ตึกแถวไม้ 90 ปีแปลงเป็นคาเฟ่ 32 ที่นั่ง ลาเต้แก้วแรกมีกลิ่นแปลก เลื่อนเปิดร้าน 3 สัปดาห์ เพราะกลิ่นน้ำยาลอกสีที่ซึมอยู่ในเนื้อไม้

Last updated: 15 ก.ย. 2569  |  9 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ตึกแถวไม้ 90 ปีแปลงเป็นคาเฟ่ 32 ที่นั่ง ลาเต้แก้วแรกมีกลิ่นแปลก เลื่อนเปิดร้าน 3 สัปดาห์ เพราะกลิ่นน้ำยาลอกสีที่ซึมอยู่ในเนื้อไม้

ตึกแถวไม้ 90 ปีแปลงเป็นคาเฟ่ 32 ที่นั่ง ลาเต้แก้วแรกมีกลิ่นแปลก เลื่อนเปิดร้าน 3 สัปดาห์ เพราะกลิ่นน้ำยาลอกสีที่ซึมอยู่ในเนื้อไม้

ลอกสีเก่า 7 ชั้นออกจนเห็นลายไม้สวยงาม แต่กลิ่นน้ำยาลอกสีกลับไม่ยอมออกไปพร้อมกับสี บทความนี้เล่าว่ากลิ่นนั้นมาจากไหน ทำไมไม้เก่าจึงเก็บกลิ่นไว้นาน และการอบโอโซนดับกลิ่นสีช่วยให้ร้านกลับมาพร้อมเปิดได้อย่างไร

ดูบริการอบโอโซนดับกลิ่นสี คลิกที่นี่

ห้องแถวของอากง ความฝันของหลานสาว และกลิ่นที่ไม่มีใครคาดคิด

เรื่องเล่านี้เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบได้บ่อย ชื่อบุคคลและสถานที่เป็นนามสมมุติ

สำหรับตึกแถวไม้อายุ 90 ปี กลิ่นน้ำยาลอกสีอาจเป็นบทที่ยาวที่สุดของงานรีโนเวท "เหมย" ศิรินทร์ วัย 35 ปี อดีตมัณฑนากรในกรุงเทพฯ ได้เรียนรู้เรื่องนี้ในวันที่กำลังจะเปิดคาเฟ่แห่งแรกในชีวิต

ตึกแถวไม้สองชั้นบน ถนนตลาดท่าน้ำ ย่านเมืองเก่าริมแม่น้ำของจังหวัดหนึ่งในภาคกลาง สร้างขึ้นเมื่อปี 2479 โดยอากงของเธอ ชั้นล่างเคยเป็นร้านขายของแห้งชื่อ "เซ่งเฮง" มีบานเฟี้ยมไม้ 16 บานเรียงหน้าร้าน ชั้นบนปูพื้นไม้สักกว้างราว 58 ตารางเมตร มีช่องลมไม้ฉลุลายดอกไม้ 6 แผงอยู่เหนือหน้าต่าง และบันไดไม้ 19 ขั้นที่อาม่าเดินขึ้นลงมาทั้งชีวิต

หลังร้านปิดไปกว่า 15 ปี เหมยตัดสินใจกลับบ้านมาเปลี่ยนห้องแถวหลังนี้เป็น "คาเฟ่เซ่งเฮง 2479" ขนาด 32 ที่นั่ง ใช้งบรีโนเวทรวมเครื่องชงกาแฟราว 1.6 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นเงินกู้ เธอวางแผนให้วันเปิดร้านตรงกับ งานถนนย้อนยุคประจำปี ช่วงที่คนเที่ยวย่านเมืองเก่ามากที่สุด

