กลิ่นตู้รองเท้าเหม็นอับจนอายแขก: เชื้อรา แบคทีเรียน้ำกัดเท้า และทางออกที่จบได้จริงด้วยโอโซน

Last updated: 21 ก.ย. 2569  |  4 จำนวนผู้เข้าชม  | 

กลิ่นตู้รองเท้าเหม็นอับจนอายแขก: เชื้อรา แบคทีเรียน้ำกัดเท้า และทางออกที่จบได้จริงด้วยโอโซน

กลิ่นตู้รองเท้าเหม็นอับจนอายแขก: เชื้อรา แบคทีเรียน้ำกัดเท้า และทางออกที่จบได้จริงด้วยโอโซน

ประตูบ้านคือสิ่งแรกที่แขกได้สัมผัส ถ้ากลิ่นแรกที่ลอยมาคือกลิ่นถุงเท้าอับชื้น ความประทับใจทั้งหมดก็หายไปในไม่กี่วินาที บทความนี้เล่าเรื่องจริงของครอบครัวหนึ่งที่ต้องเจอปัญหานี้ และวิธีที่พวกเขาแก้ได้ภายในครึ่งชั่วโมง

เย็นวันศุกร์ที่คุณต้นอยากลืม

คุณต้น หรือคุณณัฐวุฒิ อายุสามสิบเก้าปี เป็นผู้จัดการฝ่ายขายของบริษัทจัดจำหน่ายอุปกรณ์การแพทย์ อาศัยอยู่ในทาวน์โฮมสามชั้นย่านบางกะปิกับภรรยาชื่อคุณแนน ลูกชายวัยสิบสองปีชื่อน้องภูมิ และลูกสาววัยเจ็ดขวบชื่อน้องใบเตย ทาวน์โฮมหลังนี้ซื้อมาได้ห้าปี หน้าบ้านมีพื้นที่เล็ก ๆ สำหรับจอดรถหนึ่งคัน พอเปิดประตูเข้ามาจะเจอโถงทางเข้าที่มีตู้รองเท้าไม้สูงระดับเอว ยาวเกือบสองเมตร บานประตูปิดสนิทเพื่อความเรียบร้อย

ตู้ใบนี้เก็บรองเท้ามากกว่ายี่สิบคู่ ทั้งรองเท้าหนังที่คุณต้นใส่ไปพบลูกค้าทุกวัน รองเท้าสตั๊ดของน้องภูมิที่ซ้อมฟุตบอลสัปดาห์ละสี่วัน รองเท้านักเรียนของน้องใบเตย รองเท้าวิ่งของคุณแนน และรองเท้าแตะอีกหลายคู่ที่ทุกคนสลับกันใส่ ในช่วงหน้าฝนรองเท้าเกือบทุกคู่จะกลับบ้านมาในสภาพเปียกชื้น แล้วก็ถูกยัดเข้าตู้ทันทีเพราะทุกคนเหนื่อยและอยากขึ้นไปอาบน้ำ

เย็นวันศุกร์หนึ่งในเดือนกันยายน คุณต้นชวนหัวหน้าและลูกค้าคนสำคัญจากโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งมาทานข้าวที่บ้าน เพราะอยากสร้างความสัมพันธ์แบบเป็นกันเอง คุณแนนเตรียมอาหารตั้งแต่บ่าย จัดโต๊ะอย่างสวยงาม แต่ทันทีที่แขกถอดรองเท้าแล้วคุณต้นเปิดตู้เพื่อหยิบรองเท้าแตะสำหรับแขก กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นเปรี้ยวแบบถุงเท้าที่ไม่ได้ซักก็พุ่งออกมาเต็มโถง ลูกค้าคนนั้นยิ้มแห้ง ๆ แล้วเบือนหน้าเล็กน้อย ส่วนหัวหน้าของเขาพูดติดตลกว่า บ้านนี้มีนักฟุตบอลอยู่ใช่ไหม

