โรงพิมพ์ออฟเซ็ต 27 ปี ลูกค้าองค์กรตรวจปรู๊ฟได้ 25 นาที สัญญา 2.2 ล้านต้องประมูลใหม่ เพราะกลิ่นหมึกพิมพ์และน้ำยาล้างแท่น

Last updated: 11 ก.ย. 2569  |  7 จำนวนผู้เข้าชม  | 

โรงพิมพ์ออฟเซ็ต 27 ปี ลูกค้าองค์กรตรวจปรู๊ฟได้ 25 นาที สัญญา 2.2 ล้านต้องประมูลใหม่ เพราะกลิ่นหมึกพิมพ์และน้ำยาล้างแท่น

โรงพิมพ์ออฟเซ็ต 27 ปี ลูกค้าองค์กรตรวจปรู๊ฟได้ 25 นาที สัญญา 2.2 ล้านต้องประมูลใหม่ เพราะกลิ่นหมึกพิมพ์และน้ำยาล้างแท่น

กลิ่นหมึกพิมพ์และน้ำยาล้างแท่นที่คนในโรงพิมพ์ชินจนไม่รู้สึก อาจเป็นสิ่งแรกที่ลูกค้าองค์กรสัมผัสเมื่อก้าวเข้าห้องรับรอง บทความนี้อธิบายว่ากลิ่นนั้นคืออะไร ทำไมเปิดประตูแล้วไม่หาย และการอบโอโซนดับกลิ่นสีด้วย Master Ozone Generator ช่วยได้อย่างไร

ดูบริการอบโอโซนดับกลิ่นสี คลิกที่นี่

ห้องรับรองที่ตกแต่งใหม่ กับกลิ่นที่ลอยมาจากหลังประตูกระจก

เรื่องเล่านี้เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบได้บ่อย ชื่อบุคคลและสถานที่เป็นนามสมมุติ

ปัญหากลิ่นหมึกพิมพ์และน้ำยาล้างแท่นในโรงพิมพ์ไม่ค่อยมีใครพูดถึง เพราะคนที่อยู่ในนั้นทุกวันแทบไม่ได้กลิ่นแล้ว เรื่องของ "คุณชล" ชลธิชา วัย 38 ปี ทายาทรุ่นที่สองของ "รวงข้าวการพิมพ์" โรงพิมพ์ออฟเซ็ตของครอบครัวย่านบางกรวย นนทบุรี ที่เปิดมาแล้ว 27 ปี ก็เริ่มต้นจากจุดนั้น

อาคารของโรงพิมพ์เป็นอาคาร 2 ชั้น ด้านหน้าคือห้องรับรองลูกค้าและตรวจปรู๊ฟ ขนาด 5 x 6 เมตร ฝ้าสูง 2.8 เมตร ถัดเข้าไปหลังประตูกระจกคือโถงพิมพ์ที่มีเครื่องพิมพ์ออฟเซ็ตป้อนแผ่นแบบ 4 สีและ 2 สีอย่างละเครื่อง มีพนักงานรวม 22 คน

ต้นปี คุณชลรีโนเวทห้องรับรองให้ทันสมัยเพื่อรองรับลูกค้าองค์กร เธอปูพรมแผ่นสีเทาเข้ม ตั้งโซฟาผ้าชุดใหม่ ติดผ้าม่าน และทำชั้นโชว์ตัวอย่างรายงานประจำปีที่โรงพิมพ์เคยผลิต

เดือนมิถุนายน: เครื่องพิมพ์เครื่องที่สาม กับถังน้ำยาที่ย้ายมาอยู่ผิดที่

กลางปี โรงพิมพ์ซื้อเครื่องพิมพ์ 4 สีมือสองเข้ามาเป็นเครื่องที่สาม ทีมช่างนำโดย ช่างบุญเลิศ หัวหน้าช่างพิมพ์ที่อยู่กับโรงพิมพ์มาเกือบ 30 ปี ตัดสินใจย้ายถังน้ำยาล้างแท่น 200 ลิตร และถังผ้าเช็ดแท่นที่ใช้แล้วออกมาไว้ที่ทางเดินข้างห้องรับรอง

