บ้านใหม่หลังรีโนเวท แต่ทำไมเข้าห้องทีไรปวดหัว? รู้ทันกลิ่นสี กลิ่นเฟอร์นิเจอร์ใหม่ และสารระเหยที่มองไม่เห็น

Last updated: 21 ก.ย. 2569  |  9 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บ้านใหม่หลังรีโนเวท แต่ทำไมเข้าห้องทีไรปวดหัว? รู้ทันกลิ่นสี กลิ่นเฟอร์นิเจอร์ใหม่ และสารระเหยที่มองไม่เห็น

บ้านใหม่หลังรีโนเวท แต่ทำไมเข้าห้องทีไรปวดหัว? รู้ทันกลิ่นสี กลิ่นเฟอร์นิเจอร์ใหม่ และสารระเหยที่มองไม่เห็น

สีผนังสวย พื้นใหม่เงาวับ ตู้บิลต์อินตรงตามแบบทุกอย่าง แต่กลิ่นฉุนที่ค้างอยู่ในห้องกลับทำให้ทั้งบ้านปวดหัว แสบตา และนอนไม่หลับ มาทำความเข้าใจว่ากลิ่นนี้มาจากไหน ทำไมเปิดหน้าต่างอย่างเดียวไม่พอ และการอบโอโซนช่วยลดกลิ่นสารเคมีตกค้างได้อย่างไร

ห้องนอนในฝันของลูกสาว ที่กลายเป็นห้องที่ไม่มีใครอยากเข้า

คุณกิตติพัฒน์ หรือ “กิต” อายุ 38 ปี เป็นนักออกแบบกราฟิกที่ทำงานจากบ้าน ส่วนภรรยาคือคุณมิ้นท์เป็นพยาบาลที่โรงพยาบาลเอกชนในย่านบางนา ทั้งคู่มีลูกสาววัยสองขวบครึ่งชื่อ “ใบเตย” เมื่อปีที่แล้วพวกเขาซื้อทาวน์โฮมมือสองอายุสิบห้าปีในซอยแถวบางนา-ตราด แล้วตัดสินใจรีโนเวทใหม่เกือบทั้งหลังก่อนย้ายเข้า

งานรีโนเวทใช้เวลาเกือบสามเดือน ทั้งทาสีใหม่ทุกห้อง ปูพื้นไวนิลลายไม้ทับกระเบื้องเดิม ทำตู้เสื้อผ้าและตู้ครัวบิลต์อินใหม่ทั้งหมด ติดวอลเปเปอร์ในห้องนั่งเล่น และที่ตั้งใจที่สุดคือห้องนอนของใบเตย ซึ่งคุณมิ้นท์เลือกสีชมพูพาสเทลเอง พร้อมเตียงไม้เด็ก ตู้เก็บของเล่น และที่นอนใหม่เอี่ยม

ผู้รับเหมาส่งมอบงานในวันศุกร์ และครอบครัวย้ายเข้าในวันเสาร์ถัดมา ทันทีที่เปิดประตูเข้าบ้าน กลิ่นฉุนแบบผสมระหว่างกลิ่นสีน้ำมัน กลิ่นกาว และกลิ่นไม้อัดใหม่ก็ลอยมาเต็มจมูก คุณกิตคิดว่าเป็นเรื่องปกติของบ้านที่เพิ่งรีโนเวทเสร็จ อีกไม่กี่วันก็คงหายไปเอง

แต่ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ กลิ่นยังไม่จางลงเท่าไร คุณกิตซึ่งนั่งทำงานในห้องทำงานชั้นสองทั้งวันเริ่มปวดหัวตื้อ ๆ ตั้งแต่ช่วงบ่าย ตาแห้งและแสบจนต้องหยอดน้ำตาเทียมบ่อยขึ้น คุณมิ้นท์ที่กลับมาจากเวรดึกก็บอกว่านอนหลับไม่สนิท ตื่นมาคอแห้งและระคายคอ ส่วนใบเตยเริ่มงอแงตอนเข้านอน ไอแห้ง ๆ เป็นพัก ๆ และมีผื่นแดงเล็ก ๆ ที่แก้ม

