อบโอโซนก่อนขายบ้าน: เมื่อกลิ่นที่เจ้าของบ้านไม่ได้กลิ่น กลายเป็นเหตุผลที่ผู้ซื้อกดราคา

Last updated: 21 ก.ย. 2569  |  7 จำนวนผู้เข้าชม  | 

อบโอโซนก่อนขายบ้าน: เมื่อกลิ่นที่เจ้าของบ้านไม่ได้กลิ่น กลายเป็นเหตุผลที่ผู้ซื้อกดราคา

เตรียมบ้านก่อนขาย | Home Staging ด้วยอากาศที่สะอาด

อบโอโซนก่อนขายบ้าน: เมื่อกลิ่นที่เจ้าของบ้านไม่ได้กลิ่น กลายเป็นเหตุผลที่ผู้ซื้อกดราคา

เรื่องจริงของการขายทาวน์โฮมหลังหนึ่งที่ผู้ซื้อเดินเข้ามาไม่ถึงห้านาทีก็ขอลดราคา และวิธีที่เปลี่ยนบรรยากาศของบ้านทั้งหลังให้พร้อมต้อนรับผู้ซื้อภายในครึ่งชั่วโมง โดยไม่ต้องพึ่งน้ำหอมหรือสารเคมีใด ๆ

ทาวน์โฮมที่บางเขน กับผู้ซื้อที่ยิ้มไม่ออก

คุณวรรณา อายุสี่สิบห้าปี เป็นพนักงานบัญชีในบริษัทขนส่งแห่งหนึ่ง เธอได้รับมรดกเป็นทาวน์โฮมสามชั้นในซอยแถวบางเขนจากคุณพ่อซึ่งเสียชีวิตไปเมื่อต้นปี บ้านหลังนี้เป็นที่ที่เธอเติบโตมา แต่ตอนนี้เธอย้ายไปอยู่คอนโดใกล้ที่ทำงานกับสามีและลูกสาวแล้ว พี่น้องทุกคนจึงตกลงกันว่าจะขายบ้านแล้วนำเงินมาแบ่งกันอย่างยุติธรรม

บ้านหลังนี้ไม่ได้เก่าจนทรุดโทรม โครงสร้างแข็งแรง หลังคาไม่รั่ว ทำเลก็ดี ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียว มีตลาดและโรงเรียนอยู่ใกล้ ๆ นายหน้าที่เธอติดต่อไว้ประเมินว่าน่าจะขายได้ในราคาที่น่าพอใจ ถ้าจัดบ้านให้ดูสะอาดตาและถ่ายรูปสวย ๆ ลงประกาศ

คุณวรรณาทำตามทุกอย่าง เธอจ้างคนมาทาสีผนังใหม่ ขัดพื้นไม้ ซ่อมก๊อกน้ำที่หยด เปลี่ยนหลอดไฟเป็นแสงโทนอุ่น และย้ายเฟอร์นิเจอร์เก่าที่รกออกไปจนบ้านดูโปร่งขึ้นมาก รูปที่ลงในเว็บไซต์ประกาศขายบ้านดูดีจนมีคนโทรมานัดชมบ้านในสัปดาห์แรกถึงห้าราย

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนัดชมกลับไม่เป็นอย่างที่คิด ครอบครัวแรกเป็นคู่สามีภรรยาวัยสามสิบกว่าที่มีลูกเล็กสองคน ทันทีที่ประตูบ้านเปิด ภรรยาก็เอามือป้องจมูกแวบหนึ่งแล้วรีบเอาลง เธอเดินดูชั้นล่างอย่างรวดเร็ว ขึ้นไปชั้นสองได้ไม่นานก็บอกว่าลูกเริ่มไอ ขอตัวลงมารอข้างนอก ก่อนกลับ สามีเดินมาคุยกับนายหน้าเบา ๆ ว่า "บ้านดีนะครับ แต่กลิ่นแรงมาก น่าจะต้องรื้อเปลี่ยนอะไรอีกเยอะ ถ้าลดได้อีกสักสามแสนก็อาจจะพิจารณา"

