ห้องทำงานที่บ้านอากาศอับ ทำให้ง่วง ปวดหัว และป่วยบ่อยกว่าที่คิด ถึงเวลาฟื้นอากาศในห้องให้สดชื่นอีกครั้ง

Last updated: 21 ก.ย. 2569  |  10 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ห้องทำงานที่บ้านอากาศอับ ทำให้ง่วง ปวดหัว และป่วยบ่อยกว่าที่คิด ถึงเวลาฟื้นอากาศในห้องให้สดชื่นอีกครั้ง

ห้องทำงานที่บ้านอากาศอับ ทำให้ง่วง ปวดหัว และป่วยบ่อยกว่าที่คิด ถึงเวลาฟื้นอากาศในห้องให้สดชื่นอีกครั้ง

เรื่องของฟรีแลนซ์คนหนึ่งที่งานเริ่มสะดุด เพราะห้องเล็ก ๆ ที่นั่งทำงานวันละสิบชั่วโมงกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและกลิ่นอับโดยไม่รู้ตัว

สามชั่วโมงบ่ายที่หายไปทุกวันของคุณธนกร

คุณธนกร หรือต้น อายุ 36 ปี เป็นนักออกแบบกราฟิกอิสระที่รับงานจากลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ เขาอาศัยอยู่ในทาวน์โฮมสามชั้นย่านสวนหลวง กับภรรยาที่เป็นพนักงานธนาคารและลูกสาววัยหกขวบที่เพิ่งขึ้นชั้นประถมหนึ่ง ตั้งแต่ปีที่บริษัทเดิมให้ทำงานที่บ้าน เขาก็ตัดสินใจลาออกมาเป็นฟรีแลนซ์เต็มตัว และเปลี่ยนห้องนอนเล็กชั้นสามให้กลายเป็นห้องทำงาน

ห้องนั้นกว้างประมาณสามคูณสามเมตร มีหน้าต่างบานเดียวที่หันไปชนกำแพงบ้านข้าง ๆ แทบไม่มีลมพัดผ่าน ภายในมีโต๊ะทำงาน เก้าอี้บุผ้า โซฟาเบดตัวเล็กสำหรับงีบ พรมผืนใหญ่ปูพื้น ชั้นหนังสือที่เต็มไปด้วยแฟ้มงานและตัวอย่างสิ่งพิมพ์ และแอร์ที่เปิดต่อเนื่องตั้งแต่เก้าโมงเช้าถึงเกือบสองทุ่มแทบทุกวัน

ช่วงแรกทุกอย่างดูลงตัว แต่ผ่านไปราวหนึ่งปี คุณธนกรเริ่มสังเกตว่าตัวเองเปลี่ยนไป ช่วงบ่ายสองถึงห้าโมงเย็นเขามักง่วงจนต้องฝืนลืมตา สมาธิหลุดง่าย ปวดหัวตื้อ ๆ บริเวณขมับ บางวันต้องดื่มกาแฟถึงสี่แก้ว และที่หนักที่สุดคือเขาเป็นหวัดถึงสามครั้งในเวลาเพียงสี่เดือน

ครั้งล่าสุดเขาต้องประชุมออนไลน์กับลูกค้าจากสิงคโปร์ทั้งที่เสียงแหบและจามไม่หยุด จนลูกค้าต้องถามว่าอยากเลื่อนประชุมไหม งานชิ้นนั้นส่งช้าไปสองวัน ซึ่งสำหรับฟรีแลนซ์แล้วหมายถึงทั้งรายได้และความน่าเชื่อถือที่เสียไปพร้อมกัน เขาเล่าว่า "ตอนนั้นคิดว่าตัวเองแก่ลงหรือพักผ่อนไม่พอ ไม่เคยคิดเลยว่าต้นเหตุอาจอยู่ในห้องที่เรานั่งทุกวัน"