สัปดาห์ที่ 1-3: สีเก่า 7 ชั้น กับน้ำยาลอกสี 24 แกลลอน

เมื่อช่างเริ่มขูดบานเฟี้ยม ทุกคนก็พบว่าไม้สักเก่าถูกทาสีทับกันมาถึง 7 ชั้น ทั้งสีเขียวขี้ม้า สีครีม สีฟ้า และสีน้ำตาลแดง เหมยอยากได้ลายไม้ธรรมชาติกลับคืนมา แต่ไม่อยากขัดด้วยเครื่องจนเนื้อไม้บางลงและลายแกะหาย ช่างวิเชียร หัวหน้าทีมช่าง 3 คน จึงเสนอให้ใช้น้ำยาลอกสีชนิดตัวทำละลายทาทิ้งไว้ให้สีพองแล้วค่อยขูดออก

  • ใช้น้ำยาลอกสีรวม 24 แกลลอน กับบานเฟี้ยม บันได ช่องลมฉลุ วงกบหน้าต่าง และพื้นไม้ชั้นบน
  • ช่วงบ่ายฝนตกเกือบทุกวัน ช่างจึงต้องปิดบานเฟี้ยมทำงานข้างในเป็นส่วนใหญ่
  • คราบสีที่ขูดออกเป็นโคลนเหนียว ๆ ไหลลงร่องพื้นไม้และซอกลายฉลุ ช่างเช็ดด้วยผ้าแล้วกองผ้าไว้ในห้องเก็บของใต้บันได

ช่วงนั้นเหมยสังเกตว่าตัวเองปวดศีรษะทุกเย็น แต่คิดว่าเป็นเพราะเหนื่อยและนอนน้อย กลิ่นในร้านเป็นกลิ่นหวานฉุนแหลม คล้ายน้ำยาล้างเล็บผสมกลิ่นยาในโรงพยาบาล

สัปดาห์ที่ 4-5: สีใหม่ทับลงบนกลิ่นเก่า

เมื่อลอกเสร็จ ทีมช่างเร่งทาสีเพื่อให้ทันกำหนด บานเฟี้ยมและวงกบทาสีย้อมไม้กับน้ำมันเคลือบ บันไดเคลือบเงา ผนังปูนด้านในทาสีอะคริลิกสีขาวนวล ทุกอย่างดูสวยจนยอดผู้ติดตามเพจร้านเพิ่มเป็น 2,700 คน

แต่ทุกเช้าที่เปิดประตูเข้าร้าน กลิ่นก็ยังพุ่งออกมาเหมือนเดิม และที่ชั้นบนซึ่งปิดไว้ทั้งคืน กลิ่นหนักจนแสบจมูก เหมยปลอบตัวเองว่า "อีกไม่กี่วันก็คงจางเอง"

7 วันก่อนเปิด: ลาเต้แก้วแรกที่มีกลิ่นแปลก

เหมยจัดวันชิมเมนูเล็ก ๆ เชิญเพื่อน 8 คนกับเพจรีวิวอาหารท้องถิ่นอีก 2 เพจ น้องแพท บาริสต้าที่เธอจ้างมาจากร้านดังในตัวจังหวัด ดึงช็อตเอสเปรสโซแรกแล้วขมวดคิ้ว เพราะกลิ่นกาแฟที่ควรหอมช็อกโกแลตกลับมีกลิ่นหวานฉุนแปลก ๆ ปนอยู่ ส่วนครัวซองต์ที่น้องจูนอบเสร็จวางไว้บนเคาน์เตอร์ไม้ก็มีกลิ่นติดมาเช่นกัน

แขกคนหนึ่งพูดขำ ๆ ว่า "ลาเต้แก้วนี้หอมกลิ่นร้านทำเล็บ" ทุกคนหัวเราะ แต่เหมยหัวเราะไม่ออก คืนนั้นเพจรีวิวเพจหนึ่งโพสต์ชมการตกแต่ง แต่ทิ้งท้ายว่า "ถ้าไปตอนนี้อาจยังได้กลิ่นสีอยู่นะ" มีคนกดแชร์ไปหลายสิบครั้ง