ทุกคนหัวเราะ แต่คุณต้นรู้สึกว่าหน้าร้อนผ่าว ตลอดมื้ออาหารเขาได้กลิ่นนั้นวนอยู่ในหัว และสังเกตว่าลูกค้าเลือกนั่งเก้าอี้ที่ไกลจากประตูที่สุด หลังแขกกลับ คุณแนนบอกตรง ๆ ว่าเธอก็รู้สึกมานานแล้ว แต่คิดว่าเป็นเรื่องปกติของบ้านที่มีเด็กผู้ชายเล่นกีฬา ทั้งคู่ช่วยกันเปิดตู้ดูอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก และพบว่าผนังด้านในตู้มีจุดดำเล็ก ๆ กระจายอยู่ รองเท้าหนังคู่ที่แพงที่สุดของคุณต้นมีคราบขาวคล้ายฝุ่นเกาะตามรอยตะเข็บ ส่วนพื้นตู้ชั้นล่างสุดมีคราบน้ำที่แห้งเป็นวง ๆ

ยิ่งไปกว่านั้น น้องภูมิบ่นมาหลายสัปดาห์ว่าคันตามซอกนิ้วเท้า ผิวหนังลอกเป็นขุย คุณแนนคิดว่าเป็นเพราะเหงื่อเยอะ จึงซื้อแป้งมาให้โรย แต่อาการไม่ดีขึ้น ต่อมาคุณพ่อของคุณแนนซึ่งอายุเจ็ดสิบสองปีและเป็นเบาหวาน มาค้างที่บ้านช่วงปิดเทอม ท่านใส่รองเท้าแตะคู่รวมจากตู้เดียวกัน ไม่นานก็เริ่มมีรอยแดงที่ฝ่าเท้า ซึ่งสำหรับผู้สูงอายุที่เป็นเบาหวาน แผลเล็ก ๆ ที่เท้าไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม

คืนนั้นคุณต้นนั่งค้นข้อมูลจนดึก และเริ่มเข้าใจว่ากลิ่นที่เขาคิดว่าเป็นแค่ความไม่สะอาดเล็กน้อย จริง ๆ แล้วคือสัญญาณของระบบนิเวศเชื้อโรคที่เติบโตอยู่ในตู้ไม้มืด ๆ อับชื้นหน้าบ้านของเขาเอง

กลิ่นตู้รองเท้ามาจากไหน ทำไมถึงไม่ใช่แค่เรื่องกลิ่น

เท้าของคนเรามีต่อมเหงื่อหนาแน่นมาก เมื่อเราใส่รองเท้าปิดทั้งวัน เหงื่อ ความร้อน และเซลล์ผิวที่หลุดลอกจะรวมกันเป็นอาหารชั้นดีของแบคทีเรีย แบคทีเรียเหล่านี้ย่อยสลายเหงื่อและโปรตีนจากผิว แล้วปล่อยสารที่มีกลิ่นเปรี้ยว ฉุน หรือคล้ายชีสออกมา นั่นคือต้นตอของกลิ่นเท้าที่ทุกคนคุ้นเคย

ปัญหาคือเมื่อถอดรองเท้าออกแล้ว แบคทีเรียไม่ได้หายไปไหน มันยังอยู่ในพื้นรองเท้า ในแผ่นรองด้านใน และในเนื้อผ้าที่ซับเหงื่อไว้ พอเราเก็บรองเท้าที่ยังชื้นเข้าตู้ที่ปิดสนิท ไม่มีแสงแดด ไม่มีลมผ่าน ตู้ใบนั้นก็กลายเป็นห้องบ่มเพาะเชื้อที่อุณหภูมิและความชื้นเหมาะสมที่สุด ยิ่งในประเทศไทยที่อากาศร้อนชื้นเกือบทั้งปี กระบวนการนี้ก็ยิ่งเกิดเร็ว

นอกจากแบคทีเรียแล้ว ยังมีเชื้อราอีกกลุ่มหนึ่งที่ชอบสภาพแบบนี้เป็นพิเศษ คือเชื้อรากลุ่มที่ทำให้เกิดโรคน้ำกัดเท้าหรือที่หลายคนเรียกว่าฮ่องกงฟุต เชื้อกลุ่มนี้อาศัยเคราตินในผิวหนังเป็นอาหาร และสามารถติดอยู่ในรองเท้า ถุงเท้า พื้นห้อง และพรมเช็ดเท้าได้ เมื่อสมาชิกในบ้านใช้รองเท้าแตะร่วมกัน หรือเดินเท้าเปล่าบนพื้นโถงหน้าบ้าน เชื้อก็ส่งต่อจากคนหนึ่งไปอีกคนได้โดยไม่มีใครรู้ตัว