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อภรรยาเดินเข้ามาในห้องทำงานหลังจากไปต่างจังหวัดมาสามวัน เธอทักทันทีว่า "ห้องนี้กลิ่นเหมือนห้องเก็บของเลยนะ" ประโยคสั้น ๆ นั้นทำให้คุณธนกรเริ่มคิดว่าจมูกของเขาคงชินกับกลิ่นอับไปแล้ว และสิ่งที่เขาหายใจเข้าไปวันละสิบชั่วโมงอาจไม่ใช่อากาศที่ดีอย่างที่เข้าใจ

ห้องทำงานที่บ้านกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคได้อย่างไร

ห้องทำงานในบ้านส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้เงียบและเย็น จึงมักปิดประตูหน้าต่างสนิทแล้วเปิดแอร์ต่อเนื่องหลายชั่วโมง อากาศเดิมจึงวนอยู่ในห้องซ้ำไปซ้ำมา ความชื้นจากลมหายใจ กลิ่นอาหารที่สั่งมากินหน้าจอ แก้วกาแฟที่วางค้าง และฝุ่นจากกระดาษ ล้วนสะสมอยู่ในพื้นที่เล็ก ๆ นั้น

พรม เก้าอี้บุผ้า และโซฟาเบด คือวัสดุที่ดูดซับกลิ่นและกักเก็บฝุ่นได้ดีเยี่ยม ส่วนคอยล์เย็นในแอร์ที่ทำงานหนักทุกวันก็เป็นจุดที่เชื้อราเติบโตได้ง่าย เมื่อเปิดแอร์ ลมก็พาสปอร์เชื้อราและฝุ่นกระจายไปทั่วห้อง ขณะที่คีย์บอร์ด เมาส์ และหูฟัง เป็นผิวสัมผัสที่มือของเราแตะมากที่สุดในแต่ละวัน

บ้านของคุณธนกรยังมีอีกปัจจัยหนึ่ง คือลูกสาวที่เพิ่งเข้าโรงเรียนและมักวิ่งขึ้นมากอดพ่อในห้องทำงานหลังเลิกเรียน เด็กวัยนี้มักนำเชื้อหวัดจากโรงเรียนกลับบ้านได้ง่าย เมื่อเชื้อเข้ามาในห้องที่อากาศไม่ถ่ายเท ก็มีโอกาสวนเวียนอยู่ในนั้นนานกว่าห้องที่อากาศโปร่ง หน่วยงานอย่าง U.S. EPA เองก็ให้ความสำคัญกับคุณภาพอากาศภายในอาคาร เพราะคนเมืองใช้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตอยู่ในห้องที่ปิดทึบ

7 สัญญาณเตือนว่าห้องทำงานของคุณอากาศไม่ดีแล้ว

จมูกของคนเราปรับตัวเข้ากับกลิ่นรอบตัวได้เร็วมาก คนที่นั่งอยู่ในห้องทุกวันจึงมักเป็นคนสุดท้ายที่รู้ว่าห้องมีกลิ่นอับ ลองสังเกตสัญญาณเหล่านี้ดู ถ้าตรงกับห้องของคุณตั้งแต่สามข้อขึ้นไป ก็ถึงเวลาจริงจังกับเรื่องอากาศในห้องแล้ว

  1. คนที่เพิ่งเดินเข้าห้องทักว่าได้กลิ่นอับ ทั้งที่คุณเองไม่ได้กลิ่นอะไรเลย
  2. เปิดแอร์ช่วงแรกแล้วได้กลิ่นเหม็นเปรี้ยวหรือกลิ่นคล้ายผ้าเปียก
  3. ง่วงนอนหรือหาวบ่อยในช่วงบ่าย ทั้งที่นอนหลับครบเจ็ดถึงแปดชั่วโมง
  4. ปวดหัวตื้อ ๆ หรือตาแห้งเมื่อนั่งทำงานต่อเนื่องเกินสามชั่วโมง แต่อาการดีขึ้นเมื่อออกไปนอกห้อง
  5. คัดจมูกหรือจามเฉพาะเวลาอยู่ในห้องทำงาน
  6. เป็นหวัดบ่อยกว่าช่วงที่เคยทำงานในออฟฟิศ
  7. เสื้อผ้าหรือผ้าห่มที่วางไว้ในห้องเริ่มมีกลิ่นอับติดมาด้วย