วันที่ต้องประกาศเลื่อน: เจ๊ข้างบ้าน อาม่า และพนักงาน 4 คน

สามวันก่อนงานถนนย้อนยุค เจ๊หมวย เจ้าของร้านผ้าห้องติดกันเดินมาบอกตรง ๆ ว่ากลิ่นลอดผ่านผนังไม้ที่ใช้ร่วมกันและช่องใต้หลังคาเข้าไปถึงห้องนอนชั้นบนของเธอ ลูกสาวของเจ๊ที่เป็นภูมิแพ้จามทั้งคืน ขณะเดียวกัน อาม่าเฮียง วัย 86 ปีที่ตั้งใจจะมานั่งดูหลานเปิดร้าน ขึ้นบันไดได้ไม่ถึงครึ่งทางก็บอกว่าเวียนศีรษะ ต้องพากลับบ้านก่อน

เหมยจึงตัดสินใจโพสต์ประกาศเลื่อนวันเปิดร้าน ต้องแจ้งกลุ่มชมรมถ่ายภาพ 25 คนที่จองโต๊ะไว้ในวันงาน คืนเงินบัตรเปิดร้านที่ขายล่วงหน้าไป 60 ใบ ในขณะที่ยังต้องจ่ายเงินเดือนพนักงาน 4 คนตามที่ตกลงไว้ และเมล็ดกาแฟคั่วใหม่ 12 กิโลกรัมที่สั่งมาเพื่อวันเปิดก็เริ่มเลยช่วงที่รสชาติดีที่สุด

กลิ่นน้ำยาลอกสีในร้านเปิดใหม่ เสียมากกว่าแค่เวลา

ตึกแถวเก่าและบ้านไม้จำนวนมากถูกปรับปรุงด้วยการลอกสีเก่าออก เมื่อกลิ่นน้ำยาลอกสีค้างอยู่ ความเสียหายเกิดขึ้นหลายด้านพร้อมกัน

1. สุขภาพของเจ้าของ ช่าง พนักงาน และคนข้างบ้าน

  • ไอระเหยจากตัวทำละลายอาจทำให้ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ และระคายเคืองตา จมูก และลำคอ
  • คนที่เป็นหอบหืดหรือภูมิแพ้ อาจมีอาการกำเริบง่ายขึ้นในห้องที่อากาศถ่ายเทไม่ดี
  • เด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วย ไวต่อสารระเหยมากกว่าคนทั่วไป และการสัมผัสต่อเนื่องเป็นเวลานานควรหลีกเลี่ยง

2. เงินที่ไหลออกทุกวันที่ร้านยังเปิดไม่ได้

  • เงินเดือนพนักงานและดอกเบี้ยเงินกู้เดินทุกวัน แต่รายได้เป็นศูนย์
  • พลาดช่วงขายดีที่สุดของปีอย่างงานเทศกาลในย่าน ซึ่งไม่อาจย้อนกลับมาได้
  • วัตถุดิบสดอย่างเมล็ดกาแฟคั่ว นม และแป้งขนมอบ เสื่อมคุณภาพระหว่างรอ

3. ชื่อเสียงที่เริ่มต้นด้วยคำว่า "ยังมีกลิ่น"

ร้านกาแฟขายทั้งกลิ่นและรส ประโยคสั้น ๆ อย่าง "ยังได้กลิ่นสีอยู่" ถูกแชร์ได้เร็วกว่าภาพสวย ๆ และลูกค้าที่ผิดหวังครั้งแรกมักไม่กลับมาอีก

4. ความสัมพันธ์และความไว้ใจ

ในย่านที่เพื่อนบ้านรู้จักกันมาหลายสิบปี กลิ่นที่ลอดเข้าบ้านคนอื่นเป็นเรื่องใหญ่ ญาติเริ่มถามว่า "ลงทุนขนาดนี้แล้วจะเปิดได้เมื่อไร" ส่วนทีมช่างกับเจ้าของร้านก็เริ่มโทษกันไปมา

