Last updated: 11 ก.ย. 2569 | 7 จำนวนผู้เข้าชม |
กลิ่นหมึกพิมพ์และน้ำยาล้างแท่นที่คนในโรงพิมพ์ชินจนไม่รู้สึก อาจเป็นสิ่งแรกที่ลูกค้าองค์กรสัมผัสเมื่อก้าวเข้าห้องรับรอง บทความนี้อธิบายว่ากลิ่นนั้นคืออะไร ทำไมเปิดประตูแล้วไม่หาย และการอบโอโซนดับกลิ่นสีด้วย Master Ozone Generator ช่วยได้อย่างไร
ดูบริการอบโอโซนดับกลิ่นสี คลิกที่นี่เรื่องเล่านี้เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบได้บ่อย ชื่อบุคคลและสถานที่เป็นนามสมมุติ
ปัญหากลิ่นหมึกพิมพ์และน้ำยาล้างแท่นในโรงพิมพ์ไม่ค่อยมีใครพูดถึง เพราะคนที่อยู่ในนั้นทุกวันแทบไม่ได้กลิ่นแล้ว เรื่องของ "คุณชล" ชลธิชา วัย 38 ปี ทายาทรุ่นที่สองของ "รวงข้าวการพิมพ์" โรงพิมพ์ออฟเซ็ตของครอบครัวย่านบางกรวย นนทบุรี ที่เปิดมาแล้ว 27 ปี ก็เริ่มต้นจากจุดนั้น
อาคารของโรงพิมพ์เป็นอาคาร 2 ชั้น ด้านหน้าคือห้องรับรองลูกค้าและตรวจปรู๊ฟ ขนาด 5 x 6 เมตร ฝ้าสูง 2.8 เมตร ถัดเข้าไปหลังประตูกระจกคือโถงพิมพ์ที่มีเครื่องพิมพ์ออฟเซ็ตป้อนแผ่นแบบ 4 สีและ 2 สีอย่างละเครื่อง มีพนักงานรวม 22 คน
ต้นปี คุณชลรีโนเวทห้องรับรองให้ทันสมัยเพื่อรองรับลูกค้าองค์กร เธอปูพรมแผ่นสีเทาเข้ม ตั้งโซฟาผ้าชุดใหม่ ติดผ้าม่าน และทำชั้นโชว์ตัวอย่างรายงานประจำปีที่โรงพิมพ์เคยผลิต
กลางปี โรงพิมพ์ซื้อเครื่องพิมพ์ 4 สีมือสองเข้ามาเป็นเครื่องที่สาม ทีมช่างนำโดย ช่างบุญเลิศ หัวหน้าช่างพิมพ์ที่อยู่กับโรงพิมพ์มาเกือบ 30 ปี ตัดสินใจย้ายถังน้ำยาล้างแท่น 200 ลิตร และถังผ้าเช็ดแท่นที่ใช้แล้วออกมาไว้ที่ทางเดินข้างห้องรับรอง
ที่ไม่มีใครสังเกตคือ ผนังกั้นระหว่างห้องรับรองกับโถงพิมพ์ก่อขึ้นไปแค่ระดับฝ้า ช่องว่างเหนือฝ้ายิปซัมยังเชื่อมถึงกันตลอดแนว และประตูกระจกก็มักถูกเปิดค้างไว้
งานใหญ่ที่สุดของปีมาถึง คือรายงานประจำปี 6,000 เล่ม และรายงานความยั่งยืนอีก 4,000 เล่ม ของบริษัทอาหารแห่งหนึ่ง มูลค่ารวม 1.38 ล้านบาท ลูกค้ากำหนดเข้ามาตรวจสีหน้าแท่นทั้งหมด 3 รอบ ทีมที่มาคือ คุณนันทิดา ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร คุณภาคิน กราฟิกดีไซเนอร์ และ AE จากเอเจนซีอีก 1 คน
ปกติการตรวจปรู๊ฟที่นี่ใช้เวลา 2 ถึง 3 ชั่วโมง แต่เช้าวันนั้นทีมลูกค้ามาถึงตอน 9 โมงครึ่ง หลังช่างเพิ่งล้างผ้ายางแท่นพิมพ์พอดี
ทันทีที่เปิดประตูห้องรับรอง กลิ่นที่ลอยมาปะทะคือกลิ่นฉุนคล้ายน้ำมันก๊าด ผสมกลิ่นมันเลี่ยนของหมึก และกลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ ไม่ถึง 10 นาที คุณภาคินซึ่งเป็นภูมิแพ้จมูกก็เริ่มจามติดกัน ตาแดง คุณนันทิดาเริ่มปวดศีรษะ และขอยืนตรวจสีที่ลานจอดรถแทน