ที่ไม่มีใครสังเกตคือ ผนังกั้นระหว่างห้องรับรองกับโถงพิมพ์ก่อขึ้นไปแค่ระดับฝ้า ช่องว่างเหนือฝ้ายิปซัมยังเชื่อมถึงกันตลอดแนว และประตูกระจกก็มักถูกเปิดค้างไว้

วันอังคารแรกของเดือนสิงหาคม: 25 นาทีที่เปลี่ยนทุกอย่าง

งานใหญ่ที่สุดของปีมาถึง คือรายงานประจำปี 6,000 เล่ม และรายงานความยั่งยืนอีก 4,000 เล่ม ของบริษัทอาหารแห่งหนึ่ง มูลค่ารวม 1.38 ล้านบาท ลูกค้ากำหนดเข้ามาตรวจสีหน้าแท่นทั้งหมด 3 รอบ ทีมที่มาคือ คุณนันทิดา ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร คุณภาคิน กราฟิกดีไซเนอร์ และ AE จากเอเจนซีอีก 1 คน

ปกติการตรวจปรู๊ฟที่นี่ใช้เวลา 2 ถึง 3 ชั่วโมง แต่เช้าวันนั้นทีมลูกค้ามาถึงตอน 9 โมงครึ่ง หลังช่างเพิ่งล้างผ้ายางแท่นพิมพ์พอดี

ทันทีที่เปิดประตูห้องรับรอง กลิ่นที่ลอยมาปะทะคือกลิ่นฉุนคล้ายน้ำมันก๊าด ผสมกลิ่นมันเลี่ยนของหมึก และกลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ ไม่ถึง 10 นาที คุณภาคินซึ่งเป็นภูมิแพ้จมูกก็เริ่มจามติดกัน ตาแดง คุณนันทิดาเริ่มปวดศีรษะ และขอยืนตรวจสีที่ลานจอดรถแทน

สุดท้ายการตรวจปรู๊ฟรอบแรกจบลงใน 25 นาที คุณนันทิดาพูดอย่างสุภาพว่า "รอบหน้าส่งแผ่นพิมพ์ไปที่ออฟฟิศได้ไหมคะ หรือถ่ายรูปส่งไลน์มาก่อนก็ได้"

สัปดาห์ที่ 2: อนุมัติสีจากรูปถ่าย และยกที่ต้องพิมพ์ใหม่

รอบที่สองและสาม ลูกค้าไม่มาที่โรงพิมพ์อีก ต้องใช้แมสเซนเจอร์ส่งแผ่นพิมพ์ การอนุมัติช้าลงเกือบ 2 วันต่อยก บางยกลูกค้าตัดสินใจจากรูปถ่ายในมือถือ

ผลคือหลังเข้าเล่ม ลูกค้าพบว่าสีเขียวประจำองค์กรในหน้ากราฟผลประกอบการเพี้ยนไป โรงพิมพ์ต้องพิมพ์ยกนั้นใหม่ 6,000 แผ่น เสียค่ากระดาษ เพลท หมึก และค่าล่วงเวลาไปราว 46,000 บาท และส่งงานได้ก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้นเพียงวันเดียว

สัปดาห์ที่ 4: แบบประเมินซัพพลายเออร์ที่มาพร้อมข่าวร้าย

ปลายเดือน แบบประเมินผู้ขายจากฝ่ายจัดซื้อมาถึง หัวข้อ "สภาพแวดล้อมและความพร้อมในการตรวจงาน" ได้ 2 จาก 5 คะแนน คะแนนรวมตกจาก 4.5 เหลือ 3.8 และสัญญาจ้างพิมพ์ปีหน้ามูลค่าประมาณ 2.2 ล้านบาท จะเปิดให้โรงพิมพ์อีก 2 รายเข้าเสนอราคา