กลิ่นน้ำยาลอกสีที่ฝังอยู่ในไม้เก่า แท้จริงแล้วคืออะไร

น้ำยาลอกสีทำงานโดยใช้ตัวทำละลายเข้มข้นซึมเข้าไปทำให้ฟิล์มสีพองตัวและหลุดออกจากผิวไม้ สูตรที่ขายในท้องตลาดแตกต่างกันไป บางสูตรมีสารกลุ่มไดคลอโรมีเทน (เมทิลีนคลอไรด์) บางสูตรใช้อะซีโตน โทลูอีน เมทานอล หรือตัวทำละลายชนิดอื่น ส่วนผสมเหล่านี้ล้วนเป็นสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ซึ่งเป็นต้นเหตุของกลิ่นหวานฉุนที่ทุกคนในร้านได้กลิ่น

ตัวทำละลายบางชนิดในน้ำยาลอกสีถูกจำกัดการใช้ในหลายประเทศ เจ้าของงานจึงควรอ่านฉลากและเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (SDS) ทุกครั้ง

ทำไมไม้อายุ 90 ปีจึงเก็บกลิ่นได้นานกว่าวัสดุใหม่

  • เนื้อไม้เก่าแห้งและพรุน เมื่อสีถูกลอกออก รูพรุนที่เคยถูกปิดจะเปิดออกและดูดน้ำยาลึกลงไปในเสี้ยนไม้
  • ร่องพื้นไม้ รอยแตก และลายฉลุ เป็นที่สะสมของโคลนสีผสมน้ำยาที่ขูดออกไม่หมด
  • น้ำยาลอกสีบางสูตรผสมขี้ผึ้งหรือสารชะลอการระเหยไว้ ถ้าไม่ล้างคราบออกตามฉลาก สารนั้นจะค้างอยู่บนผิวไม้และปล่อยกลิ่นต่อไป
  • ผ้าเช็ดน้ำยาและกระป๋องที่ยังเปิดอยู่ใต้บันไดทำหน้าที่เหมือนแหล่งปล่อยกลิ่นขนาดเล็กตลอด 24 ชั่วโมง

สีใหม่ซ้อนเข้าไปอีกชั้น และปรากฏการณ์ Off-gassing

เมื่อทาสีย้อมไม้ น้ำมันเคลือบ และสีผนังทับลงไป สารระเหยจากสีใหม่ก็ผสมเข้ากับไอน้ำยาเดิม ตัวทำละลายที่ติดอยู่ใต้ฟิล์มสีจะค่อย ๆ ระเหยผ่านออกมาช้า ๆ เรียกว่าการปลดปล่อยสารระเหยซ้ำ (Off-gassing) เบาะผ้าที่ยกเข้าร้านก็ดูดกลิ่นแล้วคายออกมาอีก กลิ่นจึงจางตอนเปิดประตู แต่กลับมาหนักทุกเช้า

ทำไมวิธีเดิม ๆ จึงเอากลิ่นน้ำยาลอกสีไม่อยู่

ช่วง 10 วันหลังประกาศเลื่อน เหมยลองทุกวิธีที่มีคนแนะนำ กลิ่นเบาลงบ้าง แต่ไม่หายจริง