สุดท้ายการตรวจปรู๊ฟรอบแรกจบลงใน 25 นาที คุณนันทิดาพูดอย่างสุภาพว่า "รอบหน้าส่งแผ่นพิมพ์ไปที่ออฟฟิศได้ไหมคะ หรือถ่ายรูปส่งไลน์มาก่อนก็ได้"
รอบที่สองและสาม ลูกค้าไม่มาที่โรงพิมพ์อีก ต้องใช้แมสเซนเจอร์ส่งแผ่นพิมพ์ การอนุมัติช้าลงเกือบ 2 วันต่อยก บางยกลูกค้าตัดสินใจจากรูปถ่ายในมือถือ
ผลคือหลังเข้าเล่ม ลูกค้าพบว่าสีเขียวประจำองค์กรในหน้ากราฟผลประกอบการเพี้ยนไป โรงพิมพ์ต้องพิมพ์ยกนั้นใหม่ 6,000 แผ่น เสียค่ากระดาษ เพลท หมึก และค่าล่วงเวลาไปราว 46,000 บาท และส่งงานได้ก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้นเพียงวันเดียว
ปลายเดือน แบบประเมินผู้ขายจากฝ่ายจัดซื้อมาถึง หัวข้อ "สภาพแวดล้อมและความพร้อมในการตรวจงาน" ได้ 2 จาก 5 คะแนน คะแนนรวมตกจาก 4.5 เหลือ 3.8 และสัญญาจ้างพิมพ์ปีหน้ามูลค่าประมาณ 2.2 ล้านบาท จะเปิดให้โรงพิมพ์อีก 2 รายเข้าเสนอราคา
เดือนเดียวกัน คุณเมย์ พนักงานขายที่นั่งหน้าห้องรับรอง ปวดหัวเกือบทุกบ่ายจนขอย้ายโต๊ะ
เมื่อคุณชลเล่าเรื่องนี้ คุณสุรชัย ผู้เป็นพ่อตอบว่า "โรงพิมพ์ก็ต้องมีกลิ่นโรงพิมพ์ ลูกค้าเขาเข้าใจ" ช่างบุญเลิศเองก็ยืนยันว่า "ผมไม่เห็นได้กลิ่นอะไรเลย" คุณชลจึงรู้ว่าปัญหานี้คนใกล้ตัวมองไม่เห็น
เมื่อลูกค้าเป็นองค์กรที่มีฝ่ายจัดซื้อและแบบประเมินผู้ขาย กลิ่นในห้องรับรองก็กลายเป็นตัวชี้วัดความเป็นมืออาชีพไปโดยไม่รู้ตัว
ลูกค้าที่จ้างพิมพ์รายงานประจำปีคาดหวังสภาพแวดล้อมที่สะอาดและควบคุมได้ ห้องรับรองที่มีกลิ่นฉุนจึงสื่อว่าโรงพิมพ์ควบคุมกระบวนการได้ไม่ดี แม้งานพิมพ์จะสวยก็ตาม
"กลิ่นโรงพิมพ์" คือส่วนผสมของสารอินทรีย์ระเหยง่าย หรือ VOCs (Volatile Organic Compounds) จากหลายแหล่งในกระบวนการพิมพ์ออฟเซ็ต ซึ่งระเหยเป็นไอได้ที่อุณหภูมิห้อง
ทุกครั้งที่เปลี่ยนสี ช่างต้องล้างผ้ายางแท่นพิมพ์และลูกกลิ้งด้วยน้ำยาล้างแท่น ซึ่งหลายสูตรมีตัวทำละลายกลุ่มปิโตรเลียมเป็นส่วนประกอบหลัก ตัวทำละลายเหล่านี้ระเหยเร็วมาก จึงให้กลิ่นฉุนคล้ายน้ำมันก๊าดหรือทินเนอร์
ผ้าเช็ดแท่นที่ชุ่มน้ำยาแล้วถูกทิ้งไว้ในถังเปิดฝา จะค่อย ๆ ปล่อยไอระเหยออกมาตลอดทั้งวัน เปรียบเสมือนปล่องกลิ่นที่ไม่เคยหยุดทำงาน และยังเป็นเชื้อเพลิงไวไฟที่ควรเก็บในถังโลหะมีฝาปิด