คุณวรรณางงมาก เพราะตัวเธอเองแทบไม่ได้กลิ่นอะไรเลย เธอเดินเข้าออกบ้านหลังนี้มาตั้งแต่เด็ก จมูกของเธอคุ้นชินกับกลิ่นของบ้านจนไม่รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ จนกระทั่งเพื่อนสนิทที่มาช่วยจัดบ้านพูดตรง ๆ ว่า "วรรณ บ้านมีกลิ่นบุหรี่ฝังอยู่ในผ้าม่านกับโซฟานะ แล้วห้องชั้นสามก็อับชื้นเหมือนตู้เสื้อผ้าที่ไม่ได้เปิดมานาน"

คุณพ่อของเธอสูบบุหรี่ในบ้านมาเกือบสามสิบปี แม้จะเลิกไปได้ห้าปีก่อนเสียชีวิต แต่กลิ่นควันได้ซึมลึกเข้าไปในผ้าม่าน เบาะโซฟา ฝ้าเพดาน และแม้กระทั่งในท่อแอร์ ส่วนชั้นสามที่ปิดไว้เป็นห้องเก็บของหลายปีก็มีคราบเชื้อราตามมุมห้องที่มองไม่ค่อยเห็น เมื่อบ้านถูกปิดทิ้งไว้หลายเดือนระหว่างรอขาย กลิ่นทั้งหมดก็ยิ่งสะสมจนหนาแน่นขึ้นทุกวัน

ภายในสองสัปดาห์ มีผู้เข้าชมบ้านเจ็ดราย สามรายขอต่อราคาโดยยกเรื่องกลิ่นขึ้นมาอ้างตรง ๆ อีกสองรายหายเงียบไปหลังจากมาดูบ้าน และนายหน้าเริ่มแนะนำให้คุณวรรณาลดราคาตั้งขายลง เพื่อให้บ้านขายออกเร็วขึ้น

ทำไมกลิ่นในบ้านถึงมีพลังมากกว่าที่คิดในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์

การซื้อบ้านหรือคอนโดเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิตของคนส่วนมาก ผู้ซื้อไม่ได้ดูเพียงแค่จำนวนห้องหรือขนาดพื้นที่ใช้สอย แต่กำลังพยายามจินตนาการว่าตัวเองและครอบครัวจะใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังนั้นอย่างไร และประสาทสัมผัสที่มีผลต่อความรู้สึกแรกได้เร็วที่สุดอย่างหนึ่งก็คือการได้กลิ่น

ภาพถ่ายสวย ๆ อาจดึงผู้ซื้อให้มาถึงหน้าประตูได้ แต่กลิ่นที่ลอยมาทันทีที่ประตูเปิดจะเป็นตัวตัดสินว่าผู้ซื้อจะอยากอยู่ต่ออีกสิบนาทีหรือรีบหาข้ออ้างกลับ กลิ่นบุหรี่ กลิ่นอับชื้น กลิ่นสัตว์เลี้ยง หรือกลิ่นอาหารที่ฝังอยู่ในผนัง ล้วนส่งสัญญาณบางอย่างไปถึงผู้ซื้อ ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม

ผลกระทบด้านเงิน: กลิ่นกลายเป็นข้อต่อรองราคา

เมื่อผู้ซื้อได้กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ สิ่งที่อยู่ในหัวของเขาไม่ใช่แค่ "บ้านนี้เหม็น" แต่คือการคำนวณว่าต้องเสียเงินอีกเท่าไรเพื่อแก้ปัญหา ต้องเปลี่ยนผ้าม่านไหม ต้องทิ้งเฟอร์นิเจอร์ที่ติดมากับบ้านหรือเปล่า ต้องล้างแอร์ทั้งหลัง ต้องรื้อฝ้าหรือไม่ และที่น่ากลัวที่สุดคือ กลิ่นอับชื้นอาจหมายถึงปัญหาความชื้นในโครงสร้างที่ซ่อนอยู่ ผู้ซื้อจึงมักตีมูลค่าความเสี่ยงเหล่านี้ให้สูงไว้ก่อนแล้วนำมาหักจากราคาที่เสนอ

ในกรณีของคุณวรรณา ตัวเลขที่ผู้ซื้อขอลดสูงกว่าค่าใช้จ่ายในการจัดการกลิ่นจริงหลายเท่าตัว แต่ผู้ซื้อไม่มีทางรู้ข้อนี้ เพราะเขาเห็นเพียงความไม่แน่นอน และความไม่แน่นอนมักถูกแปลงเป็นส่วนลดเสมอ