คืนหนึ่ง ใบเตยร้องไห้ไม่ยอมนอนในห้องของตัวเอง ทั้งที่เป็นห้องที่พ่อแม่ตั้งใจแต่งให้ที่สุด สุดท้ายทั้งครอบครัวต้องย้ายลงมานอนรวมกันที่ห้องนั่งเล่นชั้นล่าง ซึ่งมีกลิ่นน้อยกว่า คุณมิ้นท์ซึ่งมีความรู้ด้านสุขภาพเริ่มสงสัยว่าอาการทั้งหมดนี้อาจเกี่ยวกับสารเคมีจากวัสดุใหม่ในบ้าน และเริ่มหาข้อมูลอย่างจริงจัง

คุณกิตเล่าว่า ช่วงนั้นเขารู้สึกผิดอยู่ลึก ๆ เพราะเป็นคนเร่งให้ผู้รับเหมาทำงานให้เสร็จเร็วที่สุด เพื่อจะได้ย้ายเข้าก่อนวันเกิดของลูก ไม่เคยคิดเลยว่าการรีบย้ายเข้าบ้านที่เพิ่งทาสีเสร็จไม่กี่วัน จะทำให้ทุกคนในครอบครัวต้องรับกลิ่นสารเคมีเข้มข้นตั้งแต่วันแรก

กลิ่นบ้านใหม่มาจากไหน: รู้จัก VOCs และฟอร์มาลดีไฮด์

กลิ่นที่เรามักเรียกกันว่า “กลิ่นบ้านใหม่” แท้จริงแล้วคือกลิ่นของสารอินทรีย์ระเหยง่าย หรือ VOCs (Volatile Organic Compounds) ซึ่งเป็นกลุ่มสารเคมีที่ระเหยออกจากวัสดุก่อสร้างและของตกแต่งบ้านสู่อากาศได้ที่อุณหภูมิห้อง แหล่งที่มาหลัก ๆ ในงานรีโนเวท ได้แก่

  • สีทาผนังและสีเคลือบไม้: โดยเฉพาะสีน้ำมัน ทินเนอร์ และแลกเกอร์ ซึ่งปล่อยสารระเหยออกมามากในช่วงแรกหลังทา
  • ไม้อัด ปาร์ติเคิลบอร์ด และ MDF: วัสดุหลักของตู้บิลต์อินส่วนใหญ่ ใช้กาวที่อาจมีฟอร์มาลดีไฮด์เป็นส่วนผสม และสามารถปล่อยออกมาได้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน
  • กาวติดพื้น กาววอลเปเปอร์ และซิลิโคน: มีตัวทำละลายที่ระเหยได้
  • พื้นไวนิล พรมใหม่ และที่นอนใหม่: อาจมีกลิ่นพลาสติกหรือกลิ่นสารเคมีจากกระบวนการผลิต
  • ผ้าม่านและโซฟาใหม่: ที่ผ่านการเคลือบสารกันน้ำหรือสารป้องกันคราบ

สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมของสหรัฐอเมริกา (U.S. EPA) ระบุว่าความเข้มข้นของ VOCs หลายชนิดภายในอาคารมักสูงกว่าภายนอกอาคาร และจะสูงเป็นพิเศษในช่วงระหว่างและหลังงานทาสีหรือปรับปรุงบ้าน ปัญหานี้ยิ่งหนักในบ้านเมืองไทยที่ต้องปิดประตูหน้าต่างเปิดแอร์เกือบตลอดวัน อากาศในห้องจึงแทบไม่ได้ถ่ายเทออกไปภายนอก สารระเหยที่ปล่อยออกมาทุกวันก็สะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ความร้อนและความชื้นก็มีส่วนเช่นกัน เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น วัสดุหลายชนิดจะปล่อยสารระเหยออกมาได้มากขึ้น ในช่วงบ่ายที่แดดส่องเข้าห้อง กลิ่นในบ้านจึงมักแรงกว่าช่วงเช้า ซึ่งตรงกับช่วงที่คุณกิตเริ่มปวดหัวทุกวัน

ราคาที่ต้องจ่ายเมื่อปล่อยให้กลิ่นสารเคมีค้างอยู่ในบ้าน

ด้านสุขภาพ: อาการที่หลายคนคิดว่าแค่เหนื่อย

การสูดดมสารระเหยจากวัสดุใหม่อย่างต่อเนื่องอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองได้หลายรูปแบบ ที่พบบ่อยคือ ปวดศีรษะ เวียนหัว คลื่นไส้ แสบตา น้ำตาไหล คัดจมูก ระคายคอ ไอแห้ง และรู้สึกอ่อนเพลียโดยไม่มีสาเหตุ อาการเหล่านี้มักดีขึ้นเมื่อออกไปนอกบ้าน และกลับมาเป็นอีกเมื่อเข้ามาอยู่ในห้องเดิม ซึ่งเป็นเบาะแสสำคัญว่าต้นเหตุอยู่ในอากาศภายในบ้าน