หมึกพิมพ์ออฟเซ็ตแบบป้อนแผ่นประกอบด้วยผงสี เรซิน และน้ำมัน เช่น น้ำมันพืชหรือน้ำมันแร่ หมึกแห้งตัวด้วยการซึมลงเนื้อกระดาษและการทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ ระหว่างนั้นจะมีกลิ่นมันเลี่ยนระเหยออกมา กองกระดาษที่เพิ่งพิมพ์จึงยังส่งกลิ่นต่ออีกหลายชั่วโมง
โรงพิมพ์หลายแห่งยังใช้ไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ (IPA) ผสมในน้ำยาทำความชื้น (Fountain Solution) ซึ่งให้กลิ่นแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ยังมีกลิ่นจากวานิช สารเคลือบ และกาวเคลือบฟิล์มในงานหลังพิมพ์ ทั้งหมดรวมกันเป็นกลิ่นที่ลูกค้าบอกไม่ถูก แต่รู้ว่า "ไม่อยากนั่งนาน"
ไอระเหยไม่ได้ลอยผ่านห้องไปเฉย ๆ แต่ถูกดูดซับไว้ในวัสดุพรุน อย่างพรมแผ่น โซฟาผ้า ผ้าม่าน ฝ้ายิปซัม และแม้แต่กองหนังสือตัวอย่างบนชั้นโชว์ แล้วค่อย ๆ ปลดปล่อยกลิ่นกลับออกมาอีกครั้ง (Off-gassing)
ห้องรับรองของคุณชลจึงยังมีกลิ่นแม้ในวันอาทิตย์ที่เครื่องพิมพ์หยุด ส่วนคนในโรงพิมพ์เกิดอาการชินกลิ่น (Olfactory Fatigue) แต่ลูกค้าจากข้างนอกได้กลิ่นเต็ม ๆ ตั้งแต่วินาทีแรก
คุณชลลองแก้เองมาแล้วเกือบทุกวิธี เช่นเดียวกับโรงพิมพ์ส่วนใหญ่
ข้อสำคัญ: ถ้ากลิ่นยังมีต้นทางที่ทำงานอยู่ทุกวัน อย่างถังน้ำยาและถังผ้าเช็ดแท่นเปิดฝา ต้องควบคุมต้นทางก่อนเสมอ เช่น ย้ายจุดเก็บ ใช้ถังมีฝาปิด ติดพัดลมดูดอากาศเฉพาะจุด ปิดช่องเหนือฝ้า และให้ช่างใช้อุปกรณ์ป้องกัน จากนั้นจึงจัดการกลิ่นและ VOCs ที่สะสมอยู่ในห้อง ซึ่งเป็นจุดที่การอบโอโซนเข้ามาช่วยได้
หลังปรับต้นทางกลิ่นแล้ว คุณชลต้องการให้ห้องรับรองกลับมาเป็นพื้นที่ที่ลูกค้าอยากนั่งนาน ๆ เธอจึงติดต่อ World Health Disinfection (WHD) เพื่อใช้บริการอบโอโซนดับกลิ่นสี / กำจัดสารเคมีตกค้าง ด้วยเครื่อง Master Ozone Generator
เครื่องจะปล่อยโอโซน (O₃) ออกมาในพื้นที่ปิด โดยเลียนแบบกระบวนการฟอกอากาศตามธรรมชาติ โอโซนเป็นสารออกซิไดซ์ที่แรง จึงเข้าไปทำลายพันธะโมเลกุลของกลิ่น ไอสารเคมี (VOCs) และเชื้อโรคที่ต้นเหตุ ทั้งที่ลอยในอากาศ และที่เกาะอยู่ตามพรม โซฟา ผ้าม่าน ฝ้า และซอกมุมที่เข้าถึงยาก
จุดสำคัญคือโอโซนไม่ได้กลบกลิ่น แต่ช่วยสลายกลิ่น และหลังจบรอบการทำงาน โอโซนจะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน (O₂) ตามธรรมชาติ จึงไม่มีสารเคมีตกค้างบนพื้นผิวหรือบนตัวอย่างงานพิมพ์ในห้อง
ทีม WHD วัดค่า TVOC (Total Volatile Organic Compounds) ด้วยเครื่องวัด AM1310 ทั้งก่อนและหลังการอบ พร้อมเอกสารการสอบเทียบเครื่องมือ และเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการไม่กี่รายในประเทศไทยที่แสดงผลการลดลงของค่า TVOC ที่วัดจากหน้างานจริง ซึ่งมีน้ำหนักในแบบประเมินผู้ขายมากกว่าคำว่า "กลิ่นหายแล้ว"