อีกกลุ่มที่มักถูกมองข้ามคือราที่ขึ้นบนวัสดุ ไม่ว่าจะเป็นไม้ของตัวตู้ หนังของรองเท้า หรือกาวที่ใช้ติดพื้นรองเท้า ราเหล่านี้ปล่อยสปอร์ขนาดเล็กมากลอยในอากาศ ทุกครั้งที่เปิดตู้ สปอร์จะฟุ้งออกมาพร้อมกลิ่น แล้วลอยต่อไปยังห้องนั่งเล่นที่อยู่ติดกัน สำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้ เด็กเล็ก หรือผู้สูงอายุ การหายใจเอาสปอร์ราเข้าไปซ้ำ ๆ อาจทำให้คัดจมูก จาม ไอ หรือระคายเคืองตาได้

สรุปง่าย ๆ ว่ากลิ่นตู้รองเท้าคือเสียงเตือน มันบอกเราว่ามีสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กจำนวนมหาศาลกำลังทำงานอยู่ในพื้นที่นั้น และพื้นที่นั้นอยู่ติดกับประตูที่ทุกคนในบ้านเดินผ่านวันละหลายรอบ

ราคาที่ต้องจ่ายเมื่อปล่อยกลิ่นหน้าบ้านไว้นาน

ด้านสุขภาพ

โรคน้ำกัดเท้าอาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ถ้าปล่อยไว้ ผิวที่แตกลอกระหว่างนิ้วเท้าจะกลายเป็นประตูให้แบคทีเรียชนิดอื่นเข้าไปซ้ำเติม ทำให้เกิดการอักเสบ บวมแดง และเจ็บได้ เชื้อราบางชนิดยังลามไปที่เล็บเท้า ทำให้เล็บหนา เปลี่ยนสี และรักษายาก ต้องใช้เวลาหลายเดือน สำหรับผู้สูงอายุที่เป็นเบาหวานอย่างคุณพ่อของคุณแนน ความรู้สึกที่ปลายเท้ามักลดลง แผลเล็กจึงอาจกลายเป็นแผลใหญ่ก่อนที่จะรู้ตัว แพทย์จึงมักแนะนำให้ผู้ป่วยเบาหวานดูแลความสะอาดของเท้าและรองเท้าอย่างเข้มงวด

ส่วนเด็กที่เล่นกีฬาอย่างน้องภูมิ เท้าจะอับชื้นนานหลายชั่วโมงต่อวัน โอกาสติดเชื้อจึงสูงกว่าคนทั่วไป และเด็กมักไม่ค่อยบอกพ่อแม่จนกว่าจะคันมากจนทนไม่ไหว นอกจากนี้สปอร์ราที่ลอยจากตู้รองเท้ายังเป็นตัวกระตุ้นภูมิแพ้ทางเดินหายใจที่ทำให้บางบ้านมีคนคัดจมูกเรื้อรังโดยไม่รู้สาเหตุ

ด้านเงินในกระเป๋า

รองเท้าหนังดี ๆ หนึ่งคู่ราคาหลายพันบาท รองเท้าวิ่งหรือรองเท้าสตั๊ดก็ไม่ใช่ของถูก เมื่อราเริ่มกินเนื้อหนังและกาว รองเท้าจะมีคราบถาวร หนังแข็งกรอบ พื้นหลุดร่อน สุดท้ายต้องทิ้งก่อนเวลาอันควร ยังไม่นับค่ายาทาเชื้อรา ค่าพบแพทย์ผิวหนัง ค่าสเปรย์ดับกลิ่นที่ซื้อซ้ำทุกเดือน และถ้าตู้ไม้เริ่มขึ้นรามาก ก็อาจต้องรื้อทิ้งแล้วสั่งทำตู้ใหม่ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายหลักหมื่นบาท