เด็กเล็กเป็นกลุ่มที่ต้องระวังมากที่สุด เพราะหายใจเร็วกว่าผู้ใหญ่ ใช้เวลาอยู่ใกล้พื้นและเฟอร์นิเจอร์มากกว่า และระบบทางเดินหายใจยังอยู่ในช่วงพัฒนา ผู้ที่เป็นภูมิแพ้ หอบหืด ผู้สูงอายุ และหญิงตั้งครรภ์ก็เป็นกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกลิ่นสารเคมีเข้มข้นเป็นเวลานาน ส่วนฟอร์มาลดีไฮด์นั้น หน่วยงานด้านสุขภาพระดับสากลจัดให้เป็นสารที่ควรลดการสัมผัสภายในที่พักอาศัยให้น้อยที่สุดเท่าที่ทำได้

ด้านการเงิน: ลงทุนหลักแสน แต่ใช้บ้านได้ไม่เต็มที่

ครอบครัวของคุณกิตใช้งบรีโนเวทไปหลายแสนบาท แต่กลับใช้งานห้องที่ตั้งใจทำได้ไม่ถึงครึ่ง ห้องนอนลูกถูกปิดทิ้งไว้ ห้องทำงานก็นั่งได้ไม่นาน บางครอบครัวถึงขั้นต้องเช่าที่พักชั่วคราวหรือไปอาศัยบ้านญาติอีกหลายสัปดาห์ เพื่อรอให้กลิ่นจางลง ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้อยู่ในงบประมาณตั้งแต่แรก ยังไม่นับค่าเครื่องฟอกอากาศ ถ่านกัมมันต์ และค่าพบแพทย์เมื่ออาการไม่หายไป

ด้านการทำงานและความสัมพันธ์

สำหรับคนที่ทำงานจากบ้านอย่างคุณกิต อาการปวดหัวทุกบ่ายทำให้สมาธิหลุด งานออกแบบที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์เดินหน้าช้าลง ส่งงานลูกค้าไม่ทันกำหนดไปสองครั้ง ขณะเดียวกัน การที่ทุกคนนอนไม่พอก็ทำให้อารมณ์ในบ้านตึงเครียด คู่สามีภรรยาเริ่มทะเลาะกันเรื่องเล็ก ๆ ว่าใครเลือกวัสดุผิด หรือควรย้ายเข้าช้ากว่านี้หรือไม่

ด้านเวลา: รอให้กลิ่นหายเองอาจนานกว่าที่คิด

หลายคนเชื่อว่ากลิ่นบ้านใหม่จะหายไปเองภายในไม่กี่วัน แต่ในความเป็นจริง วัสดุบางประเภท โดยเฉพาะไม้อัดและปาร์ติเคิลบอร์ดในตู้บิลต์อิน สามารถปล่อยสารระเหยออกมาอย่างต่อเนื่องได้นานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ยิ่งบ้านปิดสนิทและเปิดแอร์ตลอด การรอเฉย ๆ ก็ยิ่งใช้เวลานานขึ้น

สัญญาณเตือนว่าอากาศในบ้านใหม่ของคุณไม่ควรปล่อยไว้

ลองสังเกตตัวเองและคนในบ้านดูว่ามีข้อใดตรงกับสถานการณ์ของคุณบ้าง หากตอบว่าใช่ตั้งแต่สองข้อขึ้นไป อาจถึงเวลาที่ต้องจัดการกับอากาศในบ้านอย่างจริงจัง

  • ผ่านไปเกินหนึ่งสัปดาห์หลังรีโนเวทเสร็จ แต่ยังได้กลิ่นสีหรือกลิ่นกาวชัดเจนเมื่อเดินเข้าบ้าน
  • เปิดตู้บิลต์อินหรือลิ้นชักแล้วรู้สึกแสบตาหรือแสบจมูก
  • ปวดหัวหรือเวียนหัวเมื่ออยู่ในห้องใดห้องหนึ่งนาน ๆ และอาการดีขึ้นเมื่อออกไปข้างนอก
  • เด็กในบ้านไอ จาม มีผื่น หรือไม่ยอมนอนในห้องที่เพิ่งตกแต่งใหม่
  • กลิ่นจะแรงขึ้นในช่วงบ่ายที่อากาศร้อน หรือหลังปิดห้องเปิดแอร์ทั้งคืน

อาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าบ้านของคุณอันตรายเสมอไป แต่เป็นสัญญาณว่าอากาศภายในบ้านยังไม่พร้อมสำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะสำหรับเด็กเล็กและผู้ที่มีโรคประจำตัว หากอาการรุนแรงหรือไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ควบคู่ไปด้วย

วิธีไล่กลิ่นบ้านใหม่ที่นิยมกัน ทำไมได้ผลไม่เต็มที่

  • เปิดหน้าต่างทุกบานให้ลมพัดผ่าน: เป็นสิ่งที่ควรทำและช่วยได้จริง แต่ในกรุงเทพฯ มีข้อจำกัดหลายอย่าง ทั้งฝุ่น PM2.5 ในบางฤดู ฝนที่ตกบ่อย อากาศร้อนจนอยู่ไม่ได้ และความปลอดภัยของบ้านเมื่อต้องเปิดทิ้งไว้ทั้งคืน การระบายอากาศจึงทำได้ไม่ต่อเนื่อง
  • วางถ่านไม้ไผ่ ถ่านกัมมันต์ หรือกากกาแฟ: ดูดซับกลิ่นได้บ้างในพื้นที่เล็ก ๆ แต่ความสามารถในการดูดซับมีจำกัด เมื่อเทียบกับปริมาณอากาศในห้องทั้งห้อง และเมื่อถ่านอิ่มตัวแล้วก็แทบไม่ช่วยอะไร
  • ผ่ามะนาว หัวหอม หรือสับปะรดวางไว้ในห้อง: เป็นภูมิปัญญาที่ส่งต่อกันมา แต่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าช่วยลดสารระเหยได้จริง และผลไม้ที่ทิ้งไว้นานก็เน่าเสียกลายเป็นกลิ่นใหม่
  • ฉีดสเปรย์ปรับอากาศหรือจุดเทียนหอม: เป็นการเติมสารระเหยชนิดใหม่เข้าไปในอากาศ ทับซ้อนกับสารเดิมที่มีอยู่แล้ว อาการปวดหัวจึงอาจแย่ลงแทนที่จะดีขึ้น
  • ซื้อเครื่องฟอกอากาศมาเปิด: เครื่องฟอกที่มีแต่แผ่นกรอง HEPA ออกแบบมาเพื่อดักจับอนุภาคอย่างฝุ่น ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อจัดการกับก๊าซ ส่วนรุ่นที่มีแผ่นคาร์บอนก็ต้องเปลี่ยนไส้กรองบ่อย และทำงานได้ดีเฉพาะในพื้นที่ใกล้เครื่อง
  • เปิดแอร์เย็นจัดแล้วปิดห้อง: แอร์บ้านส่วนใหญ่หมุนเวียนอากาศเดิมภายในห้อง ไม่ได้นำอากาศใหม่เข้ามา สารระเหยจึงยังวนอยู่ในห้องเหมือนเดิม

สรุปได้ว่า วิธีเหล่านี้ช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่มีวิธีใดเข้าไปจัดการกับโมเลกุลกลิ่นที่กระจายอยู่ทั่วอากาศ และฝังอยู่ในเนื้อผ้าม่าน ที่นอน และซอกตู้ได้อย่างทั่วถึงในเวลาอันสั้น

ตัวช่วยที่คุณมิ้นท์เลือก: อบโอโซนฆ่าเชื้อและลดกลิ่นสารเคมีตกค้างโดย WHD

หลังจากค้นข้อมูลอยู่หลายวัน คุณมิ้นท์ได้รู้จัก บริการโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยของ World Health Disinfection จากหัวหน้าพยาบาลที่เคยใช้บริการกับคอนโดของตัวเองหลังตกแต่งใหม่ จุดที่ทำให้เธอสนใจคือ บริการนี้ไม่ได้เติมสารเคมีใหม่เข้าไปในบ้าน แต่ใช้ก๊าซโอโซนที่สลายตัวกลับเป็นออกซิเจนเองตามธรรมชาติ

