กลับบ้านหลังปิดทิ้งไว้หลายเดือน เปิดประตูมาเจอกลิ่นอับ เชื้อรา และกลิ่นหนู: ฟื้นบ้านให้พร้อมอยู่อย่างไรให้ปลอดภัย

Last updated: 21 ก.ย. 2569  |  6 จำนวนผู้เข้าชม  | 

กลับบ้านหลังปิดทิ้งไว้หลายเดือน เปิดประตูมาเจอกลิ่นอับ เชื้อรา และกลิ่นหนู: ฟื้นบ้านให้พร้อมอยู่อย่างไรให้ปลอดภัย

กลับบ้านหลังปิดทิ้งไว้หลายเดือน เปิดประตูมาเจอกลิ่นอับ เชื้อรา และกลิ่นหนู: ฟื้นบ้านให้พร้อมอยู่อย่างไรให้ปลอดภัย

ไม่ว่าจะไปเยี่ยมลูกหลานที่ต่างประเทศ ไปทำงานต่างจังหวัด หรือย้ายไปดูแลพ่อแม่ชั่วคราว บ้านที่ถูกปิดไว้นานมักรอต้อนรับเราด้วยอากาศหนัก ๆ ฝุ่น เชื้อรา และกลิ่นที่บอกไม่ถูก บทความนี้เล่าเรื่องจริงของครอบครัวหนึ่ง พร้อมวิธีคืนความสดชื่นให้บ้านทั้งหลังด้วยการอบโอโซนฆ่าเชื้อ

เจ็ดเดือนที่เมลเบิร์น กับบ้านที่ปากเกร็ดซึ่งรออยู่อย่างเงียบ ๆ

คุณสุนีย์ อายุ 63 ปี ข้าราชการครูเกษียณ และคุณวิชัย สามีวัย 66 ปี อาศัยอยู่ในบ้านเดี่ยวสองชั้นในหมู่บ้านจัดสรรย่านปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี มาเกือบยี่สิบปี เมื่อต้นปี ลูกสาวคนเล็กที่ทำงานอยู่เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย คลอดลูกคนแรก ทั้งสองจึงตัดสินใจบินไปช่วยเลี้ยงหลานนานถึงเจ็ดเดือน

ก่อนเดินทาง คุณสุนีย์เตรียมบ้านอย่างดีตามที่คิดว่าควรทำ ปิดวาล์วน้ำ ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้า คลุมโซฟาด้วยผ้า ปิดหน้าต่างทุกบานให้แน่น และฝากเพื่อนบ้านช่วยดูแลความเรียบร้อยจากภายนอก ทั้งคู่วางใจว่าบ้านจะอยู่ในสภาพเดิมเมื่อกลับมา

บ่ายวันที่เครื่องบินลงจอดที่สุวรรณภูมิ รถแท็กซี่พาทั้งสองมาถึงหน้าบ้านตอนเกือบห้าโมงเย็น ทันทีที่คุณวิชัยไขกุญแจเปิดประตู อากาศร้อนอบอ้าวผสมกลิ่นอับหนัก ๆ ก็พุ่งออกมาปะทะหน้า กลิ่นนั้นเป็นส่วนผสมของความชื้น ฝุ่น และกลิ่นฉุนแปลก ๆ ที่ทำให้คุณสุนีย์ต้องยกมือปิดจมูก

เมื่อเดินสำรวจรอบบ้าน ทั้งคู่ก็พบสิ่งที่ไม่คาดคิดทีละอย่าง ผ้าคลุมโซฟามีจุดราสีดำกระจายอยู่ด้านที่หันเข้าหาผนัง ฝ้าเพดานในห้องน้ำชั้นบนมีคราบดำเป็นวงกว้าง ที่นอนในห้องนอนใหญ่มีกลิ่นอับชื้น พรมหน้าโทรทัศน์มีกลิ่นเหมือนผ้าขี้ริ้วเปียก และในห้องครัวมีมูลหนูเม็ดเล็ก ๆ อยู่ตามมุมตู้ พร้อมกลิ่นฉุนของปัสสาวะหนูที่ติดอยู่ในตู้เก็บของใต้ซิงก์ ถุงข้าวสารที่ลืมเก็บไว้ถูกกัดเป็นรู