เดือนเดียวกัน คุณเมย์ พนักงานขายที่นั่งหน้าห้องรับรอง ปวดหัวเกือบทุกบ่ายจนขอย้ายโต๊ะ

เมื่อคุณชลเล่าเรื่องนี้ คุณสุรชัย ผู้เป็นพ่อตอบว่า "โรงพิมพ์ก็ต้องมีกลิ่นโรงพิมพ์ ลูกค้าเขาเข้าใจ" ช่างบุญเลิศเองก็ยืนยันว่า "ผมไม่เห็นได้กลิ่นอะไรเลย" คุณชลจึงรู้ว่าปัญหานี้คนใกล้ตัวมองไม่เห็น

กลิ่นหมึกพิมพ์และน้ำยาล้างแท่น ไม่ใช่แค่ "กลิ่นโรงพิมพ์" แต่กระทบทั้งธุรกิจ

เมื่อลูกค้าเป็นองค์กรที่มีฝ่ายจัดซื้อและแบบประเมินผู้ขาย กลิ่นในห้องรับรองก็กลายเป็นตัวชี้วัดความเป็นมืออาชีพไปโดยไม่รู้ตัว

1. สุขภาพของลูกค้า พนักงานหน้าร้าน และช่างพิมพ์

  • อาการระยะสั้น จากไอระเหยในห้องปิด เช่น ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ แสบตา แสบจมูก ระคายคอ และบางคนคลื่นไส้
  • ผู้ที่เป็นภูมิแพ้หรือหอบหืด อาจมีอาการกำเริบได้ง่ายกว่าคนทั่วไป เช่นเดียวกับเด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วย
  • พนักงานที่นั่งใกล้แหล่งกลิ่นทุกวัน ควรลดการสัมผัสต่อเนื่องระยะยาว
  • ช่างในโถงพิมพ์ต้องมีระบบดูดอากาศเฉพาะจุดและอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม

2. เงินที่รั่วไหลโดยไม่มีใครลงบัญชีว่าเป็น "ค่ากลิ่น"

  • ค่าพิมพ์ซ้ำ เมื่อการอนุมัติสีทำอย่างเร่งรีบหรือทำจากรูปถ่าย
  • ค่าแมสเซนเจอร์และค่าล่วงเวลาเมื่อกำหนดส่งงานถูกบีบ
  • และที่ใหญ่ที่สุดคือโอกาสต่อสัญญาระยะยาวที่อาจหลุดมือไปให้คู่แข่ง

3. ชื่อเสียงในสายตาลูกค้าองค์กร

ลูกค้าที่จ้างพิมพ์รายงานประจำปีคาดหวังสภาพแวดล้อมที่สะอาดและควบคุมได้ ห้องรับรองที่มีกลิ่นฉุนจึงสื่อว่าโรงพิมพ์ควบคุมกระบวนการได้ไม่ดี แม้งานพิมพ์จะสวยก็ตาม

4. ความสัมพันธ์และความไว้ใจ

  • ลูกค้าเริ่มลังเลที่จะมาหน้างาน ซึ่งทำให้ช่องทางสร้างความสัมพันธ์แบบเจอหน้าหายไป
  • คนต่างรุ่นในธุรกิจครอบครัวมองปัญหาไม่ตรงกัน จนกลายเป็นความตึงเครียดในบ้าน

กลิ่นหมึกพิมพ์และน้ำยาล้างแท่นที่ลอยอยู่ในห้อง แท้จริงแล้วคืออะไร

"กลิ่นโรงพิมพ์" คือส่วนผสมของสารอินทรีย์ระเหยง่าย หรือ VOCs (Volatile Organic Compounds) จากหลายแหล่งในกระบวนการพิมพ์ออฟเซ็ต ซึ่งระเหยเป็นไอได้ที่อุณหภูมิห้อง