คุณธนกรยอมรับว่าห้องของเขาตรงเกือบทุกข้อ แต่ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยนำอาการเหล่านี้มาเชื่อมโยงกันเลย เพราะแต่ละอย่างดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กที่แยกจากกัน

ต้นทุนที่มองไม่เห็นของอากาศอับในห้องทำงาน

ด้านสุขภาพ

อาการที่คนทำงานที่บ้านพบบ่อยเมื่ออยู่ในห้องอากาศไม่ดีนาน ๆ ได้แก่ ง่วงนอนผิดเวลา ปวดศีรษะ คัดจมูก ระคายเคืองตา คอแห้ง และรู้สึกเหนื่อยทั้งที่ไม่ได้ออกแรง หลายคนยังพบว่าตัวเองติดหวัดบ่อยขึ้น หรือเป็นแล้วหายช้า ส่วนคนที่มีภูมิแพ้อยู่เดิมก็มักมีอาการกำเริบหนักกว่าเคย

ด้านรายได้และประสิทธิภาพการทำงาน

คุณธนกรลองนั่งคำนวณคร่าว ๆ ว่าในช่วงสี่เดือนที่ป่วยสามครั้ง เขาทำงานได้ไม่เต็มที่รวมแล้วเกือบสามสัปดาห์ ยังไม่นับชั่วโมงบ่ายที่นั่งหน้าจอแต่คิดงานไม่ออก สำหรับคนที่รายได้ผูกกับจำนวนงานที่ส่งได้ นี่คือเงินที่หายไปจริง ๆ ไม่ใช่แค่ความรู้สึกเหนื่อย

ด้านชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือ

การเข้าประชุมออนไลน์ด้วยเสียงแหบ ไอ หรือขอเลื่อนงานบ่อย ๆ ทำให้ลูกค้าเริ่มลังเลว่าจะฝากงานสำคัญไว้ได้หรือไม่ แม้ลูกค้าจะเข้าใจในครั้งแรก แต่ครั้งที่สองและสามก็เริ่มส่งผลต่อโอกาสได้งานต่อเนื่อง

ด้านครอบครัวและเวลา

เมื่อพ่อป่วยบ่อย ลูกก็ติดหวัดตามไปด้วย ภรรยาต้องลางานพาลูกไปหาหมอ ชีวิตครอบครัวที่ควรจะสะดวกขึ้นเพราะพ่อทำงานที่บ้าน กลับวุ่นวายกว่าเดิม เวลาเย็นที่ควรใช้เล่นกับลูกก็ถูกแทนที่ด้วยการนอนพักฟื้น

เมื่อรวมทุกด้านเข้าด้วยกัน จะเห็นว่าอากาศอับในห้องทำงานไม่ใช่แค่เรื่องความรู้สึกไม่สบายเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เป็นต้นทุนที่สะสมทุกวันโดยไม่มีใครส่งใบแจ้งหนี้มาให้ คุณธนกรเปรียบว่ามันเหมือนก๊อกน้ำที่หยดตลอดเวลา แต่ละหยดดูไม่มีอะไร แต่พอถึงสิ้นเดือนกลับเป็นตัวเลขที่ไม่น้อยเลย ทั้งค่ายา ค่ากาแฟ ค่าเครื่องหอม ชั่วโมงงานที่หายไป และโอกาสได้งานใหม่จากลูกค้าที่เริ่มลังเล