สิ่งที่ทำให้คุณสุนีย์กังวลที่สุดคือ อีกเพียงสองสัปดาห์ ลูกชายคนโตจะพาภรรยาและหลานสองคนวัยสี่ขวบกับเจ็ดขวบมาค้างที่บ้านช่วงวันหยุดยาว และคุณวิชัยเองก็มีประวัติเป็นโรคหอบหืดตั้งแต่หนุ่ม คืนแรกที่กลับมา เขานอนไอเป็นพัก ๆ ทั้งคืน แม้จะเปิดพัดลมและหน้าต่างทิ้งไว้แล้วก็ตาม

เช้าวันรุ่งขึ้น คุณสุนีย์ยืนมองบ้านที่เคยอบอุ่นด้วยความรู้สึกหนักใจ เธอรู้ว่าต้องทำอะไรสักอย่างอย่างจริงจัง เพราะบ้านหลังนี้ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัยของสองสามีภรรยา แต่เป็นที่ที่ลูกหลานทุกคนจะกลับมารวมตัวกัน และเธอไม่อยากให้ใครต้องป่วยเพราะอากาศในบ้านที่ไม่สะอาด

เกิดอะไรขึ้นกับบ้านที่ถูกปิดไว้นาน

หลายคนเข้าใจว่าบ้านที่ไม่มีคนอยู่จะสะอาดกว่าเดิม เพราะไม่มีใครทำให้สกปรก แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม บ้านที่ถูกปิดสนิทในสภาพอากาศร้อนชื้นแบบเมืองไทยเปรียบเหมือนกล่องปิดที่ความร้อนและความชื้นถูกกักเอาไว้ทั้งวันทั้งคืน

ในช่วงกลางวัน อุณหภูมิภายในบ้านที่ปิดหน้าต่างทุกบานอาจสูงกว่าภายนอกหลายองศา ความชื้นจากพื้นดิน ผนัง และท่อน้ำระเหยขึ้นมาแต่ไม่มีทางออก พอถึงกลางคืนอากาศเย็นลง ไอน้ำก็ควบแน่นเกาะตามผิวเฟอร์นิเจอร์ ผนัง และฝ้าเพดาน วงจรนี้เกิดซ้ำทุกวันนานหลายเดือน จึงเป็นสภาพที่เหมาะอย่างยิ่งต่อการเติบโตของเชื้อรา

อีกปัญหาที่พบบ่อยในบ้านที่ไม่มีคนอยู่คือสัตว์รบกวน เมื่อบ้านเงียบ ไม่มีเสียงคนเดินหรือเสียงโทรทัศน์ หนูและแมลงสาบจะกล้าออกหากินและสร้างรังในมุมที่มืดและอุ่น เช่น ใต้ซิงก์ หลังตู้เย็น หรือในฝ้าเพดาน ทิ้งมูล ปัสสาวะ และเศษอาหารไว้เป็นแหล่งเชื้อโรคและกลิ่นเหม็น

นอกจากนี้ เครื่องปรับอากาศที่ปิดทิ้งไว้นานก็เป็นจุดสะสมเชื้อราชั้นดี คอยล์เย็นและถาดน้ำทิ้งที่ยังมีความชื้นหลงเหลือจะมีเชื้อราเกาะอยู่ภายใน เมื่อเปิดแอร์ครั้งแรกหลังจากกลับมา ลมเย็นที่เป่าออกมาจะพาสปอร์เชื้อราและกลิ่นอับกระจายไปทั่วห้องทันที