ผลกระทบด้านเวลา: บ้านที่ค้างอยู่ในตลาดนานขึ้น

ทุกเดือนที่บ้านยังขายไม่ออก เจ้าของต้องจ่ายค่าส่วนกลาง ค่าน้ำค่าไฟขั้นต่ำ ค่าดูแลความสะอาด และสำหรับบางคนยังมีค่างวดสินเชื่อที่ต้องผ่อนต่อไป ยิ่งประกาศขายค้างอยู่นาน ผู้ซื้อรายใหม่ก็ยิ่งสงสัยว่าบ้านมีปัญหาอะไรหรือเปล่า และนายหน้าก็มักเริ่มแนะนำให้ลดราคา กลายเป็นวงจรที่เสียทั้งเงินและเวลา

ผลกระทบด้านสุขภาพและความรู้สึกของผู้เข้าชม

ผู้ซื้อหลายคนพาเด็กเล็กหรือพ่อแม่สูงอายุมาดูบ้านด้วย คนกลุ่มนี้มักไวต่อกลิ่นและสิ่งที่ลอยอยู่ในอากาศ ฝุ่นที่สะสม สปอร์เชื้อรา และสารตกค้างจากควันบุหรี่ที่เรียกกันว่าควันบุหรี่มือสามอาจทำให้เกิดอาการไอ จาม คัดจมูก ระคายเคืองตา หรือแน่นหน้าอกในคนที่เป็นภูมิแพ้และหอบหืด เมื่อลูกไอในบ้านที่พ่อแม่กำลังจะตัดสินใจซื้อ ความรู้สึกแรกของพวกเขาต่อบ้านหลังนั้นย่อมเปลี่ยนไปในทันที

ผลกระทบด้านชื่อเสียงของผู้ขายและนายหน้า

สำหรับนายหน้าหรือเจ้าของที่ขายบ้านหลายหลัง การพาลูกค้ามาดูบ้านที่มีกลิ่นไม่ดีบ่อยครั้งอาจทำให้ลูกค้าเริ่มไม่เชื่อในรูปถ่ายหรือคำบรรยายในประกาศ ความน่าเชื่อถือที่เสียไปนั้นเรียกคืนได้ยากกว่ากลิ่นเสียอีก

ผลกระทบด้านความสัมพันธ์ในครอบครัว

บ้านมรดกที่ขายไม่ออกหรือต้องลดราคาลงมาก มักกลายเป็นเรื่องที่ทำให้พี่น้องเริ่มมีความเห็นไม่ตรงกัน คนหนึ่งอยากลดราคาเพื่อให้จบเร็ว อีกคนอยากรอราคาดี ๆ คุณวรรณาเล่าว่าช่วงนั้นเธอเครียดจนนอนไม่หลับ เพราะรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนรับผิดชอบการขายแต่กลับทำได้ไม่ดี

วิธีแก้ที่ใคร ๆ ก็ลอง แต่ทำไมผู้ซื้อยังได้กลิ่นอยู่ดี

ก่อนจะมาเจอทางออกที่ได้ผล คุณวรรณาลองทำมาแทบทุกวิธีที่คนทั่วไปนึกออก และเชื่อว่าเจ้าของบ้านที่กำลังจะขายบ้านหลายคนก็คงเคยลองเช่นเดียวกัน

1. ฉีดสเปรย์ปรับอากาศและจุดเทียนหอมก่อนผู้ซื้อมา

วิธีนี้ง่ายและเร็วที่สุด แต่ก็เป็นวิธีที่ผู้ซื้อจับได้ง่ายที่สุดเช่นกัน กลิ่นหอมที่แรงผิดปกติในบ้านที่ไม่มีคนอยู่ทำให้ผู้ซื้อหลายคนสงสัยทันทีว่าเจ้าของกำลังกลบอะไรบางอย่าง ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อกลิ่นน้ำหอมผสมกับกลิ่นบุหรี่เก่า ผลลัพธ์ที่ได้มักเป็นกลิ่นแปลก ๆ ที่แย่กว่าเดิม และหลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมงกลิ่นหอมจางลง กลิ่นเดิมก็กลับมาให้เห็นชัดขึ้นอีก