ทีมช่างนัดทำงานช่วงที่พื้นที่ว่างได้ เช่น หลังเลิกกะหรือวันหยุด เมื่อจบรอบการทำงานและปล่อยให้โอโซนสลายตัว พร้อมระบายอากาศแล้ว พื้นที่ส่วนใหญ่พร้อมใช้งานภายในประมาณ 2 ชั่วโมง โดยไม่ต้องหยุดการผลิต
โอโซนเข้าไปทำลายโมเลกุลของกลิ่นและไอตัวทำละลายโดยตรง จึงไม่มีกลิ่นหอมสังเคราะห์ปนกลิ่นน้ำยาให้ลูกค้าต้องทนดม
โอโซนเป็นก๊าซที่กระจายตัวได้ทั่วพื้นที่ปิด จึงเข้าถึงเส้นใยพรม เบาะผ้า และซอกมุมที่เข้าถึงยาก
ผลวัดค่า TVOC ก่อน-หลังจากหน้างานจริง แนบเป็นหลักฐานในแผนปรับปรุงผู้ขายได้ ดูรายละเอียดได้ที่หน้าบริการกำจัดสารเคมีตกค้างด้วยโอโซน
โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน จึงไม่ทิ้งคราบบนหนังสือตัวอย่างหรือเอกสาร ส่วนชิ้นงานต้นฉบับที่มีค่า ช่างจะแนะนำให้เก็บในตู้ปิดก่อน
นัดทำตอนห้องว่าง เช่น เย็นวันเสาร์ แท่นพิมพ์จึงเดินงานตามปกติ และการอบโอโซนดับกลิ่นสีส่วนใหญ่พร้อมใช้พื้นที่ภายในประมาณ 2 ชั่วโมง
ห้องรับรอง ห้องตรวจปรู๊ฟ ทางเดิน และสำนักงานขาย วางแผนอบได้ในการเข้าหน้างานครั้งเดียว
ช่างประเมินพื้นที่ ให้คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ออกนอกพื้นที่ และป้องกันวัสดุที่ไวต่อโอโซนก่อนเริ่มทุกครั้ง
นอกจากกลิ่นหมึกพิมพ์และน้ำยาล้างแท่น ยังช่วยลดกลิ่นทินเนอร์ แลคเกอร์ กาวอุตสาหกรรม และกลิ่นอับในโกดังกระดาษ
ห้องแอร์ที่มีพรมผ้ามักสะสมกลิ่นอับ โอโซนช่วยจัดการทั้งกลิ่นเคมีและกลิ่นอับในรอบเดียวกัน
การนัดอบโอโซนกำจัดกลิ่นสารเคมีก่อนวันตรวจปรู๊ฟหรือวันออดิต ช่วยให้ทีมขายต้อนรับลูกค้าได้เต็มที่
| ก่อน | หลัง |
|---|---|
| เปิดประตูห้องรับรองก็ได้กลิ่นฉุนของน้ำยาล้างแท่นทันที | ห้องรับรองกลับมาโปร่ง ลูกค้าไม่ต้องขอยืนตรวจงานข้างนอก |
| ตรวจปรู๊ฟได้ไม่ถึง 25 นาที ลูกค้าขออนุมัติสีจากรูปถ่าย | ลูกค้านั่งเทียบสีใต้ไฟส่องสีได้นานตามที่งานต้องการ |
| พรม โซฟา และผ้าม่านอมกลิ่น ปล่อยกลิ่นซ้ำทุกเช้า | กลิ่นสะสมในวัสดุลดลงชัดเจน ไม่มีกลิ่นน้ำหอมกลบ |
| ไม่มีข้อมูลยืนยัน มีแค่คำว่า "คนในไม่ได้กลิ่น" | มีผลวัดค่า TVOC ก่อน-หลังแนบในแผนปรับปรุงผู้ขาย |
| พนักงานขายปวดหัวทุกบ่ายจนขอย้ายโต๊ะ | โต๊ะหน้าห้องรับรองกลับมาใช้งานได้ตามปกติ |
| คะแนนประเมินผู้ขายตก สัญญาปีหน้าถูกเปิดประมูล | มีหลักฐานการแก้ไขไปนำเสนอลูกค้าอย่างมั่นใจ |