ด้านภาพลักษณ์และความสัมพันธ์

คนไทยให้ความสำคัญกับการต้อนรับแขก และธรรมเนียมถอดรองเท้าก่อนเข้าบ้านทำให้โถงทางเข้ากลายเป็นจุดที่แขกต้องหยุดยืนนานที่สุด กลิ่นที่แขกได้รับตรงนั้นจึงกลายเป็นความทรงจำแรกเกี่ยวกับบ้านเรา ไม่ว่าห้องนั่งเล่นจะตกแต่งสวยแค่ไหนก็ตาม สำหรับคนที่ต้องต้อนรับลูกค้า เพื่อนร่วมงาน หรือญาติผู้ใหญ่อย่างคุณต้น นี่เป็นเรื่องที่กระทบความมั่นใจโดยตรง บางครอบครัวถึงกับเลี่ยงไม่ชวนใครมาบ้านเลย ความอายเล็ก ๆ นี้ค่อย ๆ ทำให้ชีวิตสังคมแคบลงโดยไม่รู้ตัว

ด้านเวลาและความสงบในบ้าน

หลายบ้านเสียเวลาทุกสุดสัปดาห์ไปกับการยกรองเท้าออกมาตากแดด เช็ดตู้ โรยแป้ง แล้วก็ต้องทำซ้ำอีกในสัปดาห์ถัดไปเพราะกลิ่นกลับมาเหมือนเดิม บางบ้านเกิดการทะเลาะกันเล็ก ๆ ว่าใครเป็นต้นเหตุ ใครไม่ยอมเอารองเท้าไปตาก ความเครียดสะสมจากเรื่องที่ดูเล็กนี้ไม่ได้เล็กอย่างที่คิดเลย

ทำไมวิธีที่เคยลองถึงไม่เคยได้ผลถาวร

ก่อนจะหาทางออกที่ถูกต้อง คุณต้นกับคุณแนนลองมาแทบทุกวิธีที่เพื่อนและโซเชียลแนะนำ และทุกวิธีให้ผลลัพธ์แบบเดียวกัน คือดีขึ้นไม่กี่วันแล้วกลิ่นก็กลับมา

สเปรย์ปรับอากาศและก้อนหอม: ช่วยกลบกลิ่นได้ชั่วคราวเท่านั้น เพราะมันไม่ได้ทำลายต้นเหตุ แบคทีเรียและเชื้อรายังทำงานต่อไป พอกลิ่นหอมจางลง กลิ่นเดิมก็โผล่มาใหม่ บางครั้งกลิ่นหอมผสมกับกลิ่นอับกลายเป็นกลิ่นประหลาดที่แย่กว่าเดิม และสารเคมีในสเปรย์บางชนิดก็ระคายเคืองจมูกของคนที่เป็นภูมิแพ้

ถ่านไม้ไผ่และเบกกิ้งโซดา: ดูดซับกลิ่นและความชื้นได้บ้าง แต่ความสามารถมีจำกัดและอิ่มตัวเร็วมากในตู้ที่มีรองเท้าจำนวนมาก ที่สำคัญคือไม่ได้ฆ่าเชื้อ เชื้อราที่ฝังอยู่ในเนื้อไม้ของตู้ยังคงอยู่เหมือนเดิม

เช็ดตู้ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ: ทำความสะอาดได้เฉพาะพื้นผิวที่มือเอื้อมถึง แต่ไม่สามารถเข้าไปในรอยต่อของไม้ ร่องบานพับ ด้านหลังตู้ที่ติดผนัง หรือด้านในของรองเท้าทุกคู่ได้ ซ้ำร้ายการเช็ดด้วยผ้าเปียกยังเพิ่มความชื้นให้ตู้ ถ้าเช็ดแล้วปิดตู้ทันที ราก็ยิ่งชอบ

เปิดตู้และเปิดประตูบ้านระบายอากาศ: เป็นนิสัยที่ดี แต่ในเมืองที่ฝนตกบ่อยและมีฝุ่น การเปิดประตูทิ้งไว้ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่สำคัญคือลมธรรมดาไม่ได้ฆ่าเชื้อ แค่ช่วยให้กลิ่นเจือจางลงเท่านั้น