2. เปิดหน้าต่างระบายอากาศทั้งวัน

การเปิดหน้าต่างช่วยได้บ้างสำหรับกลิ่นที่ลอยอยู่ในอากาศ แต่กลิ่นที่ฝังอยู่ในเนื้อผ้า เบาะ ฟองน้ำ และฝ้าเพดานไม่ได้หายไปไหน บ้านที่ประกาศขายซึ่งไม่มีคนเฝ้าก็ไม่สามารถเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ได้ทั้งวันด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย

3. เช็ดถูทุกพื้นผิวด้วยน้ำยาทำความสะอาด

การเช็ดถูทำให้พื้นผิวที่มองเห็นสะอาดขึ้นจริง แต่กลิ่นที่ติดทนที่สุดไม่ได้อยู่บนพื้นผิวเรียบ ๆ มันอยู่ในรูพรุนของผ้า ในซอกหลังตู้ ในช่องลมแอร์ ใต้ขอบบัว และในผนังที่เคยดูดซับควันมาหลายปี น้ำยาทำความสะอาดบางชนิดยังทิ้งกลิ่นสารเคมีฉุนไว้ ทำให้ผู้ซื้อที่แพ้ง่ายรู้สึกไม่สบายไปอีกแบบหนึ่ง

4. วางถ่านไม้ไผ่ เบกกิ้งโซดา หรือกาแฟบดไว้ตามมุมห้อง

วิธีธรรมชาติเหล่านี้ดูดกลิ่นได้ในพื้นที่เล็ก ๆ อย่างตู้รองเท้าหรือตู้เย็น แต่สำหรับบ้านสามชั้นที่มีกลิ่นสะสมมาหลายสิบปี มันเปรียบเหมือนการใช้แก้วน้ำตักน้ำออกจากสระ และไม่ได้ช่วยจัดการกับเชื้อราหรือแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นอับเลย

5. ซื้อเครื่องฟอกอากาศมาเปิดทิ้งไว้

เครื่องฟอกอากาศช่วยกรองฝุ่นในอากาศได้ดี แต่ทำงานได้เฉพาะกับอากาศที่ไหลผ่านตัวเครื่อง กลิ่นที่ซึมอยู่ในโซฟาหรือผ้าม่านจะค่อย ๆ ปล่อยออกมาเรื่อย ๆ ตราบใดที่ต้นตอยังอยู่ อีกทั้งเครื่องหนึ่งเครื่องก็ครอบคลุมได้เพียงห้องเดียว

6. รื้อเปลี่ยนทุกอย่างที่มีกลิ่น

บางคนตัดสินใจทิ้งผ้าม่าน โซฟา และพรมทั้งหมด รวมถึงรื้อฝ้าใหม่ วิธีนี้อาจได้ผล แต่ใช้เงินจำนวนมากและใช้เวลาหลายสัปดาห์ ซึ่งสวนทางกับเป้าหมายของการขายบ้านที่ต้องการได้เงินคืนมากที่สุดในเวลาที่เร็วที่สุด

ปัญหาร่วมของทุกวิธีข้างต้นคือ มันแก้ที่อาการ แต่เข้าไม่ถึงต้นตอของกลิ่น ซึ่งก็คือโมเลกุลของสารก่อกลิ่นและจุลินทรีย์ที่ซ่อนตัวอยู่ในทุกซอกมุมของบ้าน

ทางออกที่เข้าถึงต้นตอ: บริการโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยจาก WHD

หลังจากเสียเวลาไปเกือบเดือน เพื่อนร่วมงานของคุณวรรณาซึ่งเคยใช้บริการ World Health Disinfection ตอนย้ายเข้าคอนโดมือสองแนะนำให้ลองอบโอโซนบ้านทั้งหลังก่อนเปิดให้ผู้ซื้อเข้าชมรอบใหม่ คุณวรรณาลังเลอยู่พักหนึ่งเพราะไม่เคยรู้จักวิธีนี้มาก่อน แต่เมื่อได้คุยกับทีมงานและเข้าใจหลักการทำงานก็ตัดสินใจลองทันที