  1. เปิดบานเฟี้ยมและเปิดพัดลม ช่วยได้ แต่ต้องใช้เวลาหลายวันถึงหลายสัปดาห์ ตึกแถวเปิดได้แค่ด้านหน้า อากาศไม่ไหลถึงชั้นบน และร้านที่มีกำหนดเปิดรอขนาดนั้นไม่ได้
  2. วางกากกาแฟและถุงถ่าน 40 ถุง ถ่านและกากกาแฟดูดซับได้ในปริมาณน้อยมาก เมื่อเทียบกับทั้งอาคาร
  3. จุดเทียนหอมและฉีดสเปรย์ปรับอากาศ เป็นเพียงการกลบกลิ่น และยิ่งทำให้กลิ่นกาแฟเพี้ยน
  4. เครื่องฟอกอากาศขนาดบ้าน ออกแบบมาสำหรับห้องขนาดเล็ก แผ่นกรองอิ่มตัวเร็วเมื่อใช้กับอาคารสองชั้น
  5. ทาเคลือบทับอีกชั้นเพื่อ "ปิดกลิ่น" สารเคลือบใหม่ก็มีสารระเหยของตัวเอง และกลิ่นเดิมยังซึมออกมาได้
  6. ล้างพื้นไม้ด้วยน้ำ ไม้เก่าอาจบวมและเสียรูป ในขณะที่ตัวทำละลายส่วนใหญ่ไม่ได้ออกมากับน้ำ
  7. รอให้กลิ่นจางเอง กลิ่นลดลงจริงแต่ช้ามาก และทุกวันที่รอคือเงินที่หายไป

ทางออก: จัดการคราบน้ำยาก่อน แล้วอบโอโซนดับกลิ่นสี / กำจัดสารเคมีตกค้าง ด้วย Master Ozone Generator

เพื่อนสถาปนิกแนะนำให้เหมยติดต่อ World Health Disinfection (WHD) ผู้ให้บริการอบโอโซนดับกลิ่นสี / กำจัดสารเคมีตกค้าง ด้วยเครื่อง Master Ozone Generator

ขั้นแรกต้องตัดแหล่งกลิ่นที่ยังปล่อยอยู่

ทีม WHD แจ้งตั้งแต่วันสำรวจว่า แหล่งกลิ่นที่ยังปล่อยอยู่ต้องจัดการก่อน ได้แก่ กระป๋องน้ำยาที่เปิดอยู่ กองผ้าชุบน้ำยาใต้บันได และคราบโคลนสีในร่องพื้นกับลายฉลุ ทีมช่างใช้เวลา 2-3 วันปิดฝาและนำกระป๋อง ผ้า และเศษวัสดุไปกำจัดอย่างถูกวิธี ล้างคราบน้ำยาตามฉลาก และให้สีใหม่แห้งตัวเพิ่ม จากนั้นการอบโอโซนจึงเข้ามาจัดการกลิ่นและสารระเหยที่สะสมตกค้าง

โอโซนทำงานอย่างไร

Master Ozone Generator ปล่อยโอโซน (O₃) เลียนแบบกระบวนการฟอกอากาศในธรรมชาติ โอโซนเป็นสารออกซิไดซ์ที่ช่วยสลายพันธะโมเลกุลของสารที่ก่อกลิ่น ไอสารเคมี (VOCs) และเชื้อโรคที่ต้นทาง จึงเป็นการทำลายกลิ่น ไม่ใช่กลบกลิ่น โอโซนเป็นก๊าซ จึงแทรกเข้าถึงซอกลายฉลุ ใต้บันได และช่องใต้หลังคาที่ผ้าหรือเครื่องฟอกเข้าไม่ถึง จากนั้นจะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน (O₂) ตามธรรมชาติ ไม่มีสารเคมีตกค้าง

วัดผลด้วยค่า TVOC ก่อนและหลัง

WHD วัดค่า TVOC (Total Volatile Organic Compounds) ที่หน้างานจริงด้วยเครื่อง AM1310 ทั้งก่อนและหลังการอบ พร้อมเอกสารสอบเทียบเครื่องมือ WHD เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการไม่กี่รายในประเทศไทยที่แสดงผลการลด TVOC จากหน้างานจริง

รวดเร็ว ไม่ต้องรอหลายสัปดาห์

การอบทำในวันที่ร้านปิด พื้นที่ว่าง ไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ภายใน หลังจบรอบการอบจะรอให้โอโซนสลายตัวและระบายอากาศก่อนกลับเข้าพื้นที่ ตามข้อมูลของบริการ พื้นที่พร้อมใช้งานภายในประมาณ 2 ชั่วโมง