แหล่งที่ 1: น้ำยาล้างแท่นและผ้าเช็ดแท่นที่ใช้แล้ว

ทุกครั้งที่เปลี่ยนสี ช่างต้องล้างผ้ายางแท่นพิมพ์และลูกกลิ้งด้วยน้ำยาล้างแท่น ซึ่งหลายสูตรมีตัวทำละลายกลุ่มปิโตรเลียมเป็นส่วนประกอบหลัก ตัวทำละลายเหล่านี้ระเหยเร็วมาก จึงให้กลิ่นฉุนคล้ายน้ำมันก๊าดหรือทินเนอร์

ผ้าเช็ดแท่นที่ชุ่มน้ำยาแล้วถูกทิ้งไว้ในถังเปิดฝา จะค่อย ๆ ปล่อยไอระเหยออกมาตลอดทั้งวัน เปรียบเสมือนปล่องกลิ่นที่ไม่เคยหยุดทำงาน และยังเป็นเชื้อเพลิงไวไฟที่ควรเก็บในถังโลหะมีฝาปิด

แหล่งที่ 2: หมึกพิมพ์ออฟเซ็ต

หมึกพิมพ์ออฟเซ็ตแบบป้อนแผ่นประกอบด้วยผงสี เรซิน และน้ำมัน เช่น น้ำมันพืชหรือน้ำมันแร่ หมึกแห้งตัวด้วยการซึมลงเนื้อกระดาษและการทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ ระหว่างนั้นจะมีกลิ่นมันเลี่ยนระเหยออกมา กองกระดาษที่เพิ่งพิมพ์จึงยังส่งกลิ่นต่ออีกหลายชั่วโมง

แหล่งที่ 3: น้ำยาทำความชื้นและสารเคลือบ

โรงพิมพ์หลายแห่งยังใช้ไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ (IPA) ผสมในน้ำยาทำความชื้น (Fountain Solution) ซึ่งให้กลิ่นแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ยังมีกลิ่นจากวานิช สารเคลือบ และกาวเคลือบฟิล์มในงานหลังพิมพ์ ทั้งหมดรวมกันเป็นกลิ่นที่ลูกค้าบอกไม่ถูก แต่รู้ว่า "ไม่อยากนั่งนาน"

ทำไมห้องรับรองถึงเหม็นกว่าที่คิด: การดูดซับและปลดปล่อยซ้ำ

ไอระเหยไม่ได้ลอยผ่านห้องไปเฉย ๆ แต่ถูกดูดซับไว้ในวัสดุพรุน อย่างพรมแผ่น โซฟาผ้า ผ้าม่าน ฝ้ายิปซัม และแม้แต่กองหนังสือตัวอย่างบนชั้นโชว์ แล้วค่อย ๆ ปลดปล่อยกลิ่นกลับออกมาอีกครั้ง (Off-gassing)

ห้องรับรองของคุณชลจึงยังมีกลิ่นแม้ในวันอาทิตย์ที่เครื่องพิมพ์หยุด ส่วนคนในโรงพิมพ์เกิดอาการชินกลิ่น (Olfactory Fatigue) แต่ลูกค้าจากข้างนอกได้กลิ่นเต็ม ๆ ตั้งแต่วินาทีแรก