โอโซนทำงานอย่างไร

โอโซน หรือ O3 คือออกซิเจนที่มีอะตอมเพิ่มขึ้นหนึ่งตัว ทำให้มีคุณสมบัติในการออกซิไดซ์สูง เมื่อก๊าซโอโซนกระจายไปทั่วพื้นที่ มันจะเข้าไปทำปฏิกิริยากับโมเลกุลของสารก่อกลิ่นและทำลายเชื้อโรคในระดับโมเลกุล ทั้งไวรัส แบคทีเรีย และสปอร์เชื้อรา หลังจากทำงานเสร็จ โอโซนจะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน หรือ O2 ตามธรรมชาติ จึงไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างไว้ในบ้าน

จุดเด่นที่สำคัญมากสำหรับการเตรียมบ้านก่อนขายคือ โอโซนเป็นก๊าซ มันจึงแทรกซึมเข้าไปในเนื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ ช่องว่างหลังตู้ มุมอับใต้บันได และจุดซ่อนเร้นที่การเช็ดหรือการฉีดพ่นเข้าไม่ถึง โดยไม่ทำให้พื้นผิวเปียกชื้นและไม่ทำให้เฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหาย บ้านที่เพิ่งทาสีใหม่และขัดพื้นเรียบร้อยแล้วจึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีคราบน้ำยาหรือรอยด่าง

Master Ozone Generator เครื่องที่ผ่านการรับรอง

WHD ใช้เครื่อง Master Ozone Generator ซึ่งหน้าบริการระบุว่าผ่านการรับรองและทดสอบโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ของประเทศไทย และ Intertek จากสหราชอาณาจักร โดยผลทดสอบจาก Intertek ระบุว่ามีประสิทธิภาพสูงกว่าวิธีมาตรฐานทั่วไปถึงสิบเท่า เครื่องนี้ควบคุมโดยช่างเทคนิคที่ผ่านการฝึกอบรม ปรับความเข้มข้นให้เหมาะกับขนาดและสภาพของแต่ละพื้นที่

ขั้นตอนการอบโอโซนประมาณ 30 นาที

  1. นาทีที่ 0–2 เริ่มระบบและควบคุมความเข้มข้น: ช่างเทคนิคตรวจสอบพื้นที่ ตั้งค่าเครื่องให้เหมาะกับขนาดห้องและระดับกลิ่น แล้วเริ่มเดินเครื่อง
  2. นาทีที่ 2–14 กระจายโอโซนทั่วพื้นที่: ก๊าซโอโซนแผ่ไปทั่วห้อง แทรกเข้าไปในผ้าม่าน โซฟา ที่นอน ตู้ และช่องลม
  3. นาทีที่ 14–26 ฟอกอากาศและทำลายเชื้อโรค: โอโซนทำปฏิกิริยากับสารก่อกลิ่นและทำลายไวรัส แบคทีเรีย และสปอร์เชื้อราในระดับโมเลกุล
  4. นาทีที่ 26–30 หยุดระบบก่อนเปิดพื้นที่: เครื่องหยุดทำงาน ช่างเทคนิครอให้ครบเวลา แล้วเปิดระบายอากาศก่อนอนุญาตให้ทุกคนกลับเข้าพื้นที่

ข้อควรรู้ด้านความปลอดภัย: ระหว่างการอบโอโซน ต้องไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ในห้อง ช่างเทคนิคของ WHD จะเป็นผู้ควบคุมเครื่องตลอดกระบวนการ และจะเปิดพื้นที่ระบายอากาศหลังช่วงหยุดระบบก่อนที่ใครจะกลับเข้าไป สำหรับบ้านที่กำลังขาย จึงควรนัดอบโอโซนล่วงหน้าก่อนวันเปิดให้ผู้ซื้อชมบ้าน ไม่ใช่ระหว่างที่มีผู้เข้าชม