10 เหตุผลที่ร้านในตึกแถวเก่าควรเลือกอบโอโซนดับกลิ่นกับ WHD

1. สลายกลิ่นน้ำยาลอกสี ไม่ใช่แค่กลบ

โอโซนช่วยสลายโมเลกุลที่ก่อกลิ่น ต่างจากเทียนหอมหรือสเปรย์ที่เพียงเพิ่มกลิ่นใหม่ทับลงไป

2. เข้าถึงซอกไม้และลายฉลุ

ก๊าซโอโซนแทรกตัวไปทั่วทั้งชั้นล่าง บันได และชั้นบน รวมถึงร่องพื้นไม้และช่องลมที่ทำความสะอาดด้วยมือได้ยาก

3. มีตัวเลข TVOC จากหน้างานจริง

การวัดค่า TVOC ก่อนและหลังด้วยเครื่องมือที่มีเอกสารสอบเทียบ ช่วยให้ตัดสินใจเรื่องวันเปิดร้านได้ด้วยข้อมูล

4. ไม่มีสารเคมีตกค้างในร้านอาหาร

โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน จึงไม่ทิ้งสารเคลือบหรือน้ำหอมไว้บนเคาน์เตอร์ แก้วกาแฟ หรือพื้นผิวที่ต้องสัมผัสอาหาร

5. ใช้เวลาเพียงวันเดียวที่ร้านปิด

เมื่อจัดการแหล่งกลิ่นเสร็จ บริการอบโอโซนกำจัดกลิ่นสีและสารเคมีตกค้างทำจบได้ภายในวันเดียว พื้นที่พร้อมใช้งานภายในประมาณ 2 ชั่วโมงหลังจบรอบ

6. ทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรม ดูแลของเก่าที่มีคุณค่า

ช่างประเมินหน้างานและย้ายหรือคลุมของที่อ่อนไหว เช่น ภาพถ่ายเก่า งานศิลปะ ชิ้นส่วนยางธรรมชาติ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่บอบบาง ตามความเหมาะสม

7. บอกตรง ๆ ว่าต้องแก้ต้นเหตุก่อน

ทีม WHD แนะนำให้ปิดแหล่งกลิ่นที่ยังปล่อยอยู่ก่อนเสมอ เพื่อให้ผลของการอบคุ้มค่า และไม่ต้องเสียเงินอบซ้ำโดยไม่จำเป็น

8. ครอบคลุมพื้นที่หลายชั้นได้

เครื่อง Master Ozone Generator รองรับพื้นที่ขนาดใหญ่ ช่างกำหนดรอบการอบตามปริมาตรของแต่ละชั้น

9. จัดการกลิ่นเคมีได้หลายประเภทในรอบเดียว

ร้านที่มีทั้งกลิ่นน้ำยาลอกสี สีย้อมไม้ น้ำมันเคลือบ และสีผนังปะปนกัน สามารถใช้การอบโอโซนดับกลิ่นสีช่วยลดกลิ่นเหล่านี้ไปพร้อมกัน

10. ปกป้องการเริ่มต้นของธุรกิจ

ร้านเปิดใหม่มีโอกาสสร้างความประทับใจแรกเพียงครั้งเดียว การลดกลิ่นเคมีก่อนเปิดช่วยปกป้องทั้งรีวิวและความสัมพันธ์กับชุมชน