สำหรับพนักงานประจำที่ทำงานแบบไฮบริด ผลกระทบอาจไม่ชัดเจนเท่าฟรีแลนซ์ แต่ก็ส่งผลต่อผลงานและภาพลักษณ์ในสายตาหัวหน้าได้ไม่ต่างกัน โดยเฉพาะคนที่ต้องนำเสนองานผ่านวิดีโอคอลบ่อย ๆ ความสดชื่นและน้ำเสียงที่แจ่มใสเป็นส่วนหนึ่งของความน่าเชื่อถือที่ลูกค้าและเพื่อนร่วมงานรับรู้ได้ทันที

สิ่งที่คุณธนกรลองทำแล้ว แต่ไม่ได้ผลอย่างที่หวัง

ตั้งเครื่องหอมอโรมาบนโต๊ะ ห้องหอมขึ้นในชั่วโมงแรก แต่พอหมดกลิ่นหอม กลิ่นอับก็กลับมาเหมือนเดิม บางวันกลิ่นน้ำมันหอมระเหยผสมกับกลิ่นอับกลับทำให้ปวดหัวมากกว่าเดิม

เช็ดโต๊ะและคีย์บอร์ดด้วยแอลกอฮอล์ทุกเช้า เป็นนิสัยที่ดี แต่จัดการได้เพียงผิวหน้าของอุปกรณ์ไม่กี่ชิ้น ส่วนพรม เก้าอี้ผ้า โซฟาเบด และผ้าม่านที่กินพื้นที่เกือบครึ่งห้องยังไม่ได้ถูกแตะต้องเลย

เปิดหน้าต่างช่วงเช้า ด้วยหน้าต่างที่ชนกำแพงบ้านข้าง ๆ ลมจึงแทบไม่เข้า แถมยังมีฝุ่นจากงานก่อสร้างในซอยลอยเข้ามาแทน สุดท้ายเขาก็ต้องปิดหน้าต่างและเปิดแอร์เหมือนเดิม

ซื้อเครื่องฟอกอากาศขนาดเล็ก ช่วยดักฝุ่นในอากาศได้บ้าง แต่ไม่ได้ฆ่าเชื้อที่ฝังอยู่ในเนื้อพรมหรือในแอร์ และด้วยขนาดที่เล็ก อากาศมุมห้องจึงยังรู้สึกทึบอยู่ดี

จ้างล้างแอร์ ทำให้ลมแอร์เย็นขึ้นและกลิ่นเหม็นเปรี้ยวลดลงในช่วงแรก แต่กลิ่นอับจากเฟอร์นิเจอร์ผ้าและพรมยังคงอยู่ เพราะการล้างแอร์จัดการได้เฉพาะตัวเครื่อง ไม่ได้ครอบคลุมทั้งห้อง

บทเรียนที่คุณธนกรได้คือ ปัญหาอากาศอับในห้องทำงานไม่ได้มาจากจุดเดียว จึงต้องใช้วิธีที่จัดการได้ทั้งห้องพร้อมกัน ทั้งในอากาศ บนพื้นผิว และลึกเข้าไปในเนื้อวัสดุ

ทางออก: อบโอโซนห้องทำงานด้วยบริการฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยจาก WHD

หลังจากเพื่อนนักออกแบบที่เคยใช้บริการแนะนำ คุณธนกรจึงติดต่อ World Health Disinfection เพื่อใช้บริการโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย ซึ่งใช้ก๊าซโอโซน หรือ O3 ที่ผลิตจากเครื่อง Master Ozone Generator โอโซนเป็นก๊าซที่มีพลังออกซิไดซ์สูง จึงทำลายเชื้อโรคและโมเลกุลของกลิ่นได้ และเมื่อทำงานเสร็จก็สลายตัวกลับเป็นออกซิเจน หรือ O2 ตามธรรมชาติ ไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างไว้ในห้อง