ไม่ใช่แค่คนที่ไปต่างประเทศ: ใครบ้างที่มักเจอปัญหาบ้านอับหลังปิดไว้นาน

เรื่องของคุณสุนีย์ไม่ใช่กรณีพิเศษ ปัจจุบันมีคนจำนวนมากที่ต้องทิ้งบ้านไว้เป็นเวลานานด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน และแทบทุกคนเจอปัญหาคล้ายกันเมื่อกลับมา

  • คนทำงานต่างจังหวัดหรือประจำไซต์งาน: วิศวกร พนักงานโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม หรือทีมงานโครงการที่ต้องไปประจำพื้นที่ครั้งละหลายเดือน กลับบ้านที่กรุงเทพฯ เพียงช่วงสั้น ๆ
  • ครอบครัวที่ย้ายไปดูแลพ่อแม่ที่ต่างจังหวัด: บ้านในเมืองจึงถูกปิดไว้โดยไม่มีใครเข้าไปเปิดระบายอากาศ
  • เจ้าของคอนโดหรือบ้านปล่อยเช่า: ช่วงรอผู้เช่ารายใหม่อาจกินเวลาหลายเดือน ห้องที่ปิดไว้จึงมีกลิ่นอับเมื่อพาลูกค้ามาดู
  • ผู้ที่ได้รับบ้านมรดกหรือซื้อบ้านมือสอง: บ้านที่ว่างมานานมักมีทั้งเชื้อรา ฝุ่นสะสม และกลิ่นสัตว์ที่ต้องจัดการก่อนเข้าอยู่
  • นักศึกษาหรือคนทำงานที่ไปเรียนต่อต่างประเทศ: กลับมาช่วงปิดภาคเรียนแล้วพบว่าห้องนอนเดิมไม่น่าอยู่อีกต่อไป

ไม่ว่าเหตุผลจะเป็นอะไร หลักการเดียวกันคือ ยิ่งบ้านถูกปิดไว้นานเท่าไร เชื้อโรคและกลิ่นก็ยิ่งฝังลึกมากเท่านั้น การวางแผนฟื้นฟูบ้านไว้ล่วงหน้าจึงช่วยประหยัดทั้งเวลา แรงกาย และค่าใช้จ่ายได้มาก

ผลกระทบที่เจ้าของบ้านต้องรู้ก่อนย้ายกลับเข้าไปอยู่

สุขภาพ: ความเสี่ยงที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

อากาศในบ้านที่ปิดไว้นานมักอัดแน่นไปด้วยฝุ่น สปอร์เชื้อรา และสารก่อภูมิแพ้จากมูลแมลงสาบ ผู้ที่เป็นโรคหอบหืด ภูมิแพ้ หรือโรคปอดเรื้อรังจะรู้สึกได้ทันทีตั้งแต่คืนแรก ด้วยอาการไอ แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงวี้ด คัดจมูก หรือนอนไม่หลับ

ส่วนมูลและปัสสาวะของหนูเป็นเรื่องที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ปัสสาวะหนูอาจเป็นแหล่งของเชื้อโรคที่ก่อให้เกิดโรคเลปโตสไปโรซิส หรือที่คนไทยเรียกกันว่าโรคฉี่หนู ซึ่งกรมควบคุมโรคเตือนให้ระวังการสัมผัสโดยตรง ขณะที่มูลหนูที่แห้งแล้วอาจแตกเป็นฝุ่นละเอียดฟุ้งขึ้นมาเมื่อกวาดพื้น เด็กเล็กที่ชอบนั่งเล่นกับพื้นและหยิบของเข้าปาก รวมถึงผู้สูงอายุที่ภูมิคุ้มกันลดลง จึงเป็นกลุ่มที่เสี่ยงที่สุด

เงิน: ค่าซ่อมแซมที่บานปลาย

ยิ่งปล่อยให้เชื้อราและกลิ่นฝังนาน ความเสียหายยิ่งขยายวงกว้าง โซฟาผ้า ที่นอน ผ้าม่าน และพรมที่มีเชื้อราฝังลึกอาจต้องซักด้วยเครื่องมือพิเศษหรือทิ้งไปทั้งชิ้น เครื่องหนังและหนังสือเก่าอาจเสียหายถาวร หลายครอบครัวเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่ทั้งชุด ทั้งที่ของเดิมยังใช้งานได้ดีหากได้รับการฆ่าเชื้ออย่างถูกวิธี