ทำไมวิธีแก้แบบเดิม ๆ ถึงเอากลิ่นหมึกพิมพ์ในห้องรับรองไม่อยู่

คุณชลลองแก้เองมาแล้วเกือบทุกวิธี เช่นเดียวกับโรงพิมพ์ส่วนใหญ่

  1. เปิดประตูหน้าต่างและตั้งพัดลม ช่วยได้บ้างในวันที่ลมดี แต่กลิ่นที่ฝังในพรมและโซฟาต้องใช้เวลาหลายวันถึงหลายสัปดาห์กว่าจะจางลง และห้องที่เปิดรับฝุ่นกับความร้อนก็ไม่เหมาะกับการตรวจสี
  2. ฉีดสเปรย์ปรับอากาศและจุดน้ำหอม เป็นเพียงการกลบกลิ่น กลิ่นหอมผสมกลิ่นตัวทำละลายทำให้หลายคนรู้สึกแย่กว่าเดิม
  3. วางถ่านไม้ไผ่และเบกกิ้งโซดา ดูดซับได้น้อยมากเมื่อเทียบกับห้อง 80 กว่าลูกบาศก์เมตร และอิ่มตัวเร็ว
  4. ซื้อเครื่องฟอกอากาศตามบ้าน เครื่องขนาดเล็กออกแบบมาสำหรับห้องนอน ไส้กรองอิ่มตัวเร็ว และไม่ได้จัดการกลิ่นที่ฝังในวัสดุ
  5. ซักพรมและเปลี่ยนผ้าม่าน ช่วยเฉพาะชิ้นที่ซัก แต่ฝ้า ผนัง และช่องเหนือฝ้ายังเก็บกลิ่นไว้ และถ้าไม่แก้ต้นทาง ของใหม่ก็ดูดกลิ่นกลับมา

ข้อสำคัญ: ถ้ากลิ่นยังมีต้นทางที่ทำงานอยู่ทุกวัน อย่างถังน้ำยาและถังผ้าเช็ดแท่นเปิดฝา ต้องควบคุมต้นทางก่อนเสมอ เช่น ย้ายจุดเก็บ ใช้ถังมีฝาปิด ติดพัดลมดูดอากาศเฉพาะจุด ปิดช่องเหนือฝ้า และให้ช่างใช้อุปกรณ์ป้องกัน จากนั้นจึงจัดการกลิ่นและ VOCs ที่สะสมอยู่ในห้อง ซึ่งเป็นจุดที่การอบโอโซนเข้ามาช่วยได้

ทางออก: บริการอบโอโซนดับกลิ่นสี / กำจัดสารเคมีตกค้าง ด้วย Master Ozone Generator จาก WHD

หลังปรับต้นทางกลิ่นแล้ว คุณชลต้องการให้ห้องรับรองกลับมาเป็นพื้นที่ที่ลูกค้าอยากนั่งนาน ๆ เธอจึงติดต่อ World Health Disinfection (WHD) เพื่อใช้บริการอบโอโซนดับกลิ่นสี / กำจัดสารเคมีตกค้าง ด้วยเครื่อง Master Ozone Generator

โอโซนทำงานอย่างไร

เครื่องจะปล่อยโอโซน (O₃) ออกมาในพื้นที่ปิด โดยเลียนแบบกระบวนการฟอกอากาศตามธรรมชาติ โอโซนเป็นสารออกซิไดซ์ที่แรง จึงเข้าไปทำลายพันธะโมเลกุลของกลิ่น ไอสารเคมี (VOCs) และเชื้อโรคที่ต้นเหตุ ทั้งที่ลอยในอากาศ และที่เกาะอยู่ตามพรม โซฟา ผ้าม่าน ฝ้า และซอกมุมที่เข้าถึงยาก

จุดสำคัญคือโอโซนไม่ได้กลบกลิ่น แต่ช่วยสลายกลิ่น และหลังจบรอบการทำงาน โอโซนจะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน (O₂) ตามธรรมชาติ จึงไม่มีสารเคมีตกค้างบนพื้นผิวหรือบนตัวอย่างงานพิมพ์ในห้อง

วัดผลด้วยค่า TVOC ก่อนและหลัง

ทีม WHD วัดค่า TVOC (Total Volatile Organic Compounds) ด้วยเครื่องวัด AM1310 ทั้งก่อนและหลังการอบ พร้อมเอกสารการสอบเทียบเครื่องมือ และเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการไม่กี่รายในประเทศไทยที่แสดงผลการลดลงของค่า TVOC ที่วัดจากหน้างานจริง ซึ่งมีน้ำหนักในแบบประเมินผู้ขายมากกว่าคำว่า "กลิ่นหายแล้ว"