จุดที่ตอบโจทย์ห้องทำงานเป็นพิเศษคือ โอโซนแทรกซึมเข้าไปในพรม เก้าอี้ผ้า โซฟาเบด ผ้าม่าน ซอกชั้นหนังสือ และช่องลมแอร์ได้ทั่วถึง โดยไม่ทำให้อะไรเปียก และไม่สร้างความเสียหายต่อคอมพิวเตอร์ จอภาพ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่วางอยู่ในห้อง ตามข้อมูลบนหน้าบริการ เครื่อง Master Ozone Generator ผ่านการรับรองและทดสอบโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ Intertek จากสหราชอาณาจักร ซึ่งระบุว่ามีประสิทธิภาพสูงกว่าวิธีมาตรฐาน 10 เท่า

เรื่องความปลอดภัยระหว่างทำงาน

ระหว่างที่เครื่องทำงาน คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ในห้องต้องออกจากพื้นที่ทั้งหมด เจ้าหน้าที่ของ WHD เป็นผู้ควบคุมเครื่องตลอดกระบวนการ และเป็นผู้เปิดพื้นที่พร้อมระบายอากาศหลังช่วงพักระบบ ก่อนให้เจ้าของบ้านกลับเข้าไปใช้งาน คุณธนกรจึงเลือกวันเสาร์ พาครอบครัวไปกินข้าวเที่ยงนอกบ้าน และย้ายกระถางต้นไม้เล็ก ๆ บนโต๊ะทำงานลงไปไว้ชั้นล่างก่อน

ขั้นตอนการอบโอโซน 30 นาที

  1. 2 นาทีแรก เริ่มระบบและปรับระดับความเข้มข้น เจ้าหน้าที่ประเมินขนาดห้องและตั้งค่าเครื่องให้เหมาะสม
  2. 12 นาทีถัดมา กระจายโอโซนทั่วห้อง ก๊าซแผ่ไปถึงทุกมุม รวมถึงใต้โต๊ะ หลังชั้นหนังสือ และในเนื้อพรม
  3. 12 นาทีต่อมา ฆ่าเชื้อระดับโมเลกุล โอโซนทำลายไวรัส แบคทีเรีย สปอร์เชื้อรา และสลายโมเลกุลต้นเหตุของกลิ่นอับ
  4. 4 นาทีสุดท้าย พักระบบ เครื่องหยุดทำงาน จากนั้นเจ้าหน้าที่เปิดพื้นที่และระบายอากาศ ก่อนให้เจ้าของห้องกลับเข้ามา

คุณธนกรขอให้ทำห้องนอนใหญ่และห้องนั่งเล่นชั้นสองต่อด้วย เพราะเป็นพื้นที่ที่ลูกสาวใช้เวลามากที่สุด ใครอยากรู้จักเครื่องที่ใช้ในการทำงานมากขึ้น อ่านต่อได้ที่หน้าเครื่องโอโซนฆ่าเชื้อ

เตรียมห้องทำงานอย่างไรก่อนวันนัดอบโอโซน

การเตรียมตัวก่อนวันนัดไม่ยุ่งยากเลย และช่วยให้การทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างราบรื่น นี่คือสิ่งที่คุณธนกรทำในคืนก่อนวันนัด ซึ่งใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง

เขาเริ่มจากเก็บเศษขยะ แก้วกาแฟ และกล่องอาหารออกจากห้องทั้งหมด จากนั้นปิดคอมพิวเตอร์และถอดปลั๊กอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็น เก็บเอกสารงานที่สำคัญเข้าลิ้นชัก และเปิดประตูตู้ชั้นหนังสือไว้เพื่อให้โอโซนเข้าไปถึงด้านใน ส่วนกระถางต้นไม้เล็ก ๆ ถูกย้ายลงไปไว้ที่ระเบียงชั้นล่าง

เช้าวันนัด เจ้าหน้าที่มาถึงตรงเวลา เดินดูพื้นที่ทุกห้องที่ต้องการทำ อธิบายลำดับการทำงานและเวลาที่ครอบครัวควรกลับเข้าบ้าน ก่อนจะเริ่มติดตั้งเครื่อง คุณธนกรบอกว่าสิ่งที่ทำให้เขาสบายใจคือเจ้าหน้าที่ถามรายละเอียดเรื่องอุปกรณ์ในห้องอย่างละเอียด และแนะนำให้ปิดหน้าต่างทุกบานในโซนที่กำลังทำ เพื่อให้โอโซนทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