10 เหตุผลที่ควรอบโอโซนบ้านก่อนประกาศขายหรือเปิดให้ผู้ซื้อชม

  1. ความประทับใจแรกที่ประตูบ้าน: ผู้ซื้อตัดสินใจภายในไม่กี่วินาทีแรก บ้านที่อากาศสดชื่นเป็นกลางทำให้เขาพร้อมจะมองเห็นข้อดีอื่น ๆ ของบ้าน
  2. ลดข้ออ้างในการต่อราคา: เมื่อไม่มีกลิ่นบุหรี่หรือกลิ่นอับให้ยกมาพูด ผู้ซื้อก็มีเหตุผลน้อยลงในการกดราคาลง
  3. เข้าถึงจุดที่มองไม่เห็น: ก๊าซโอโซนแทรกซึมเข้าไปในเบาะ ผ้าม่าน ฝ้า และช่องลมแอร์ ซึ่งเป็นแหล่งสะสมกลิ่นที่ใหญ่ที่สุดในบ้านเก่า
  4. ไม่ใช้น้ำหอมกลบกลิ่น: อากาศในบ้านสะอาดจริง ไม่ใช่กลิ่นหอมปลอม ๆ ที่ทำให้ผู้ซื้อระแวง
  5. ไร้สารเคมีตกค้าง: โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน ผู้ซื้อที่พาเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุมาชมบ้านจึงไม่ต้องสูดกลิ่นสารเคมีฉุน
  6. ไม่ทำลายงานตกแต่งที่เพิ่งลงทุนไป: ไม่เปียก ไม่ทิ้งคราบบนผนังที่เพิ่งทาสีใหม่ พื้นไม้ที่เพิ่งขัด หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ขายพร้อมบ้าน
  7. จัดการเชื้อราและแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุ: ไม่ใช่แค่ลดกลิ่น แต่ยังทำลายแบคทีเรียได้มากกว่า 99.9% และทำลายสปอร์เชื้อราที่ทำให้เกิดกลิ่นอับ
  8. เร็วพอสำหรับตารางนัดชมที่แน่น: กระบวนการอบโอโซนใช้เวลาประมาณ 30 นาทีต่อพื้นที่ จึงวางแผนได้ง่ายก่อนวันเปิดบ้าน
  9. คุ้มค่ากว่ารื้อเปลี่ยน: เมื่อเทียบกับการทิ้งเฟอร์นิเจอร์หรือรื้อฝ้าใหม่ บริการฆ่าเชื้อด้วยโอโซนเป็นทางเลือกที่ประหยัดทั้งเงินและเวลา
  10. ความมั่นใจจากทีมที่องค์กรใหญ่ไว้วางใจ: WHD ให้บริการองค์กรมากกว่า 300 แห่ง รวมถึงโรงแรมระดับห้าดาวอย่าง The Ritz-Carlton, Fraser Suites, Andaz และ Dusit International รวมทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน สำนักงาน และโรงงาน

เปรียบเทียบ ก่อน และ หลัง การอบโอโซนบ้านที่บางเขน

ก่อน

  • เปิดประตูเข้ามาก็ได้กลิ่นบุหรี่เก่าผสมกลิ่นอับชื้นทันที
  • ผ้าม่านและโซฟาในห้องนั่งเล่นมีกลิ่นติดแน่น แม้ซักแล้วก็ยังไม่หาย
  • ห้องชั้นสามอับ มีจุดเชื้อราตามมุมผนังและหลังตู้
  • เปิดแอร์แล้วมีกลิ่นเหม็นอับพัดออกมา
  • ผู้เข้าชมบางรายไอและขอตัวออกไปข้างนอก
  • ผู้ซื้อยกเรื่องกลิ่นขึ้นมาต่อราคาหลายราย

หลัง

  • อากาศในบ้านสดชื่นเป็นกลาง ไม่มีกลิ่นใดกลบหรือค้าง
  • ผ้าม่านและโซฟาเดิมใช้จัดบ้านต่อได้ ไม่ต้องทิ้ง
  • ห้องชั้นสามหายอับ พร้อมจัดเป็นห้องทำงานให้ผู้ซื้อเห็นภาพ
  • แอร์เปิดแล้วลมเย็นสะอาด ไม่มีกลิ่นตกค้าง
  • ผู้เข้าชมใช้เวลาในบ้านนานขึ้น เดินดูทุกชั้นอย่างสบายใจ
  • บทสนทนาเปลี่ยนจากเรื่องกลิ่น มาเป็นเรื่องทำเลและการตกแต่ง