รวดเร็ว ทำนอกเวลาทำงานได้

ทีมช่างนัดทำงานช่วงที่พื้นที่ว่างได้ เช่น หลังเลิกกะหรือวันหยุด เมื่อจบรอบการทำงานและปล่อยให้โอโซนสลายตัว พร้อมระบายอากาศแล้ว พื้นที่ส่วนใหญ่พร้อมใช้งานภายในประมาณ 2 ชั่วโมง โดยไม่ต้องหยุดการผลิต

10 เหตุผลที่โรงพิมพ์ควรเลือกอบโอโซนดับกลิ่นกับ WHD

1. สลายกลิ่นหมึกพิมพ์ที่ต้นเหตุ ไม่ใช่กลบ

โอโซนเข้าไปทำลายโมเลกุลของกลิ่นและไอตัวทำละลายโดยตรง จึงไม่มีกลิ่นหอมสังเคราะห์ปนกลิ่นน้ำยาให้ลูกค้าต้องทนดม

2. เข้าถึงพรม โซฟา และผ้าม่าน

โอโซนเป็นก๊าซที่กระจายตัวได้ทั่วพื้นที่ปิด จึงเข้าถึงเส้นใยพรม เบาะผ้า และซอกมุมที่เข้าถึงยาก

3. มีตัวเลข TVOC ไว้ตอบลูกค้าองค์กร

ผลวัดค่า TVOC ก่อน-หลังจากหน้างานจริง แนบเป็นหลักฐานในแผนปรับปรุงผู้ขายได้ ดูรายละเอียดได้ที่หน้าบริการกำจัดสารเคมีตกค้างด้วยโอโซน

4. ไม่มีสารเคมีตกค้างบนตัวอย่างงานพิมพ์

โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน จึงไม่ทิ้งคราบบนหนังสือตัวอย่างหรือเอกสาร ส่วนชิ้นงานต้นฉบับที่มีค่า ช่างจะแนะนำให้เก็บในตู้ปิดก่อน

5. ไม่ต้องหยุดเครื่องพิมพ์

นัดทำตอนห้องว่าง เช่น เย็นวันเสาร์ แท่นพิมพ์จึงเดินงานตามปกติ และการอบโอโซนดับกลิ่นสีส่วนใหญ่พร้อมใช้พื้นที่ภายในประมาณ 2 ชั่วโมง

6. ครอบคลุมหลายห้องในรอบเดียว

ห้องรับรอง ห้องตรวจปรู๊ฟ ทางเดิน และสำนักงานขาย วางแผนอบได้ในการเข้าหน้างานครั้งเดียว

7. ทีมช่างผ่านการฝึกอบรม ทำงานตามขั้นตอนความปลอดภัย

ช่างประเมินพื้นที่ ให้คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ออกนอกพื้นที่ และป้องกันวัสดุที่ไวต่อโอโซนก่อนเริ่มทุกครั้ง

8. ใช้ได้กับกลิ่นเคมีหลายชนิดในธุรกิจการพิมพ์

นอกจากกลิ่นหมึกพิมพ์และน้ำยาล้างแท่น ยังช่วยลดกลิ่นทินเนอร์ แลคเกอร์ กาวอุตสาหกรรม และกลิ่นอับในโกดังกระดาษ

9. ช่วยลดเชื้อโรคและกลิ่นอับไปพร้อมกัน

ห้องแอร์ที่มีพรมผ้ามักสะสมกลิ่นอับ โอโซนช่วยจัดการทั้งกลิ่นเคมีและกลิ่นอับในรอบเดียวกัน

10. คืนความมั่นใจก่อนวันลูกค้ามาตรวจงาน

การนัดอบโอโซนกำจัดกลิ่นสารเคมีก่อนวันตรวจปรู๊ฟหรือวันออดิต ช่วยให้ทีมขายต้อนรับลูกค้าได้เต็มที่