เมื่อทำงานครบทุกโซนและผ่านช่วงพักระบบแล้ว เจ้าหน้าที่จึงเปิดหน้าต่างระบายอากาศ ตรวจความเรียบร้อย และแจ้งให้ครอบครัวกลับเข้าบ้านได้ สิ่งที่ลูกสาวของเขาพูดเป็นประโยคแรกเมื่อวิ่งขึ้นมาถึงชั้นสามคือ "ห้องพ่อไม่เหม็นแล้ว"

10 เหตุผลที่คนทำงานที่บ้านควรอบโอโซนห้องทำงาน

  1. ฟื้นอากาศในห้องที่ปิดทึบทั้งวัน จัดการเชื้อโรคและกลิ่นที่สะสมจากการเปิดแอร์วนอากาศเดิมนานหลายชั่วโมง
  2. ลดโอกาสติดเชื้อซ้ำในบ้าน ฆ่าไวรัส รวมถึง SARS-CoV-2 และแบคทีเรียได้มากกว่า 99.9% ช่วยตัดวงจรหวัดที่ส่งต่อกันระหว่างพ่อแม่ลูก
  3. จัดการเชื้อราในแอร์ ตามข้อมูลหน้าบริการ สปอร์เชื้อราในเครื่องปรับอากาศลดลงได้ถึง 99.99% ลมเย็นที่เป่าใส่หน้าทั้งวันจึงสะอาดขึ้น
  4. เข้าถึงพรมและเฟอร์นิเจอร์ผ้า ซึ่งเป็นพื้นที่ใหญ่ที่สุดในห้องทำงาน และเป็นจุดที่การเช็ดถูธรรมดาเข้าไม่ถึง
  5. ปลอดภัยต่ออุปกรณ์ไอที ไม่เปียก ไม่ทิ้งคราบ ไม่ต้องถอดสายหรือขนคอมพิวเตอร์ออกจากห้อง
  6. ไม่มีกลิ่นน้ำยาหลงเหลือ โอโซนกลับเป็นออกซิเจน จึงนั่งทำงานต่อได้โดยไม่ต้องทนกลิ่นสารเคมีหลังระบายอากาศเสร็จ
  7. ช่วยลดสารก่อภูมิแพ้ เหมาะกับคนที่คัดจมูกหรือระคายเคืองตาเวลานั่งหน้าจอนาน ๆ
  8. ใช้เวลาเพียงราว 30 นาทีต่อรอบ นัดวันหยุดสุดสัปดาห์ได้โดยไม่กระทบกำหนดส่งงาน
  9. เครื่องผ่านการรับรอง Master Ozone Generator ผ่านการทดสอบจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek ประเทศอังกฤษ
  10. ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรกว่า 300 แห่ง ทั้งโรงแรมห้าดาวอย่าง The Ritz-Carlton, Fraser Suites, Andaz และ Dusit International ไปจนถึงโรงพยาบาล โรงเรียน สำนักงาน และโรงงาน

ห้องทำงานของคุณธนกร ก่อนและหลัง

ก่อน

  • เดินเข้าห้องแล้วได้กลิ่นอับเหมือนห้องเก็บของ
  • ง่วงหนักช่วงบ่ายจนต้องดื่มกาแฟวันละสี่แก้ว
  • ปวดหัวตื้อ ๆ ที่ขมับเกือบทุกเย็น
  • เป็นหวัดสามครั้งในสี่เดือน ส่งงานช้า
  • พรมและเก้าอี้ผ้าเก็บกลิ่นอาหารที่สั่งมากิน
  • ลูกสาวติดหวัดตามพ่อบ่อยครั้ง

