดยไม่ทำให้สิ่งใดเปียกชื้น และไม่ทำให้เฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหาย
ตามข้อมูลในหน้าบริการ Master Ozone Generator ผ่านการรับรองและทดสอบโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ Intertek จากสหราชอาณาจักร ซึ่งผลทดสอบระบุว่ามีประสิทธิภาพสูงกว่าวิธีมาตรฐานทั่วไปถึงสิบเท่า และ WHD ยังให้บริการแก่โรงพยาบาล โรงเรียน โรงแรมห้าดาว สำนักงาน และโรงงาน รวมกว่า 300 องค์กร
ความปลอดภัยสำหรับทุกวัย: ระหว่างการอบโอโซน ทุกคนในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ เด็ก สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้ ต้องออกจากพื้นที่ ช่างเทคนิคของ WHD เป็นผู้ควบคุมเครื่องตลอดเวลา และจะเปิดระบายอากาศหลังช่วงหยุดระบบก่อนให้ทุกคนกลับเข้าไป ครอบครัวที่มีผู้สูงอายุควรเตรียมที่นั่งพักสบาย ๆ นอกบ้านไว้ล่วงหน้า
ข้อควรเข้าใจ: การอบโอโซนช่วยฆ่าเชื้อที่สะสมอยู่ในบ้าน แต่ไม่ได้ทำให้คนในบ้านมีภูมิต้านทานต่อเชื้อใหม่ที่นำเข้ามาภายหลัง จึงควรทำควบคู่กับการล้างมือ การดูแลสุขภาพ และคำแนะนำของแพทย์เสมอ
"ในฐานะพยาบาล สิ่งที่เรากังวลที่สุดคือสารเคมีตกค้าง เพราะคุณย่าเป็นหอบหืดและลูกคนเล็กยังชอบเอาของเข้าปาก พอทีม WHD อธิบายว่าโอโซนสลายกลับเป็นออกซิเจน และขอให้ทุกคนออกจากบ้านระหว่างอบ เราก็รู้สึกว่านี่คือทีมที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยจริง ๆ ไม่ได้พูดเกินจริง
วันที่ทำ เราพาคุณปู่คุณย่ากับเด็ก ๆ ไปกินก๋วยเตี๋ยวร้านประจำในหมู่บ้าน ทีมงานไล่อบทีละห้องทั้งสองชั้น พอกลับมา ห้องนอนลูกที่เคยอับจากตุ๊กตาเต็มตู้ก็สดชื่นขึ้นชัดเจน ห้องนั่งเล่นหายกลิ่นชื้น และคุณย่าบอกว่าหายใจโล่งกว่าเดิม
ตอนนี้เรานัดทำเป็นรอบ ๆ ช่วงเปิดเทอมและหน้าฝน และทุกครั้งหลังจากมีคนในบ้านป่วย มันไม่ได้แปลว่าจะไม่มีใครเป็นหวัดอีกเลย เด็กไปโรงเรียนก็ต้องมีป่วยบ้าง แต่เราไม่เห็นภาพป่วยต่อกันทั้งบ้านเป็นเดือน ๆ แบบครั้งนั้นอีก ที่สำคัญที่สุดคือคุณย่ายังอยู่กับเรา ไม่ต้องย้ายไปไหนค่ะ"
— คุณจันทร์เพ็ญ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
การอบโอโซนจะให้ผลดีที่สุดเมื่อเป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลสุขภาพของครอบครัวที่ทุกคนร่วมมือกัน ต่อไปนี้คือแนวทางที่ครอบครัวของคุณจันทร์เพ็ญใช้อยู่ในปัจจุบัน
ให้ทีม World Health Disinfection ช่วยรีเซ็ตความสะอาดทั้งบ้านด้วยบริการโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีต่อพื้นที่ ไร้สารเคมีตกค้าง อ่อนโยนต่อบ้านที่มีทั้งผู้สูงอายุและเด็กเล็ก
ดูบริการและราคา ฆ่าเชื้อบ้านทั้งครอบครัว คลิกที่นี่
โทร 065-556-6294 | LINE @whd268 | อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com
โปรโมชั่นพิเศษ: ใช้บริการตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับฟรีบริการพ่นฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ด้วย CHEMGENE HLD4H จากสหราชอาณาจักร
หลังจากช่วงหยุดระบบ ช่างเทคนิคจะเปิดระบายอากาศและแจ้งเมื่อพื้นที่พร้อมให้กลับเข้าไป ระหว่างการอบทุกคนต้องอยู่นอกพื้นที่ หากผู้สูงอายุมีโรคประจำตัวทางเดินหายใจ แนะนำให้แจ้งทีมงานล่วงหน้า และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ประจำตัวด้วย
ช่วงที่เหมาะที่สุดคือหลังจากทุกคนหายป่วยแล้ว เพื่อฆ่าเชื้อที่สะสมอยู่ในบ้านทั้งหลังในคราวเดียว เพราะระหว่างการอบ ทุกคนรวมถึงผู้ป่วยต้องออกจากพื้นที่ ซึ่งอาจไม่สะดวกสำหรับคนที่ยังไม่สบาย
ไม่จำเป็น วางไว้ในห้องได้ตามปกติ โอโซนเป็นก๊าซที่เข้าถึงเนื้อผ้าได้โดยไม่ทำให้เปียก และไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง จึงเหมาะกับของใช้ที่เด็กสัมผัสใกล้ชิดทุกวัน
ไม่ใช่ การอบโอโซนช่วยฆ่าเชื้อที่อยู่ในบ้านขณะทำ แต่คนในบ้านยังรับเชื้อใหม่จากภายนอกได้เสมอ จึงควรทำควบคู่กับการล้างมือ การดูแลสุขภาพ และคำแนะนำของแพทย์ เพื่อลดโอกาสที่เชื้อจะแพร่ต่อกันภายในบ้าน
แต่ละพื้นที่ใช้เวลาประมาณ 30 นาที บ้านที่มีหลายห้องจะใช้เวลารวมมากขึ้นตามจำนวนพื้นที่ ทีมงานจะประเมินและแจ้งเวลาโดยประมาณให้ทราบก่อน เพื่อให้ครอบครัววางแผนออกไปทำกิจกรรมข้างนอกได้
หลายครอบครัวเลือกทำช่วงเปิดเทอม ช่วงหน้าฝน และหลังจากมีคนในบ้านป่วย สามารถปรึกษาทีมงานเพื่อวางรอบการดูแลที่เหมาะกับบ้านของคุณได้
#ฆ่าเชื้อบ้านหลายวัย #โอโซนฆ่าเชื้อ #อบโอโซนบ้าน #ฆ่าเชื้อในบ้าน #บ้านสามวัย #ดูแลผู้สูงอายุ #กำจัดกลิ่นอับ #เครื่องโอโซน #WorldHealthDisinfection
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง: ฆ่าเชื้อบ้านหลายวัย, หวัดติดกันทั้งบ้าน, ฆ่าเชื้อบ้านหลังป่วย, อบโอโซนบ้านที่มีผู้สูงอายุ, ฆ่าเชื้อบ้านที่มีเด็กเล็ก, โอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย, บริการอบโอโซน นนทบุรี