ความสัมพันธ์: เมื่อบ้านไม่พร้อมต้อนรับคนที่เรารัก

สำหรับคุณสุนีย์ การที่ลูกหลานจะกลับมารวมตัวกันที่บ้านเป็นช่วงเวลาที่รอคอยมาทั้งปี ความกังวลว่าหลานตัวเล็กจะป่วย หรือลูกสะใภ้จะรู้สึกไม่สบายใจกับกลิ่นในบ้าน ทำให้ความสุขที่ควรได้รับกลายเป็นความเครียด บางครอบครัวถึงขั้นต้องจองโรงแรมให้ลูกหลานพัก เพราะบ้านยังไม่พร้อม

เวลา: สัปดาห์ที่หมดไปกับการทำความสะอาด

หลังเดินทางไกลกลับมา ร่างกายยังเหนื่อยล้าและปรับเวลาไม่ทัน แต่กลับต้องใช้เวลาหลายวันขัดถู ซักล้าง และเปิดบ้านระบายอากาศ โดยที่ยังไม่แน่ใจว่าทำไปแล้วจะหายจริงหรือไม่ สำหรับผู้สูงอายุ งานหนักแบบนี้ยังเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและการสูดฝุ่นเชื้อราเข้าไปเต็ม ๆ ระหว่างทำความสะอาดด้วย

วิธีที่คนส่วนใหญ่ลองทำ และเหตุผลที่ยังไม่พอ

ในสามวันแรก คุณสุนีย์และคุณวิชัยพยายามแก้ปัญหาด้วยตัวเองทุกทาง บ้านดูสะอาดขึ้นในสายตา แต่กลิ่นและอาการไอของคุณวิชัยยังไม่หายไป

  • เปิดหน้าต่างและประตูทุกบานทิ้งไว้หลายวัน: ช่วยระบายอากาศได้บ้าง แต่กลิ่นที่ฝังในเนื้อผ้าโซฟา ที่นอน และพรมไม่ได้หายไปด้วยลม อีกทั้งถ้าฝนตก อากาศชื้นภายนอกก็ไหลเข้ามาแทนที่ และการเปิดบ้านทิ้งไว้ยังเป็นช่องทางให้ยุงและแมลงเข้ามาเพิ่ม
  • ถูพื้นด้วยน้ำยาฟอกขาวเข้มข้น: ทำความสะอาดพื้นได้ แต่กลิ่นฉุนของน้ำยาทำให้คุณวิชัยไอหนักขึ้น และน้ำยาใช้กับโซฟาผ้า ที่นอน หรือเฟอร์นิเจอร์ไม้ไม่ได้ อีกทั้งยังไม่เข้าถึงอากาศในห้องที่เต็มไปด้วยสปอร์
  • จุดธูปหอม เทียนหอม หรือพ่นสเปรย์ปรับอากาศ: กลบกลิ่นได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง และควันหรือละอองน้ำหอมยังระคายเคืองทางเดินหายใจของผู้ที่เป็นหอบหืด
  • เปิดแอร์ให้เย็นทันทีเพื่อไล่ความอับ: หากยังไม่ได้ล้างและฆ่าเชื้อแอร์ ลมที่เป่าออกมาจะพาสปอร์เชื้อราที่สะสมในคอยล์กระจายไปทั่วห้อง ทำให้อาการภูมิแพ้แย่ลง
  • จ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดครั้งใหญ่: ช่วยเก็บฝุ่นและคราบที่มองเห็นได้ดี แต่การเช็ดถูเป็นการทำความสะอาดพื้นผิว ไม่ได้ฆ่าเชื้อในอากาศและในเส้นใยผ้าที่ลึกลงไป