เครื่อง Master Ozone Generator ผลิตก๊าซโอโซน (O3) ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นตัวออกซิไดซ์ที่แรง เมื่อกระจายไปทั่วห้อง โอโซนจะเข้าทำปฏิกิริยากับโมเลกุลของสารที่ก่อกลิ่น ทำให้กลิ่นฉุนของสีใหม่ กลิ่นกาว และกลิ่นสารเคมีที่ตกค้างจางลง ขณะเดียวกันก็ฆ่าเชื้อโรคที่อาจติดมากับฝุ่นก่อสร้างและข้าวของที่ขนย้ายเข้าบ้าน ทั้งไวรัส แบคทีเรีย และสปอร์เชื้อรา เนื่องจากเป็นก๊าซ จึงเข้าถึงได้ทั้งในผ้าม่าน ที่นอน โซฟา ช่องในตู้บิลต์อิน และระบบแอร์ โดยไม่ทำให้เฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าเปียกหรือเสียหาย

เพื่อความตรงไปตรงมา ควรเข้าใจว่าการอบโอโซนเป็นตัวช่วยสำคัญในการลดกลิ่นสารเคมีตกค้างและฆ่าเชื้อ แต่ควรใช้ควบคู่กับการระบายอากาศที่ดี การรอให้สีแห้งตัวเต็มที่ตามคำแนะนำของผู้ผลิต และการเลือกวัสดุที่ปล่อยสารระเหยต่ำในงานรีโนเวทครั้งต่อไป หากต้องการข้อมูลเชิงลึกเรื่องนี้ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ บทความการกำจัดสารเคมีตกค้างด้วยโอโซน

ความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ: ขณะเครื่องทำงาน ทุกคนในบ้าน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ต้องออกจากพื้นที่ทั้งหมด ช่างของ WHD เป็นผู้ควบคุมเครื่องตั้งแต่ต้นจนจบ เมื่อพักระบบเรียบร้อยแล้ว ช่างจะเปิดห้องและระบายอากาศก่อนให้ทุกคนกลับเข้าไป

ลำดับการทำงานในหนึ่งรอบ (ประมาณ 30 นาที)

  1. เริ่มต้นและกำหนดความเข้มข้น (2 นาที): ช่างประเมินขนาดห้องและระดับกลิ่น แล้วตั้งค่าเครื่องให้เหมาะสม พร้อมเปิดบานตู้บิลต์อินและลิ้นชักไว้
  2. กระจายโอโซนทั่วพื้นที่ (12 นาที): ก๊าซแผ่ไปถึงทุกมุมห้อง รวมถึงภายในตู้และหลังเฟอร์นิเจอร์
  3. ฟอกอากาศและฆ่าเชื้อ (12 นาที): โอโซนทำปฏิกิริยากับเชื้อโรคและโมเลกุลกลิ่นในระดับโมเลกุล
  4. พักระบบ (4 นาที): ก่อนที่ช่างจะเปิดห้องระบายอากาศและให้ครอบครัวกลับเข้ามา

10 เหตุผลที่บ้านหลังรีโนเวทควรพิจารณาการอบโอโซนก่อนย้ายเข้า

  1. ลดกลิ่นฉุนจากสี กาว และวัสดุใหม่ได้ทั่วทั้งห้อง ไม่ใช่เฉพาะจุดที่วางถ่านหรือตั้งเครื่องฟอกอากาศ
  2. ไม่เติมสารเคมีใหม่เข้าไปในบ้าน เพราะโอโซนสลายตัวเป็นออกซิเจน จึงไร้สารเคมีตกค้าง
  3. เข้าถึงภายในตู้บิลต์อิน ลิ้นชัก และซอกเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งเป็นแหล่งกลิ่นสำคัญของบ้านที่เพิ่งตกแต่งใหม่
  4. ฆ่าเชื้อโรคที่มากับฝุ่นก่อสร้างและข้าวของขนย้าย ทั้งไวรัส แบคทีเรียมากกว่า 99.9% และสปอร์เชื้อรา
  5. ปลอดภัยต่อเฟอร์นิเจอร์ใหม่ราคาแพง ไม่ทำให้ผิวไม้ วอลเปเปอร์ ผ้าบุโซฟา หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าเปียกชื้นหรือเสียหาย
  6. ช่วยให้ห้องนอนเด็กพร้อมใช้งานเร็วขึ้น ลูกได้นอนในห้องที่พ่อแม่ตั้งใจแต่งให้ โดยไม่ต้องรอนานหลายเดือน
  7. ขจัดกลิ่นอื่นที่ติดมาด้วย เช่น กลิ่นบุหรี่ของเจ้าของบ้านเดิม กลิ่นอับจากบ้านมือสอง หรือกลิ่นอาหารที่ฝังในผนัง
  8. รวดเร็ว ใช้เวลารอบละประมาณ 30 นาที ไม่ต้องย้ายออกไปอยู่ที่อื่นเป็นสัปดาห์
  9. เครื่องมือผ่านการรับรอง Master Ozone Generator ผ่านการรับรองและทดสอบจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek สหราชอาณาจักร โดย Intertek ระบุว่ามีประสิทธิภาพสูงกว่าวิธีมาตรฐาน 10 เท่า
  10. ทีมงานที่องค์กรชั้นนำไว้วางใจ ดูแลลูกค้ากว่า 300 องค์กร ทั้งโรงแรม The Ritz-Carlton, Fraser Suites, Andaz, Dusit International โรงพยาบาล โรงเรียน สำนักงาน และโรงงาน