ก่อน / หลัง: คาเฟ่เซ่งเฮง 2479

ก่อนหลัง
เปิดประตูตอนเช้า เจอกลิ่นหวานฉุนพุ่งออกมาทันทีได้กลิ่นไม้เก่าอ่อน ๆ และกลิ่นกาแฟเป็นหลัก
ช็อตเอสเปรสโซและครัวซองต์มีกลิ่นแปลกปนบาริสต้าชิมและปรับสูตรกาแฟได้ตามปกติ
ชั้นบนปิดทั้งคืนแล้วแสบจมูก ใช้เป็นโซนนั่งไม่ได้เปิดโซนชั้นบนรับลูกค้าได้ครบ 32 ที่นั่ง
ตัดสินใจจากความรู้สึกของจมูกแต่ละคนมีผลวัดค่า TVOC ก่อนและหลังจากหน้างานจริง
เพื่อนบ้านกังวลเรื่องกลิ่นลอดผนังเจ๊หมวยได้รับการแจ้งล่วงหน้าและบอกว่ากลิ่นเบาลงมาก
อาม่าขึ้นบันไดได้ไม่ถึงครึ่งทางอาม่านั่งชั้นล่างได้นานในวันเปิดร้าน

ขั้นตอนการทำงานของทีม WHD

  1. สำรวจหน้างานและวัดค่า TVOC ประเมินพื้นที่ วัสดุ และแหล่งกลิ่นที่ต้องจัดการก่อน
  2. นำคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ออก ป้องกันของที่อ่อนไหว ย้ายหรือคลุมภาพเก่า งานศิลปะ ชิ้นส่วนยาง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ตามการประเมิน
  3. ปิดพื้นที่และติดตั้งเครื่อง Master Ozone Generator ปิดจุดที่อากาศรั่วไปห้องข้างเคียง
  4. อบตามรอบที่คำนวณจากปริมาตรห้อง ช่างควบคุมเครื่องตลอดรอบการอบ ไม่มีใครอยู่ในพื้นที่
  5. รอให้โอโซนสลายตัวและระบายอากาศ ก่อนอนุญาตให้กลับเข้าพื้นที่
  6. ตรวจค่า TVOC และกลิ่นซ้ำ เทียบผลก่อนและหลังให้เจ้าของพื้นที่ดู
  7. ส่งมอบพื้นที่ โดยทั่วไปพร้อมใช้งานภายในประมาณ 2 ชั่วโมง พร้อมคำแนะนำการดูแลในช่วงแรก

ตอนจบของเรื่อง: อาม่านั่งดื่มชาในร้านได้เป็นชั่วโมง

วันสำรวจ ค่า TVOC สูงที่สุดอยู่ใต้บันไดและรอบร่องพื้นไม้ชั้นบน หลังทีมช่างวิเชียรเก็บแหล่งกลิ่นเสร็จ ร้านปิดหนึ่งวันเพื่ออบ ทีมงานย้ายเมล็ดกาแฟ นม ขนมอบ และป้ายร้านเก่าของอากงออกไปก่อน คลุมเครื่องชงกาแฟ แล้วอบทีละชั้น

ผลวัดหลังอบแสดงให้เห็นว่าค่า TVOC ลดลงชัดเจน วันที่อากาศร้อนยังพอได้กลิ่นไม้เก่าจาง ๆ ที่ชั้นบน แต่กลิ่นหวานฉุนทุกเช้าแทบไม่เหลือ น้องแพทดึงช็อตใหม่แล้วยิ้มออก

คาเฟ่เซ่งเฮง 2479 เปิดช้ากว่ากำหนดเดิม 3 สัปดาห์ วันเปิดร้าน อาม่าเฮียงนั่งดื่มชาอยู่ข้างบานเฟี้ยมได้เป็นชั่วโมง เจ๊หมวยเดินมาอุดหนุนกาแฟ 2 แก้ว และเพจรีวิวเพจเดิมกลับมาโพสต์อีกครั้งพร้อมคำว่า "รอบนี้มีแต่กลิ่นกาแฟ"