ยกรองเท้าออกไปตากแดด: แสงแดดช่วยได้จริงกับพื้นผิวภายนอก แต่แดดส่องไม่ถึงปลายรองเท้าด้านใน และรองเท้าหนังหรือรองเท้าผ้าบางชนิดก็ซีดหรือแข็งเมื่อโดนแดดจัดนาน ๆ ที่สำคัญกว่านั้นคือตัวตู้เองซึ่งเป็นแหล่งสะสมเชื้อยังไม่ได้รับการจัดการเลย

ซื้อตู้ใหม่: บางคนตัดสินใจทิ้งตู้เก่า แต่ถ้ารองเท้าทั้งหมดยังมีเชื้ออยู่และโถงทางเข้ายังมีสปอร์ราลอยอยู่ ตู้ใหม่ก็จะเริ่มมีกลิ่นภายในไม่กี่เดือน กลายเป็นเสียเงินหลายหมื่นโดยปัญหาไม่ได้หายไป

ข้อสรุปที่คุณต้นได้คือ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าเขาขยันไม่พอ แต่อยู่ที่เครื่องมือทั้งหมดที่ใช้ ทำงานได้แค่ระดับพื้นผิว ในขณะที่เชื้อโรคกระจายอยู่ในทุกซอกทุกมุมและในอากาศของพื้นที่ทั้งหมด

ทางออกที่ตรงจุด: บริการโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยจาก WHD

หลังจากปรึกษาเพื่อนที่ทำงานในโรงแรม คุณต้นได้รู้จักกับ World Health Disinfection หรือ WHD ผู้ให้บริการฆ่าเชื้อที่ดูแลองค์กรมากกว่าสามร้อยแห่ง รวมถึงโรงแรมระดับห้าดาวอย่าง The Ritz-Carlton, Fraser Suites, Andaz และ Dusit International ไปจนถึงโรงพยาบาล โรงเรียน สำนักงาน และโรงงาน สิ่งที่ทำให้เขาสนใจคือบริการอบโอโซนสำหรับบ้านที่ออกแบบมาเพื่อจัดการเชื้อโรคและกลิ่นในระดับทั้งพื้นที่ ไม่ใช่แค่พื้นผิว

หัวใจของบริการคือก๊าซโอโซนหรือ O3 ซึ่งผลิตจากเครื่อง Master Ozone Generator โอโซนเป็นก๊าซที่มีคุณสมบัติออกซิไดซ์สูง เมื่อกระจายไปทั่วห้อง มันจะแทรกซึมเข้าไปในทุกช่องว่าง ทั้งซอกตู้ รอยต่อไม้ ด้านในรองเท้า เนื้อผ้า และพรม แล้วทำลายเชื้อโรคในระดับโมเลกุล จากข้อมูลของบริการ โอโซนสามารถกำจัดไวรัสรวมถึง SARS-CoV-2 กำจัดแบคทีเรียได้มากกว่า 99.9 เปอร์เซ็นต์ และกำจัดสปอร์เชื้อรา พร้อมสลายกลิ่นไม่พึงประสงค์อย่างกลิ่นอับ กลิ่นบุหรี่ กลิ่นสัตว์เลี้ยง และกลิ่นอาหาร

ข้อดีที่สำคัญมากสำหรับบ้านที่มีเด็กและผู้สูงอายุคือ หลังจากทำงานเสร็จ โอโซนจะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจนหรือ O2 ตามธรรมชาติ จึงไม่มีสารเคมีตกค้างบนรองเท้า บนตู้ หรือบนพื้นที่ลูก ๆ เดินเท้าเปล่า อีกทั้งกระบวนการนี้ไม่ใช้น้ำ จึงไม่ทำให้รองเท้าหนัง ตู้ไม้ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าเปียกหรือเสียหาย

เครื่อง Master Ozone Generator ที่ WHD ใช้ ผ่านการรับรองและทดสอบจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ของไทยและ Intertek จากสหราชอาณาจักร โดยผลทดสอบของ Intertek ระบุว่ามีประสิทธิภาพสูงกว่าวิธีทั่วไปถึงสิบเท่า คุณต้นซึ่งทำงานในวงการอุปกรณ์การแพทย์ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก เพราะเขาเชื่อในหลักฐานมากกว่าคำโฆษณา