เปรียบเทียบก่อนและหลัง ในบ้านของคุณกิตและคุณมิ้นท์

ก่อน

  • กลิ่นสี กลิ่นกาว และกลิ่นไม้อัดฉุนตั้งแต่ประตูหน้าบ้าน
  • คุณกิตปวดหัวทุกบ่าย ตาแห้ง แสบตา ทำงานได้ไม่เต็มที่
  • ใบเตยไอแห้ง มีผื่นที่แก้ม และไม่ยอมนอนในห้องของตัวเอง
  • ทั้งครอบครัวต้องนอนรวมกันที่ห้องนั่งเล่นชั้นล่าง
  • ลองทั้งถ่าน มะนาว และเครื่องฟอกอากาศ กลิ่นก็ยังไม่ดีขึ้นอย่างที่หวัง

หลัง

  • กลิ่นฉุนในบ้านลดลงอย่างชัดเจน อากาศในห้องรู้สึกสะอาดขึ้น
  • คุณกิตนั่งทำงานในห้องชั้นสองได้ทั้งวันโดยไม่ปวดหัวเหมือนเดิม
  • ใบเตยกลับไปนอนในห้องสีชมพูของตัวเองอย่างมีความสุข
  • ทุกคนนอนหลับได้ดีขึ้น บรรยากาศในบ้านผ่อนคลายลง
  • ได้ใช้ทุกห้องที่ลงทุนรีโนเวทอย่างเต็มที่

เสียงจากคุณมิ้นท์

“ในฐานะพยาบาล เราไม่อยากใช้อะไรที่ทิ้งสารเคมีไว้ในบ้านเพิ่มอีก เลยถามช่างละเอียดมากก่อนตกลง ช่างอธิบายชัดเจนว่าระหว่างอบทุกคนต้องออกจากบ้าน และเขาจะเป็นคนเปิดระบายอากาศเองก่อนให้เรากลับเข้าไป วันนั้นเราพาใบเตยไปเดินห้างใกล้บ้าน พอกลับมาก็รู้สึกได้เลยว่ากลิ่นฉุนเบาลงมาก โดยเฉพาะในห้องลูกกับในตู้เสื้อผ้าที่เคยเปิดแล้วแสบตา หลังจากนั้นเรายังเปิดหน้าต่างระบายอากาศทุกเช้าตามที่ช่างแนะนำ สามีไม่ได้บ่นปวดหัวอีก และลูกก็ยอมกลับไปนอนห้องตัวเองแล้วค่ะ”

— คุณมิ้นท์, บางนา กรุงเทพฯ

รีโนเวทเสร็จแล้ว อย่าให้กลิ่นสารเคมีขโมยความสุขในบ้านใหม่

ให้ World Health Disinfection ช่วยลดกลิ่นสีและกลิ่นเฟอร์นิเจอร์ใหม่ พร้อมฆ่าเชื้อทั่วทั้งบ้านด้วยการอบโอโซน ไร้สารเคมีตกค้าง ใช้เวลาเพียงราว 30 นาทีต่อรอบ

ดูบริการและราคา อบโอโซนบ้านใหม่ คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268 | อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

โปรโมชัน: ใช้บริการตั้งแต่ 15,000 บาท รับฟรีบริการพ่นฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ด้วย CHEMGENE HLD4H จากสหราชอาณาจักร