เคล็ดลับป้องกันกลิ่นน้ำยาลอกสีในงานรีโนเวทอาคารเก่า

  • ตรวจสีเก่าก่อนลอกหรือขัด สีที่ทามานานหลายสิบปีอาจมีสารตะกั่ว ควรตรวจและป้องกันฝุ่นให้ถูกวิธี ซึ่งเป็นเรื่องที่การอบโอโซนไม่ได้แก้
  • เลือกน้ำยาลอกสีที่มีกลิ่นและสารระเหยต่ำ อ่านฉลากและ SDS เปรียบเทียบกับวิธีอื่น เช่น ปืนลมร้อนในบางจุด
  • ลอกทีละส่วนและเปิดระบายอากาศ ใช้พัดลมดูดอากาศออกนอกอาคาร และสวมอุปกรณ์ป้องกัน
  • ล้างคราบน้ำยาตามฉลากทุกครั้ง และเก็บผ้า กระป๋อง และเศษสีออกจากอาคารทุกวัน
  • เผื่อเวลาให้ไม้และสีใหม่แห้งตัว ก่อนยกเฟอร์นิเจอร์ผ้าหรือวัตถุดิบอาหารเข้าร้าน และเลือกสีกลุ่ม Low-VOC
  • นัดอบโอโซนก่อนวันเปิดร้านอย่างน้อย 1 สัปดาห์ และแจ้งเพื่อนบ้านที่ใช้ผนังร่วมกันล่วงหน้า

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ระหว่างอบโอโซน ต้องออกจากพื้นที่ไหม

ต้องออก คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ต้องอยู่นอกพื้นที่ตลอดรอบการอบ จนกว่าโอโซนสลายตัวและระบายอากาศแล้ว

ใช้เวลานานเท่าไร

ขึ้นกับขนาดพื้นที่และความเข้มของกลิ่น โดยทั่วไปจบได้ในวันเดียว และพื้นที่พร้อมใช้งานภายในประมาณ 2 ชั่วโมงหลังจบรอบ

โอโซนตกค้างไหม

โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจนตามธรรมชาติ ไม่มีสารเคมีตกค้าง แต่ต้องรอให้สลายตัวและระบายอากาศก่อนกลับเข้าพื้นที่ทุกครั้ง

เหมาะกับพื้นที่ขนาดไหน

ตั้งแต่ห้องนอนคอนโด ห้องประชุม ร้านในตึกแถว ไปจนถึงโรงงานอุตสาหกรรมเคมี ช่างจะกำหนดรอบการอบตามปริมาตรจริง

ไม้เก่าและของโบราณจะเสียหายไหม

ช่างจะประเมินก่อนและย้ายหรือคลุมของที่อ่อนไหว เช่น งานศิลปะ ภาพถ่ายเก่า และชิ้นส่วนยางธรรมชาติ ส่วนโครงสร้างไม้ทั่วไปอบได้ตามขั้นตอนปกติ

ยังลอกสีไม่เสร็จ อบไปก่อนได้ไหม

ไม่แนะนำ ควรทำงานลอกสี ทาสี และเก็บแหล่งกลิ่นให้เสร็จก่อน การอบหลังจบงานจะได้ผลคุ้มค่ากว่า

อย่าให้กลิ่นน้ำยาลอกสีเลื่อนวันเปิดร้านของคุณ

ปรึกษาทีม WHD เรื่องอบโอโซนดับกลิ่นสีและสารเคมีตกค้าง พร้อมวัดค่า TVOC ก่อน-หลังจากหน้างานจริง

ดูรายละเอียดบริการและขอใบเสนอราคา คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com
88/268 ถ.กัลปพฤกษ์ แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160

คำค้นหา: กลิ่นน้ำยาลอกสี, กลิ่นน้ำยาลอกสีติดไม้, ลอกสีไม้เก่า กลิ่นฉุน, กลิ่นสีร้านเปิดใหม่, รีโนเวทตึกแถวเก่า, อบโอโซนดับกลิ่นสี, กำจัดสารเคมีตกค้าง, ลดค่า TVOC, เครื่องอบโอโซน Master Ozone Generator

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้