ขั้นตอนการทำงานประมาณ 30 นาที

  1. นาทีที่ 0–2 เริ่มระบบและควบคุมความเข้มข้น: ช่างเทคนิคตรวจพื้นที่ ให้ทุกคนในบ้าน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ออกจากบริเวณที่จะอบ จากนั้นเปิดเครื่องและตั้งค่าความเข้มข้นให้เหมาะกับขนาดห้อง
  2. นาทีที่ 2–14 กระจายโอโซนทั่วพื้นที่: ก๊าซโอโซนแผ่ไปทั่วโถงทางเข้า เข้าไปในตู้รองเท้าที่เปิดบานไว้ ซอกมุมใต้ตู้ และทุกจุดที่มือเอื้อมไม่ถึง
  3. นาทีที่ 14–26 ฆ่าเชื้อและทำความบริสุทธิ์: โอโซนทำปฏิกิริยากับแบคทีเรีย เชื้อรา ไวรัส และโมเลกุลกลิ่น ทำลายในระดับโมเลกุล
  4. นาทีที่ 26–30 หยุดระบบ: เครื่องหยุดทำงานเพื่อให้โอโซนสลายตัว จากนั้นช่างเปิดพื้นที่และระบายอากาศก่อนอนุญาตให้ทุกคนกลับเข้าไป

เรื่องความปลอดภัยที่ต้องรู้: ระหว่างการอบโอโซน ต้องไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ในพื้นที่ ช่างเทคนิคของ WHD เป็นผู้ควบคุมเครื่องตลอดกระบวนการ และจะเปิดพื้นที่พร้อมระบายอากาศหลังช่วงหยุดระบบแล้วเท่านั้น ครอบครัวจึงควรวางแผนออกไปนั่งร้านกาแฟหรือพักอีกชั้นหนึ่งระหว่างรอ

10 เหตุผลที่การอบโอโซนเหมาะกับปัญหาตู้รองเท้าและโถงหน้าบ้าน

  1. จัดการที่ต้นเหตุ ไม่ใช่แค่กลบกลิ่น: โอโซนสลายโมเลกุลกลิ่นและทำลายแบคทีเรียที่สร้างกลิ่น ต่างจากน้ำหอมที่แค่ปิดบังไว้ชั่วคราว
  2. เข้าถึงด้านในรองเท้าทุกคู่: ก๊าซไหลเข้าไปถึงปลายรองเท้า แผ่นรองพื้น และตะเข็บที่ผ้าหรือแปรงเข้าไม่ถึง
  3. ลดเชื้อราน้ำกัดเท้าในสิ่งแวดล้อม: ช่วยตัดวงจรการส่งต่อเชื้อผ่านรองเท้าแตะที่ใช้ร่วมกันและพื้นโถงทางเข้า
  4. ปลอดภัยต่อวัสดุ: ไม่ใช้น้ำ รองเท้าหนัง ผ้าใบ และตู้ไม้จึงไม่เปียกชื้นหรือบวมเสียรูป
  5. ไร้สารเคมีตกค้าง: โอโซนกลับคืนเป็นออกซิเจน เด็กที่เดินเท้าเปล่าและผู้สูงอายุจึงไม่ต้องสัมผัสสารตกค้าง
  6. ใช้เวลาเพียงราวครึ่งชั่วโมง: ไม่ต้องเสียวันหยุดทั้งวันไปกับการขัดตู้และตากรองเท้า
  7. ครอบคลุมทั้งพื้นที่: ไม่ได้ฆ่าเชื้อแค่ในตู้ แต่รวมถึงพรมเช็ดเท้า ผ้าม่านใกล้ประตู และอากาศในโถง
  8. เครื่องมือผ่านการทดสอบ: Master Ozone Generator ผ่านการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek
  9. มีประสบการณ์จากงานระดับโรงแรมห้าดาว: ทีมที่ดูแลห้องพักของโรงแรมชั้นนำนำมาตรฐานเดียวกันมาใช้กับบ้านของคุณ
  10. คืนความมั่นใจในการต้อนรับแขก: เปิดประตูบ้านได้อย่างภูมิใจ ไม่ต้องกังวลว่าแขกจะได้กลิ่นอะไรเป็นอย่างแรก