เสียงจากเจ้าของบ้าน: คุณวรรณา เขตบางเขน

"ตอนแรกไม่เชื่อเลยค่ะว่าปัญหาคือกลิ่น เพราะตัวเองอยู่บ้านนี้มาทั้งชีวิตจนจมูกชิน พอเพื่อนบอกตรง ๆ ถึงได้รู้ว่าเราพลาดเรื่องที่สำคัญที่สุดไป ทีมงานของ WHD มาถึงตรงเวลา อธิบายทุกขั้นตอนว่าทำไมต้องให้ทุกคนออกจากบ้าน แล้วไล่อบทีละชั้นจนครบ ระหว่างนั้นเรานั่งรอที่ร้านกาแฟหน้าซอย

ตอนกลับเข้าบ้าน สิ่งแรกที่สังเกตได้คือไม่มีกลิ่นอะไรเลย ไม่ใช่กลิ่นหอม แต่เป็นความรู้สึกว่าอากาศโล่งและสะอาด ห้องชั้นสามที่เคยอับที่สุดก็หายอับ ผ้าม่านที่เกือบจะทิ้งไปก็ใช้ต่อได้

สัปดาห์ต่อมามีครอบครัวหนึ่งมาดูบ้าน อยู่นานเกือบชั่วโมง คุณแม่ถามเรื่องโรงเรียนแถวนี้ คุณพ่อถามเรื่องที่จอดรถ ไม่มีใครพูดเรื่องกลิ่นอีกเลย สุดท้ายเราตกลงกันได้ในราคาที่พี่น้องทุกคนพอใจ ถ้าย้อนเวลาได้ จะอบโอโซนตั้งแต่ก่อนถ่ายรูปลงประกาศเลยค่ะ"

— คุณวรรณา เขตบางเขน กรุงเทพฯ

เช็กลิสต์เตรียมบ้านก่อนขาย ฉบับเน้นอากาศและกลิ่น

การอบโอโซนจะได้ผลดีที่สุดเมื่อทำเป็นส่วนหนึ่งของแผนเตรียมบ้านที่วางลำดับไว้อย่างเหมาะสม นี่คือลำดับที่แนะนำสำหรับเจ้าของบ้านหรือคอนโดที่กำลังจะประกาศขาย

  1. เคลียร์ของและทำความสะอาดทั่วไปก่อน: ขนของที่ไม่จำเป็นออก ทิ้งขยะ กวาดฝุ่น และซ่อมจุดที่รั่วซึม เพราะถ้าต้นเหตุความชื้นยังอยู่ กลิ่นอับก็จะกลับมาได้อีก
  2. ทาสีและซ่อมแซมให้เสร็จ: งานที่มีฝุ่นหรือกลิ่นสีควรเสร็จก่อนการอบโอโซน เพื่อให้อากาศหลังอบสะอาดที่สุด
  3. ล้างแอร์ตามรอบปกติ: หากแอร์ไม่ได้ล้างมานาน การล้างก่อนแล้วตามด้วยการอบโอโซนจะช่วยให้ลมที่ออกมาสดชื่นขึ้นชัดเจน
  4. นัดอบโอโซนก่อนถ่ายรูปและก่อนวันเปิดบ้านชม: ให้เวลาเหลือพอสำหรับการระบายอากาศหลังจบกระบวนการ และวางแผนให้ไม่มีใครอยู่ในบ้านระหว่างอบ
  5. รักษาสภาพอากาศระหว่างที่ประกาศขาย: ห้ามสูบบุหรี่ในบ้าน ไม่ทำอาหารกลิ่นแรง ปิดท่อระบายน้ำเมื่อไม่ใช้งาน และเปิดระบายอากาศเป็นครั้งคราวเมื่อมีคนอยู่ดูแล

สิ่งสำคัญคือให้การจัดการกลิ่นเป็นหนึ่งในงานหลักของการเตรียมบ้าน ไม่ใช่เรื่องที่นึกขึ้นได้ในวันที่ผู้ซื้อยืนอยู่หน้าประตูแล้ว