บทเรียนที่ได้คือ บ้านที่ถูกปิดไว้นานมีปัญหาอยู่ทั้งในอากาศ บนพื้นผิว และในเนื้อวัสดุ การทำความสะอาดทั่วไปจัดการได้เพียงชั้นบนสุด แต่สิ่งที่ทำให้กลิ่นและอาการป่วยยังคงอยู่ คือเชื้อโรคและโมเลกุลกลิ่นที่ซ่อนอยู่ในจุดที่มือเราไปไม่ถึง

ขั้นตอนที่ถูกต้อง: ทำความสะอาดก่อน แล้วปิดท้ายด้วยการอบโอโซนฆ่าเชื้อทั้งบ้าน

ลูกสาวของคุณสุนีย์ที่อยู่เมลเบิร์นเป็นคนค้นข้อมูลให้ และแนะนำ บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อสำหรับบ้านพักอาศัยของ World Health Disinfection เพราะเห็นว่าเป็นบริการที่โรงแรมห้าดาวและโรงพยาบาลเลือกใช้ ทั้งยังเหมาะกับบ้านที่มีผู้สูงอายุและเด็กเล็ก

ช่างของ WHD แนะนำลำดับที่เหมาะสมไว้อย่างชัดเจน อย่างแรกคือจัดการต้นเหตุที่มองเห็นได้ก่อน ได้แก่ เก็บมูลหนูอย่างระมัดระวังโดยสวมถุงมือและหน้ากาก ทิ้งอาหารที่ถูกกัดแทะ ปิดช่องทางที่หนูเข้ามา และทำความสะอาดคราบที่มองเห็นได้ จากนั้นจึงใช้การอบโอโซนเป็นขั้นตอนปิดท้าย เพื่อฆ่าเชื้อและสลายกลิ่นที่ยังตกค้างอยู่ในอากาศ เนื้อผ้า และซอกมุมทั่วทั้งบ้าน

เครื่อง Master Ozone Generator ผลิตก๊าซโอโซน (O3) ที่กระจายตัวไปได้ทุกที่ที่อากาศเข้าถึง ทั้งในโซฟา ที่นอน ผ้าม่าน พรม ตู้ครัว และช่องลมของเครื่องปรับอากาศ โอโซนจะทำปฏิกิริยาออกซิเดชันกับไวรัส แบคทีเรีย และสปอร์เชื้อรา ทำลายเชื้อเหล่านั้นในระดับโมเลกุล พร้อมกับสลายโมเลกุลของกลิ่นอับ กลิ่นอากาศไม่ถ่ายเท และกลิ่นสัตว์ที่ติดค้างอยู่ในบ้าน

เมื่อเสร็จกระบวนการ โอโซนจะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน (O2) ตามธรรมชาติ บ้านจึงไม่มีสารเคมีตกค้าง ไม่ต้องกังวลเมื่อหลานตัวเล็กคลานเล่นบนพรมหรือนอนบนที่นอน และเนื่องจากเป็นการฆ่าเชื้อด้วยก๊าซ เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าจึงไม่เปียกหรือเสียหาย

เรื่องความปลอดภัยที่ต้องทำตามอย่างเคร่งครัด: ระหว่างการอบโอโซน ทุกคนในบ้าน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ต้องออกจากพื้นที่ ช่างเป็นผู้ควบคุมเครื่องตลอดทุกขั้นตอน เมื่อครบช่วงพักระบบ ช่างจะเปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศให้เรียบร้อย แล้วจึงแจ้งให้เจ้าของบ้านกลับเข้าไปได้