หลัง

  • อากาศในห้องโปร่ง ไม่มีกลิ่นอับค้างอยู่
  • ช่วงบ่ายยังมีสมาธิ กาแฟเหลือวันละแก้วเดียว
  • อาการปวดหัวตอนเย็นลดลงอย่างเห็นได้ชัด
  • ประชุมออนไลน์ได้อย่างมั่นใจ ส่งงานตรงเวลา
  • เฟอร์นิเจอร์ผ้าไม่มีกลิ่นอาหารติดค้าง
  • ครอบครัวมีเวลาเย็นร่วมกันมากขึ้น

คุณธนกรเล่าให้ฟังหลังใช้บริการ

"ผมเป็นคนไม่ค่อยเชื่ออะไรง่าย ๆ เลยถามเจ้าหน้าที่เยอะมาก ทั้งเรื่องคอมพิวเตอร์ เรื่องจอ เรื่องกลิ่นหลังทำ เขาตอบทุกข้อแบบตรงไปตรงมา บอกชัดว่าระหว่างเครื่องทำงานเราต้องออกจากห้อง แล้วเขาจะระบายอากาศให้ก่อนเราเข้า วันนั้นกลับมาถึงบ้าน เปิดประตูห้องทำงานแล้วรู้สึกเหมือนห้องใหม่ ไม่มีกลิ่นอะไรเลย ซึ่งต่างจากทุกวันที่เคยเป็น ผ่านไปสองสามสัปดาห์ บ่ายวันธรรมดาผมยังทำงานได้ต่อเนื่อง ไม่ต้องลุกไปชงกาแฟบ่อยเหมือนเดิม ที่ชอบที่สุดคือภรรยาเดินเข้ามาแล้วบอกว่าห้องนี้ไม่เหมือนห้องเก็บของแล้ว"
— คุณธนกร, สวนหลวง กรุงเทพฯ

นิสัยเล็ก ๆ ที่ช่วยให้ห้องทำงานสดชื่นนานขึ้นหลังอบโอโซน

การอบโอโซนช่วยรีเซ็ตห้องให้กลับมาสะอาดในระดับที่การทำความสะอาดทั่วไปทำไม่ได้ แต่ถ้าอยากให้ห้องทำงานคงความสดชื่นไว้ได้นาน คุณธนกรแนะนำนิสัยง่าย ๆ ที่เขาเริ่มทำหลังจากนั้น

  • ไม่กินข้าวหน้าจอทุกมื้อ ย้ายมื้อกลางวันลงไปกินที่ชั้นล่าง ช่วยลดกลิ่นอาหารที่ฝังในพรมและเก้าอี้ แถมได้ลุกเดินยืดเส้นด้วย
  • เก็บแก้วและจานออกจากห้องทุกเย็น ไม่ปล่อยให้แก้วกาแฟหรือกล่องอาหารค้างข้ามคืน
  • ล้างแผ่นกรองแอร์ทุกเดือน สำหรับห้องที่เปิดแอร์มากกว่าแปดชั่วโมงต่อวัน
  • พักสายตาและเปิดประตูห้องระหว่างวัน ให้อากาศจากส่วนอื่นของบ้านได้ไหลเวียนเข้ามาบ้าง
  • ลดของที่ไม่จำเป็นในห้อง แฟ้มเก่าและกล่องพัสดุเป็นที่สะสมฝุ่นชั้นดี
  • นัดอบโอโซนซ้ำเป็นระยะ โดยเฉพาะหลังจากคนในบ้านเพิ่งหายป่วย หรือเข้าสู่ช่วงฤดูฝนที่ความชื้นสูง

เกร็ดความรู้ที่หลายคนมองข้ามคือ การล้างมือบ่อย ๆ และการแยกของใช้ส่วนตัวเมื่อมีคนในบ้านป่วย ยังคงเป็นพื้นฐานสำคัญในการป้องกันโรคติดต่อทางเดินหายใจ ตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรค การอบโอโซนจึงเป็นตัวช่วยที่ทำงานร่วมกับสุขอนามัยพื้นฐาน ไม่ใช่สิ่งที่มาแทนที่