เกร็ดความรู้: วางแผนรีโนเวทครั้งหน้าให้บ้านมีกลิ่นน้อยตั้งแต่ต้น

  • เลือกสีสูตรน้ำที่ระบุว่าปล่อยสารระเหยต่ำ โดยเฉพาะสำหรับห้องนอนและห้องเด็ก
  • สอบถามผู้รับเหมาเรื่องมาตรฐานการปล่อยฟอร์มาลดีไฮด์ของแผ่นไม้ ที่ใช้ทำตู้บิลต์อิน และขอให้ปิดขอบแผ่นไม้ให้เรียบร้อยทุกด้าน
  • เผื่อเวลาระหว่างวันส่งมอบงานกับวันย้ายเข้า อย่างน้อยหนึ่งถึงสองสัปดาห์ เพื่อระบายอากาศและอบโอโซนก่อนเข้าอยู่
  • แกะพลาสติกห่อที่นอนและเฟอร์นิเจอร์ใหม่ไว้ล่วงหน้า ในห้องที่มีอากาศถ่ายเท
  • ระบายอากาศทุกวันในช่วงที่ค่าฝุ่นต่ำ เช่น ช่วงเช้าหรือหลังฝนตก และเปิดพัดลมดูดอากาศในห้องน้ำและห้องครัว
  • ให้เด็กเล็กและผู้สูงอายุย้ายเข้าเป็นกลุ่มสุดท้าย หลังจากกลิ่นลดลงแล้ว

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: ควรอบโอโซนหลังรีโนเวทเสร็จนานแค่ไหน?

ตอบ: เหมาะที่จะทำหลังผู้รับเหมาเก็บงานและทำความสะอาดฝุ่นก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว และสีแห้งตัวตามระยะเวลาที่ผู้ผลิตแนะนำ ช่างสามารถประเมินหน้างานและแนะนำช่วงเวลาที่เหมาะสมได้

ถาม: อบโอโซนแล้วกลิ่นสีจะหายหมดทันทีหรือไม่?

ตอบ: การอบโอโซนช่วยลดกลิ่นสารเคมีตกค้างในอากาศและในเนื้อวัสดุได้อย่างชัดเจน แต่วัสดุบางชนิดอาจยังปล่อยสารระเหยออกมาได้อีกระยะหนึ่ง จึงควรระบายอากาศอย่างสม่ำเสมอต่อไป และอาจพิจารณาอบซ้ำหากกลิ่นกลับมา

ถาม: โอโซนจะทำให้สีผนังหรือวอลเปเปอร์ใหม่เสียหายไหม?

ตอบ: บริการนี้เป็นการใช้ก๊าซ ไม่มีการฉีดพ่นของเหลว จึงไม่ทำให้ผนัง เฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าเปียกหรือเสียหาย ช่างจะควบคุมความเข้มข้นให้เหมาะกับพื้นที่

ถาม: ต้องออกจากบ้านนานเท่าไร?

ตอบ: หนึ่งรอบใช้เวลาประมาณ 30 นาที รวมช่วงพักระบบ หลังจากนั้นช่างจะเปิดระบายอากาศก่อนให้กลับเข้าบ้าน หากทำหลายห้อง เวลารวมจะขึ้นอยู่กับจำนวนห้อง ทุกคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ต้องอยู่นอกพื้นที่ระหว่างที่เครื่องทำงาน

ถาม: บ้านมีเด็กเล็กและหญิงตั้งครรภ์ ใช้บริการได้หรือไม่?

ตอบ: ใช้ได้ เพราะไม่มีใครอยู่ในพื้นที่ระหว่างการอบ และโอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจนโดยไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง ทั้งนี้ควรกลับเข้าบ้านเมื่อช่างแจ้งว่าระบายอากาศเรียบร้อยแล้วเท่านั้น

ถาม: ใช้กับคอนโดที่เพิ่งตกแต่งใหม่ได้ไหม?

ตอบ: ได้ ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดและราคาได้ทางโทรศัพท์หรือ LINE

คำค้นที่เกี่ยวข้อง: กลิ่นสีใหม่ ปวดหัว, กลิ่นเฟอร์นิเจอร์ใหม่, กลิ่นบ้านรีโนเวท, สาร VOCs ในบ้าน, ฟอร์มาลดีไฮด์ในเฟอร์นิเจอร์, กำจัดกลิ่นสารเคมีตกค้าง, อบโอโซนบ้านใหม่, บริการโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย, World Health Disinfection

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้