กระบวนการอบโอโซนแต่ละรอบ ใช้เวลาราว 30 นาที

  1. 2 นาทีแรก: เริ่มเดินเครื่องและปรับระดับความเข้มข้นให้เหมาะกับขนาดพื้นที่และความรุนแรงของกลิ่น
  2. 12 นาทีถัดมา: กระจายโอโซนให้ทั่วทั้งห้อง รวมถึงใต้เฟอร์นิเจอร์ หลังตู้ และในเนื้อผ้า
  3. อีก 12 นาที: ช่วงฟอกอากาศและฆ่าเชื้อ โอโซนทำลายเชื้อโรคและโมเลกุลกลิ่นในระดับโมเลกุล
  4. 4 นาทีสุดท้าย: พักระบบ ก่อนที่ช่างจะเปิดพื้นที่และระบายอากาศให้ทุกคนกลับเข้าไปใช้งาน

สำหรับบ้านสองชั้นหลายห้องอย่างบ้านของคุณสุนีย์ ช่างจะวางแผนการอบทีละโซน เพื่อให้แต่ละห้องได้รับความเข้มข้นที่เหมาะสมและครอบคลุมทั้งบ้าน

10 เหตุผลที่การอบโอโซนเหมาะกับบ้านที่เพิ่งกลับมาเปิดใช้งาน

  1. ฟื้นอากาศทั้งหลังในวันเดียว ไม่ต้องรอเปิดบ้านระบายอากาศเป็นสัปดาห์
  2. ฆ่าเชื้อได้ทั้งในอากาศและในเนื้อวัสดุ ทั้งไวรัส รวมถึง SARS-CoV-2 แบคทีเรียมากกว่า 99.9% และสปอร์เชื้อรา
  3. สลายกลิ่นหลายชนิดที่สะสมมานาน ทั้งกลิ่นอับชื้น กลิ่นอากาศไม่ถ่ายเท และกลิ่นสัตว์ที่ติดค้างตามมุมบ้าน
  4. ไม่ต้องใช้น้ำยาฉุนที่กระตุ้นอาการหอบหืด เพราะใช้ก๊าซโอโซนที่สลายตัวเป็นออกซิเจน ไร้สารเคมีตกค้าง
  5. รักษาเฟอร์นิเจอร์เดิมไว้ได้ โซฟา ที่นอน พรม และผ้าม่านไม่เปียกและไม่เสียหาย จึงไม่ต้องทิ้งของที่ยังใช้ได้
  6. ช่วยลดสารก่อภูมิแพ้ในบ้าน เพื่อสุขภาพของผู้สูงอายุและเด็กที่จะมาพักอาศัย
  7. ครอบคลุมเครื่องปรับอากาศ ซึ่งเป็นจุดที่เชื้อราสะสมมากเมื่อปิดทิ้งไว้นาน
  8. ผู้สูงอายุไม่ต้องลงแรงหนักหรือสูดฝุ่นเชื้อราเอง เพราะงานฆ่าเชื้อทั้งหมดอยู่ในมือช่างผู้ชำนาญ
  9. อุปกรณ์ได้มาตรฐาน เครื่อง Master Ozone Generator ผ่านการรับรองและทดสอบโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และ Intertek สหราชอาณาจักร ซึ่งระบุว่าได้ผลดีกว่าวิธีมาตรฐาน 10 เท่า
  10. ผ่านงานจริงกับองค์กรมากกว่า 300 แห่ง ตั้งแต่โรงแรมอย่าง The Ritz-Carlton, Fraser Suites, Andaz และ Dusit International ไปจนถึงโรงพยาบาลและโรงเรียน

บ้านของคุณสุนีย์ ก่อนและหลังการอบโอโซน

ก่อน

  • เปิดประตูบ้านแล้วเจออากาศร้อนอบอ้าวและกลิ่นอับหนักจนต้องปิดจมูก
  • โซฟามีจุดราดำ ที่นอนและพรมมีกลิ่นเหมือนผ้าเปียก
  • ห้องครัวมีกลิ่นฉุนของปัสสาวะหนูติดอยู่ในตู้ใต้ซิงก์
  • แอร์เป่าลมที่มีกลิ่นอับออกมาทุกครั้งที่เปิด
  • คุณวิชัยไอทั้งคืน นอนหลับไม่สนิท
  • กังวลจนคิดจะจองโรงแรมให้ลูกหลานพักแทน