ก่อน / หลัง อบโอโซนดับกลิ่นในห้องรับรองโรงพิมพ์

ก่อนหลัง
เปิดประตูห้องรับรองก็ได้กลิ่นฉุนของน้ำยาล้างแท่นทันทีห้องรับรองกลับมาโปร่ง ลูกค้าไม่ต้องขอยืนตรวจงานข้างนอก
ตรวจปรู๊ฟได้ไม่ถึง 25 นาที ลูกค้าขออนุมัติสีจากรูปถ่ายลูกค้านั่งเทียบสีใต้ไฟส่องสีได้นานตามที่งานต้องการ
พรม โซฟา และผ้าม่านอมกลิ่น ปล่อยกลิ่นซ้ำทุกเช้ากลิ่นสะสมในวัสดุลดลงชัดเจน ไม่มีกลิ่นน้ำหอมกลบ
ไม่มีข้อมูลยืนยัน มีแค่คำว่า "คนในไม่ได้กลิ่น"มีผลวัดค่า TVOC ก่อน-หลังแนบในแผนปรับปรุงผู้ขาย
พนักงานขายปวดหัวทุกบ่ายจนขอย้ายโต๊ะโต๊ะหน้าห้องรับรองกลับมาใช้งานได้ตามปกติ
คะแนนประเมินผู้ขายตก สัญญาปีหน้าถูกเปิดประมูลมีหลักฐานการแก้ไขไปนำเสนอลูกค้าอย่างมั่นใจ

ขั้นตอนการทำงานของทีม WHD

  1. สำรวจหน้างานและวัดค่า TVOC ก่อนอบ ประเมินขนาดห้อง แหล่งกลิ่น และจุดที่ต้องปรับต้นทางก่อน
  2. ให้คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ออกจากพื้นที่ พร้อมย้ายหรือคลุมของที่ไวต่อโอโซน เช่น ชิ้นงานศิลปะ ยางธรรมชาติ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่บอบบาง
  3. ปิดพื้นที่และติดตั้ง Master Ozone Generator ปิดประตูที่เชื่อมกับโถงพิมพ์ และติดป้ายห้ามเข้า
  4. เดินเครื่องตามรอบที่คำนวณจากปริมาตรห้อง ช่างควบคุมอยู่ภายนอกพื้นที่ตลอดรอบ
  5. ปล่อยให้โอโซนสลายตัวและระบายอากาศ ก่อนให้ใครกลับเข้าพื้นที่
  6. วัดค่า TVOC และตรวจกลิ่นหลังอบ เพื่อเปรียบเทียบกับค่าก่อนอบ
  7. ส่งมอบพื้นที่ โดยทั่วไปพร้อมใช้งานภายในประมาณ 2 ชั่วโมง พร้อมคำแนะนำดูแลต่อ

ตอนจบของเรื่อง: ห้องรับรองที่ลูกค้ากลับมานั่งอีกครั้ง

คุณชลเริ่มจากต้นทางก่อน เธอย้ายถังน้ำยาล้างแท่นไปไว้ห้องเก็บสารเคมีด้านหลังอาคาร เปลี่ยนถังผ้าเช็ดแท่นเป็นถังโลหะมีฝาปิด ติดพัดลมดูดอากาศที่จุดล้างแท่น ปิดช่องเหนือฝ้าด้วยผนังยิปซัมจนถึงใต้พื้นชั้นบน และติดโช้กประตูกระจกให้ปิดเองทุกครั้ง

เย็นวันเสาร์หลังเลิกกะ ทีม WHD เข้ามาวัดค่า TVOC ในห้องรับรอง ห้องตรวจปรู๊ฟ ทางเดิน และสำนักงานฝ่ายขาย เก็บชิ้นงานต้นฉบับเข้าตู้ปิด แล้วอบโอโซนตามขั้นตอน เมื่อวัดซ้ำหลังอบ ค่า TVOC ลดลงอย่างชัดเจน และห้องพร้อมใช้งานก่อนสองทุ่ม

สองสัปดาห์ต่อมา คุณชลเชิญคุณนันทิดาและฝ่ายจัดซื้อมาดูหน้างาน พร้อมผลวัดก่อน-หลังและแผนควบคุมกลิ่น ครั้งนี้ทุกคนนั่งคุยนานเกือบชั่วโมงครึ่ง คุณภาคินไม่จามเลย แม้ใกล้ประตูโถงพิมพ์ยังมีกลิ่นหมึกจาง ๆ อยู่บ้าง