อีกเรื่องที่คุณธนกรค้นพบคือ เมื่อห้องไม่มีกลิ่นอับแล้ว เขาเริ่มรู้สึกอยากเข้าห้องทำงานตอนเช้ามากขึ้น แทนที่จะหอบโน้ตบุ๊กไปนั่งร้านกาแฟเพื่อหนีบรรยากาศทึบ ๆ เหมือนแต่ก่อน ค่ากาแฟนอกบ้านที่เคยจ่ายเกือบทุกวันจึงลดลงไปอีกทาง

คืนอากาศดีให้ห้องทำงานของคุณ แล้วกลับมาโฟกัสกับงานได้เต็มที่

ให้ WHD อบโอโซนห้องทำงานและห้องอื่น ๆ ในบ้าน ฆ่าเชื้อลึกถึงพรมและเฟอร์นิเจอร์ผ้า โดยไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง

ดูบริการและราคา อบโอโซนห้องทำงาน คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268 | อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

โปรโมชัน: ใช้บริการตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับฟรีบริการพ่นฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ด้วย CHEMGENE HLD4H จากสหราชอาณาจักร

คำถามที่พบบ่อยเรื่องอบโอโซนห้องทำงานที่บ้าน

1. คอมพิวเตอร์และจอภาพต้องขนออกจากห้องไหม

ไม่ต้องครับ โอโซนเป็นก๊าซ ไม่ทำให้เปียกและไม่สร้างความเสียหายต่อเครื่องใช้ไฟฟ้า แนะนำเพียงปิดเครื่องและเก็บเอกสารสำคัญให้เรียบร้อยตามปกติ

2. ระหว่างอบโอโซนนั่งทำงานในห้องต่อได้หรือเปล่า

ไม่ได้ครับ คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ต้องออกจากพื้นที่ระหว่างเครื่องทำงาน เจ้าหน้าที่จะควบคุมเครื่องและระบายอากาศหลังช่วงพักระบบก่อนให้กลับเข้าห้อง

3. หลังทำเสร็จจะมีกลิ่นติดอยู่ไหม

โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน จึงไร้สารเคมีตกค้าง หลังระบายอากาศแล้วห้องจะไม่มีทั้งกลิ่นอับและกลิ่นน้ำยา

4. ช่วยเรื่องเป็นหวัดบ่อยได้จริงหรือ

โอโซนช่วยฆ่าไวรัสและแบคทีเรียที่สะสมในห้องและบนวัสดุต่าง ๆ ซึ่งช่วยลดแหล่งเชื้อในบ้าน แต่สุขภาพยังขึ้นกับปัจจัยอื่นด้วย เช่น การพักผ่อนและการล้างมือ หากมีอาการป่วยต่อเนื่องควรพบแพทย์

5. ใช้เวลานานแค่ไหนต่อห้อง

ประมาณ 30 นาทีต่อรอบ ประกอบด้วยการเริ่มระบบ 2 นาที กระจายโอโซน 12 นาที ฆ่าเชื้อ 12 นาที และพักระบบ 4 นาที

6. ควรอบโอโซนบ่อยแค่ไหน

ขึ้นอยู่กับการใช้งาน ห้องที่เปิดแอร์ทั้งวันหรือมีคนในบ้านป่วยบ่อย อาจพิจารณาทำเป็นระยะ เช่น หลังคนในบ้านหายป่วย หรือช่วงเปลี่ยนฤดู สอบถามคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง

คีย์เวิร์ด: ห้องทำงานที่บ้านอากาศอับ, อบโอโซนห้องทำงาน, ทำงานที่บ้านปวดหัว, เป็นหวัดบ่อย, กำจัดกลิ่นอับในห้องแอร์, โอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย, เชื้อราในแอร์

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้