หลัง

  • อากาศในบ้านโปร่ง เบา หายใจได้เต็มปอด
  • โซฟาและที่นอนเดิมกลับมาใช้งานได้ ไม่มีกลิ่นอับ
  • กลิ่นฉุนในห้องครัวหายไป หลังจากทำความสะอาดและอบโอโซนต่อเนื่อง
  • เปิดแอร์แล้วได้ลมเย็นสะอาด ไม่มีกลิ่นเหม็นอับ
  • คุณวิชัยนอนหลับได้ทั้งคืน อาการไอลดลง
  • ลูกหลานได้มาพักที่บ้านอย่างอบอุ่นตามที่ตั้งใจไว้

คำบอกเล่าจากเจ้าของบ้าน

“กลับมาจากเมลเบิร์นแล้วเหนื่อยมาก แต่เปิดบ้านมาเจอสภาพแบบนั้นก็ยิ่งท้อ ขัดถูเองสามวัน กลิ่นก็ยังไม่ไป แถมสามีไอหนักกว่าเดิมเพราะกลิ่นน้ำยา พอช่างของ WHD มา เขาดูทั่วบ้านก่อน แนะนำให้เก็บกวาดมูลหนูและปิดรูที่หนูเข้าให้เรียบร้อย แล้วค่อยอบโอโซนทีละโซน ระหว่างนั้นพวกเราไปนั่งรอที่บ้านเพื่อนตรงข้าม ช่างเปิดระบายอากาศเสร็จแล้วถึงให้กลับเข้าบ้าน เดินเข้าไปแล้วรู้สึกเลยว่าอากาศเบาขึ้นเยอะ กลิ่นหนูในครัวก็หายไป คืนนั้นสามีหลับยาวถึงเช้าเป็นครั้งแรกตั้งแต่กลับมา สองอาทิตย์ต่อมาหลาน ๆ มาค้างที่บ้านได้อย่างสบายใจ ถ้าต้องเดินทางไปนาน ๆ อีก คงจองช่างไว้ตั้งแต่ก่อนกลับเลยค่ะ”

— คุณสุนีย์, ปากเกร็ด นนทบุรี

กำลังจะกลับบ้านหลังจากไปนาน? เตรียมบ้านให้พร้อมอยู่ตั้งแต่วันแรก

นัดหมายช่างผู้ชำนาญของ World Health Disinfection ให้อบโอโซนฆ่าเชื้อทั้งหลัง ขจัดกลิ่นอับ เชื้อรา และกลิ่นสัตว์ที่ค้างอยู่ ไร้สารเคมีตกค้าง ปลอดภัยสำหรับทุกคนเมื่อกลับเข้าบ้าน

ดูบริการและราคา อบโอโซนบ้านทั้งหลัง คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268 | อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

โปรโมชันพิเศษ: ยอดบริการตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป รับบริการพ่นฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์ด้วย CHEMGENE HLD4H จากสหราชอาณาจักรฟรี

เช็กลิสต์สำหรับครั้งหน้า: ก่อนปิดบ้านและก่อนกลับบ้าน

ก่อนออกเดินทาง

  • เก็บอาหารแห้งทุกชนิดใส่กล่องพลาสติกปิดสนิท หรือนำไปฝากญาติ ไม่ทิ้งเศษอาหารไว้ในบ้าน
  • ล้างแอร์และเช็ดถาดน้ำทิ้งให้แห้งก่อนปิดเครื่อง
  • ตรวจรอยรั่วของหลังคาและท่อน้ำ อุดช่องว่างใต้ประตูและรูท่อที่หนูอาจลอดเข้ามาได้
  • ใช้ผ้าฝ้ายที่ระบายอากาศได้คลุมเฟอร์นิเจอร์ แทนพลาสติกที่กักความชื้น
  • ฝากคนที่ไว้ใจได้ช่วยเปิดบ้านระบายอากาศเป็นครั้งคราวถ้าทำได้