คุณชลเริ่มจากต้นทางก่อน เธอย้ายถังน้ำยาล้างแท่นไปไว้ห้องเก็บสารเคมีด้านหลังอาคาร เปลี่ยนถังผ้าเช็ดแท่นเป็นถังโลหะมีฝาปิด ติดพัดลมดูดอากาศที่จุดล้างแท่น ปิดช่องเหนือฝ้าด้วยผนังยิปซัมจนถึงใต้พื้นชั้นบน และติดโช้กประตูกระจกให้ปิดเองทุกครั้ง
เย็นวันเสาร์หลังเลิกกะ ทีม WHD เข้ามาวัดค่า TVOC ในห้องรับรอง ห้องตรวจปรู๊ฟ ทางเดิน และสำนักงานฝ่ายขาย เก็บชิ้นงานต้นฉบับเข้าตู้ปิด แล้วอบโอโซนตามขั้นตอน เมื่อวัดซ้ำหลังอบ ค่า TVOC ลดลงอย่างชัดเจน และห้องพร้อมใช้งานก่อนสองทุ่ม
สองสัปดาห์ต่อมา คุณชลเชิญคุณนันทิดาและฝ่ายจัดซื้อมาดูหน้างาน พร้อมผลวัดก่อน-หลังและแผนควบคุมกลิ่น ครั้งนี้ทุกคนนั่งคุยนานเกือบชั่วโมงครึ่ง คุณภาคินไม่จามเลย แม้ใกล้ประตูโถงพิมพ์ยังมีกลิ่นหมึกจาง ๆ อยู่บ้าง
ผลการประมูล รวงข้าวการพิมพ์ได้งานรายงานประจำปีกลับมา ส่วนงานสิ่งพิมพ์อื่นลูกค้าแบ่งให้โรงพิมพ์อีกราย ไม่ใช่ชัยชนะเต็มร้อย แต่ดีกว่าการเสียทั้งหมด และคุณสุรชัยก็ยอมรับว่า "ห้องมันหายใจสบายขึ้นจริง"
จำเป็นต้องออก คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ต้องอยู่นอกพื้นที่ตลอดรอบ และกลับเข้าได้เมื่อโอโซนสลายตัวและระบายอากาศแล้วตามที่ช่างแจ้ง
ขึ้นกับขนาดพื้นที่และระดับกลิ่น โดยทั่วไปพร้อมใช้งานภายในประมาณ 2 ชั่วโมง
โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจนตามธรรมชาติ จึงไม่มีสารเคมีตกค้างบนพื้นผิว
ตั้งแต่ห้องรับรองขนาดเล็ก ห้องประชุม สำนักงาน ไปจนถึงโกดังและพื้นที่โรงงาน ช่างจะคำนวณรอบการทำงานตามปริมาตรจริง
ไม่จำเป็น นัดทำนอกเวลางานได้ เฉพาะพื้นที่ที่อบต้องปิดและว่าง ส่วนโถงพิมพ์ควรใช้ระบบระบายอากาศควบคุมกลิ่นระหว่างทำงาน
ถ้ายังไม่ควบคุมต้นทาง กลิ่นใหม่จะสะสมกลับมาได้ จึงต้องแก้ต้นทางก่อน การอบโอโซนช่วยลดกลิ่นและ VOCs ที่สะสมอยู่ ซึ่งยืนยันได้ด้วยค่า TVOC ก่อน-หลัง
ช่างจะประเมินก่อน ชิ้นงานต้นฉบับที่มีค่า ยางแท่นพิมพ์ และวัสดุยางอื่น ๆ ควรย้ายออกหรือป้องกันไว้
ปรึกษาทีม WHD เพื่อวางแผนอบโอโซนและวัดค่า TVOC ในห้องรับรองของโรงพิมพ์คุณ
ดูรายละเอียดบริการและขอใบเสนอราคา คลิกที่นี่โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com
88/268 ถ.กัลปพฤกษ์ แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160
คำค้นหา: กลิ่นหมึกพิมพ์และน้ำยาล้างแท่น, กลิ่นหมึกพิมพ์, กลิ่นน้ำยาล้างแท่นพิมพ์, กลิ่นโรงพิมพ์, โรงพิมพ์ออฟเซ็ต กลิ่นสารเคมี, อบโอโซนดับกลิ่นสี, กำจัดสารเคมีตกค้าง, ลดค่า TVOC, เครื่องอบโอโซน