ก่อนและหลังการอบโอโซนที่บ้านคุณต้น

ก่อน

  • เปิดตู้แล้วกลิ่นเปรี้ยวอับพุ่งออกมาทันที
  • ผนังในตู้มีจุดดำ รองเท้าหนังมีคราบขาว
  • น้องภูมิคันซอกนิ้วเท้า ผิวลอก
  • คุณตาเริ่มมีรอยแดงที่ฝ่าเท้า
  • ต้องฉีดสเปรย์ทุกครั้งก่อนแขกมา
  • คุณต้นไม่กล้าชวนใครมาบ้าน

หลัง

  • อากาศในโถงหน้าบ้านสดชื่น ไม่มีกลิ่นค้าง
  • ตู้และรองเท้าได้รับการฆ่าเชื้อทั่วถึง
  • ครอบครัวเริ่มนิสัยใหม่ ตากรองเท้าก่อนเก็บ
  • คุณตาได้รองเท้าแตะส่วนตัวที่สะอาด
  • เลิกซื้อสเปรย์ดับกลิ่นแบบซ้ำ ๆ
  • ชวนลูกค้ามาทานข้าวที่บ้านได้อย่างสบายใจ

เสียงจากคุณต้น บางกะปิ

"ผมทำงานกับอุปกรณ์การแพทย์มาเกือบสิบปี แต่กลับไม่เคยคิดว่าตู้รองเท้าหน้าบ้านตัวเองจะเป็นแหล่งเชื้อโรคขนาดนี้ วันที่ทีม WHD มา ช่างอธิบายขั้นตอนชัดเจน ให้เราเปิดบานตู้ทุกบาน วางรองเท้าให้มีช่องว่าง แล้วให้ทุกคนออกไปรอข้างนอก ผมพาลูก ๆ ไปกินไอศกรีมปากซอย กลับมาอีกทีช่างระบายอากาศเรียบร้อยแล้ว ความรู้สึกแรกตอนเดินเข้าบ้านคือ มันเหมือนบ้านตอนที่เพิ่งซื้อมาใหม่ ๆ กลิ่นอับที่อยู่กับเรามาหลายปีหายไป เดือนต่อมาผมชวนลูกค้าคนเดิมมาทานข้าวอีกครั้ง คราวนี้เขาชมว่าบ้านน่าอยู่ ผมยิ้มได้เต็มปากครับ ส่วนเรื่องเท้าของน้องภูมิกับคุณตา เราก็พาไปหาหมอให้รักษาควบคู่กันไป หมอบอกว่าการทำให้สิ่งแวดล้อมสะอาดช่วยลดโอกาสติดซ้ำได้มาก"

หมายเหตุ: การอบโอโซนเป็นการฆ่าเชื้อในสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่การรักษาโรค หากมีอาการผิวหนังอักเสบหรือแผลที่เท้า ควรพบแพทย์ควบคู่กันไปเสมอ

เปลี่ยนประตูบ้านให้เป็นจุดที่คุณภูมิใจ

ให้ทีม WHD อบโอโซนฆ่าเชื้อโถงทางเข้า ตู้รองเท้า และทุกห้องที่คุณกังวล ด้วยเครื่อง Master Ozone Generator ในเวลาราว 30 นาที

ดูบริการและราคา อบโอโซนฆ่าเชื้อในบ้าน คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268 | อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

โปรโมชั่น: ใช้บริการตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับฟรีบริการพ่นฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ด้วย CHEMGENE HLD4H จากสหราชอาณาจักร