เมื่อกลับมาถึง

  • สวมหน้ากากและถุงมือก่อนเก็บกวาดมูลสัตว์ และไม่ควรกวาดแห้งจนฝุ่นฟุ้ง
  • ยังไม่ต้องเปิดแอร์ทันที จนกว่าจะล้างและฆ่าเชื้อแล้ว
  • นัดหมายการอบโอโซนล่วงหน้า เพื่อให้บ้านพร้อมอยู่เร็วที่สุด โดยเฉพาะถ้ามีผู้สูงอายุหรือเด็กเล็ก

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: บ้านถูกปิดไว้นานแค่ไหนจึงควรอบโอโซน?

ตอบ: ในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย เพียงไม่กี่สัปดาห์ก็อาจเริ่มมีกลิ่นอับได้ หากปิดบ้านไว้ตั้งแต่หนึ่งเดือนขึ้นไป หรือกลับมาแล้วได้กลิ่นอับหรือเห็นจุดรา การอบโอโซนก่อนย้ายกลับเข้าไปอยู่จะช่วยให้มั่นใจได้มากขึ้น

ถาม: การอบโอโซนกำจัดหนูหรือแมลงสาบได้หรือไม่?

ตอบ: บริการนี้มุ่งฆ่าเชื้อโรคและกำจัดกลิ่น ไม่ใช่บริการกำจัดสัตว์รบกวน หากยังมีหนูอยู่ในบ้านควรจัดการและปิดทางเข้าก่อน แล้วจึงอบโอโซนเพื่อฆ่าเชื้อและสลายกลิ่นที่หลงเหลือ

ถาม: ต้องทำความสะอาดบ้านก่อนหรือหลังอบโอโซน?

ตอบ: ควรเก็บกวาดสิ่งสกปรกที่มองเห็นได้ เช่น มูลสัตว์ เศษอาหาร และฝุ่นหนา ๆ ก่อน แล้วจึงอบโอโซนเป็นขั้นตอนสุดท้าย เพื่อให้ก๊าซเข้าถึงพื้นผิวและเนื้อวัสดุได้เต็มที่

ถาม: ผู้สูงอายุที่เป็นหอบหืดต้องทำอย่างไรระหว่างการอบ?

ตอบ: ทุกคนต้องออกจากพื้นที่ระหว่างที่เครื่องทำงาน ช่างจะควบคุมเครื่อง พักระบบ และเปิดระบายอากาศจนเรียบร้อยก่อนให้กลับเข้าไป หลังจากนั้นไม่มีสารเคมีตกค้าง เพราะโอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน

ถาม: บ้านหลังใหญ่หลายห้องต้องใช้เวลานานเท่าไร?

ตอบ: หนึ่งรอบการทำงานใช้เวลาราว 30 นาที สำหรับบ้านหลายห้อง ช่างจะวางแผนการอบเป็นโซน เวลารวมขึ้นอยู่กับขนาดและจำนวนห้อง สามารถสอบถามเพื่อประเมินล่วงหน้าได้

ถาม: อยู่ต่างประเทศ สามารถนัดหมายล่วงหน้าก่อนกลับถึงบ้านได้ไหม?

ตอบ: สามารถติดต่อสอบถามและนัดหมายล่วงหน้าผ่าน LINE @whd268 อีเมล หรือโทร 065-556-6294 เพื่อวางแผนให้สอดคล้องกับวันเดินทางกลับ

คำค้นที่เกี่ยวข้อง: บ้านปิดทิ้งไว้นาน กลิ่นอับ, กลับบ้านหลังไปต่างประเทศ, กลิ่นหนูในบ้าน, เชื้อราในบ้านที่ไม่มีคนอยู่, ฆ่าเชื้อบ้านก่อนเข้าอยู่, อบโอโซนบ้านทั้งหลัง, บริการโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย, World Health Disinfection

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้