อย่าปล่อยให้กลิ่นกำหนดราคาบ้านของคุณ

ให้ทีม World Health Disinfection เตรียมอากาศในบ้านหรือคอนโดของคุณให้พร้อมก่อนวันเปิดบ้าน ด้วยบริการโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยที่ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีต่อพื้นที่ ไร้สารเคมีตกค้าง ไม่ทำให้เฟอร์นิเจอร์เปียกหรือเสียหาย

ดูบริการและราคา อบโอโซนบ้านก่อนขาย คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268 | อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

โปรโมชั่น: ใช้บริการตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับฟรีบริการพ่นฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ด้วย CHEMGENE HLD4H จากสหราชอาณาจักร

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการอบโอโซนก่อนขายบ้าน

ควรอบโอโซนก่อนวันเปิดบ้านให้ผู้ซื้อชมนานแค่ไหน?

แนะนำให้นัดล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งวัน เพื่อให้มีเวลาระบายอากาศหลังจบกระบวนการและตรวจความเรียบร้อยของบ้านอีกครั้ง และถ้าจะถ่ายรูปหรือถ่ายวิดีโอลงประกาศ ควรอบให้เสร็จก่อนวันถ่ายด้วย เพราะวันถ่ายทำมักมีทีมงานเข้ามาในบ้านหลายคน

กลิ่นบุหรี่ที่สะสมมาหลายสิบปี อบครั้งเดียวจะหายไหม?

โอโซนเข้าไปจัดการกับโมเลกุลกลิ่นที่ฝังอยู่ในผ้าและพื้นผิวได้ดี แต่ระดับความรุนแรงของแต่ละบ้านไม่เท่ากัน ช่างเทคนิคจะประเมินหน้างานและปรับความเข้มข้นให้เหมาะสม หากเป็นบ้านที่กลิ่นฝังลึกมาก อาจแนะนำให้ทำความสะอาดหรือซักผ้าบางชิ้นร่วมด้วยเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ระหว่างอบโอโซน ต้องออกจากบ้านหรือไม่?

ต้องออกทุกคน รวมถึงสัตว์เลี้ยงและต้นไม้ในกระถาง ช่างเทคนิคจะควบคุมเครื่องตลอดกระบวนการ และเปิดระบายอากาศหลังช่วงหยุดระบบก่อนจะอนุญาตให้ใครกลับเข้าไป เจ้าของบ้านจึงควรเผื่อเวลารอข้างนอกไว้ด้วย

โอโซนจะทำให้สีผนังที่เพิ่งทาใหม่หรือพื้นไม้เสียหายไหม?

การอบโอโซนเป็นกระบวนการแบบแห้ง ไม่มีการฉีดของเหลวลงบนพื้นผิว จึงไม่ทิ้งคราบน้ำหรือทำให้เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าเปียกชื้น อย่างไรก็ดี แนะนำให้งานทาสีแห้งสนิทก่อน เพื่อให้อากาศหลังการอบสะอาดที่สุด

คอนโดขนาดเล็กหรือห้องสตูดิโอก็ใช้บริการได้หรือเปล่า?

ได้แน่นอน บริการนี้ออกแบบมาสำหรับที่พักอาศัยทุกรูปแบบ ทั้งคอนโด ทาวน์โฮม บ้านเดี่ยว และวิลล่า ทีมงานจะประเมินขนาดพื้นที่และจำนวนห้องเพื่อแนะนำแพ็กเกจที่เหมาะสม

นอกจากกลิ่น การอบโอโซนช่วยเรื่องอะไรอีก?

โอโซนช่วยทำลายไวรัส รวมถึง SARS-CoV-2 ทำลายแบคทีเรียได้มากกว่า 99.9% ลดสปอร์เชื้อรา และลดสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ ซึ่งเป็นข้อดีที่เจ้าของบ้านสามารถเล่าให้ผู้ซื้อฟังได้อย่างตรงไปตรงมาว่าบ้านได้รับการฆ่าเชื้อก่อนส่งมอบ

อ่านเพิ่มเติมและแหล่งข้อมูลอ้างอิง

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง: อบโอโซนก่อนขายบ้าน, กำจัดกลิ่นบ้านก่อนขาย, กำจัดกลิ่นบุหรี่ในบ้าน, กำจัดกลิ่นอับคอนโด, เตรียมบ้านก่อนขาย, โอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย, บริการอบโอโซนบ้าน กรุงเทพ

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้