เกร็ดความรู้: ดูแลตู้รองเท้าให้สะอาดนานหลังอบโอโซน

  • ถอดรองเท้าแล้ววางพักไว้นอกตู้ในที่มีลมผ่านอย่างน้อยหนึ่งคืนก่อนเก็บ โดยเฉพาะรองเท้ากีฬาและรองเท้าที่โดนฝน
  • ถอดแผ่นรองพื้นด้านในออกมาผึ่งแยก เพราะเป็นจุดที่ซับเหงื่อมากที่สุด
  • หมุนเวียนใส่รองเท้าอย่างน้อยสองคู่ ไม่ใส่คู่เดิมติดกันทุกวัน
  • แยกรองเท้าแตะของแต่ละคน โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ที่เป็นเบาหวาน
  • ซักพรมเช็ดเท้าหน้าประตูเป็นประจำ และเปลี่ยนเมื่อเริ่มมีกลิ่น
  • เลือกตู้ที่มีช่องระบายอากาศ หรือเปิดบานตู้ทิ้งไว้บ้างในวันที่อากาศแห้ง
  • พิจารณาอบโอโซนซ้ำตามรอบ เช่น หลังหน้าฝน หรือเมื่อมีสมาชิกในบ้านติดเชื้อราที่เท้า

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: ต้องเอารองเท้าออกจากตู้ก่อนอบโอโซนไหม
ตอบ: ไม่จำเป็นต้องขนออกทั้งหมด เพียงเปิดบานตู้ทุกบาน จัดรองเท้าให้มีช่องว่างพอให้ก๊าซไหลผ่าน และเปิดปากรองเท้าที่มีเชือกผูกให้กว้างขึ้น ช่างเทคนิคจะแนะนำการจัดวางก่อนเริ่มงาน

ถาม: โอโซนจะทำให้รองเท้าหนังเสียหายหรือเปล่า
ตอบ: การอบโอโซนเป็นกระบวนการแห้ง ไม่ใช้น้ำหรือน้ำยา จึงไม่ทำให้หนังเปียกหรือเกิดคราบน้ำ ช่างจะควบคุมความเข้มข้นและระยะเวลาให้เหมาะกับพื้นที่

ถาม: ระหว่างอบ คนในบ้านต้องออกไปไหม
ตอบ: ต้องออกจากพื้นที่ทั้งคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ ช่างเป็นผู้ควบคุมเครื่อง และจะเปิดพื้นที่พร้อมระบายอากาศหลังระบบหยุดทำงานแล้ว จึงค่อยให้ทุกคนกลับเข้ามา

ถาม: หลังอบแล้วจะมีกลิ่นอะไรตกค้างไหม
ตอบ: โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน จึงไม่มีสารเคมีตกค้าง บางคนอาจรู้สึกถึงกลิ่นสะอาดคล้ายอากาศหลังฝนตกเล็กน้อยในช่วงแรก ซึ่งจะจางไปหลังระบายอากาศ

ถาม: อบโอโซนแล้วรักษาโรคน้ำกัดเท้าได้เลยไหม
ตอบ: ไม่ใช่การรักษาโรคโดยตรง แต่ช่วยลดเชื้อในรองเท้า ตู้ และพื้นที่ ซึ่งเป็นแหล่งที่ทำให้ติดซ้ำ ผู้ที่มีอาการควรพบแพทย์และใช้ยาตามคำแนะนำควบคู่กัน

ถาม: ทำได้เฉพาะโถงหน้าบ้าน หรือทำทั้งหลังได้
ตอบ: ทำได้ทั้งเฉพาะจุดและทั้งหลัง ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่และปัญหา สามารถสอบถามรายละเอียดและราคาได้ที่หน้าบริการหรือทาง LINE @whd268

อ่านเพิ่มเติม

ข้อมูลด้านคุณภาพอากาศภายในอาคารและความชื้นที่ส่งเสริมการเกิดเชื้อรา ศึกษาเพิ่มเติมได้จาก US EPA Indoor Air Quality และข้อมูลสุขภาพจาก กรมควบคุมโรค

คำค้นที่เกี่ยวข้อง: กลิ่นตู้รองเท้า, ตู้รองเท้าเหม็นอับ, กำจัดกลิ่นเท้า, เชื้อราในตู้รองเท้า, โรคน้ำกัดเท้า, อบโอโซนบ้าน, บริการโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย, กำจัดกลิ่นอับหน้าบ้าน

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้