ผลการประมูล รวงข้าวการพิมพ์ได้งานรายงานประจำปีกลับมา ส่วนงานสิ่งพิมพ์อื่นลูกค้าแบ่งให้โรงพิมพ์อีกราย ไม่ใช่ชัยชนะเต็มร้อย แต่ดีกว่าการเสียทั้งหมด และคุณสุรชัยก็ยอมรับว่า "ห้องมันหายใจสบายขึ้นจริง"

เคล็ดลับป้องกันกลิ่นหมึกพิมพ์และน้ำยาล้างแท่น เมื่อรีโนเวทหรือขยายโรงพิมพ์ครั้งหน้า

  • แยกห้องรับรองออกจากโถงพิมพ์ให้เด็ดขาด ผนังควรสูงถึงพื้นชั้นบน และมีประตูปิดเองได้
  • เก็บน้ำยาและผ้าเช็ดแท่นในภาชนะมีฝาปิด ไว้ห่างจากพื้นที่ลูกค้า
  • ติดระบบดูดอากาศเฉพาะจุด ที่เครื่องพิมพ์และจุดล้างแท่น และให้ช่างใช้อุปกรณ์ป้องกัน
  • ปรึกษาผู้จำหน่ายเรื่องหมึกและน้ำยาล้างแท่นสูตรกลิ่นต่ำหรือ VOCs ต่ำ รวมถึงการลดแอลกอฮอล์ในน้ำยาทำความชื้น
  • เลือกพื้นและเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่อมกลิ่น เช่น พื้นกระเบื้องและเบาะหนังเทียม แทนพรมและโซฟาผ้า
  • จัดตารางล้างแท่นให้ไม่ตรงกับเวลานัดลูกค้า
  • นัดอบโอโซนก่อนวันตรวจงานสำคัญหรือวันออดิต และวัดค่า TVOC เป็นระยะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ระหว่างอบโอโซน ต้องออกจากพื้นที่ไหม

จำเป็นต้องออก คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ต้องอยู่นอกพื้นที่ตลอดรอบ และกลับเข้าได้เมื่อโอโซนสลายตัวและระบายอากาศแล้วตามที่ช่างแจ้ง

ใช้เวลานานเท่าไร

ขึ้นกับขนาดพื้นที่และระดับกลิ่น โดยทั่วไปพร้อมใช้งานภายในประมาณ 2 ชั่วโมง

โอโซนตกค้างไหม

โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจนตามธรรมชาติ จึงไม่มีสารเคมีตกค้างบนพื้นผิว

เหมาะกับพื้นที่ขนาดไหน

ตั้งแต่ห้องรับรองขนาดเล็ก ห้องประชุม สำนักงาน ไปจนถึงโกดังและพื้นที่โรงงาน ช่างจะคำนวณรอบการทำงานตามปริมาตรจริง

ต้องหยุดเครื่องพิมพ์ไหม

ไม่จำเป็น นัดทำนอกเวลางานได้ เฉพาะพื้นที่ที่อบต้องปิดและว่าง ส่วนโถงพิมพ์ควรใช้ระบบระบายอากาศควบคุมกลิ่นระหว่างทำงาน

อบครั้งเดียวแล้วกลิ่นหมึกพิมพ์จะไม่กลับมาเลยไหม

ถ้ายังไม่ควบคุมต้นทาง กลิ่นใหม่จะสะสมกลับมาได้ จึงต้องแก้ต้นทางก่อน การอบโอโซนช่วยลดกลิ่นและ VOCs ที่สะสมอยู่ ซึ่งยืนยันได้ด้วยค่า TVOC ก่อน-หลัง

กระดาษและตัวอย่างงานพิมพ์จะเสียหายไหม

ช่างจะประเมินก่อน ชิ้นงานต้นฉบับที่มีค่า ยางแท่นพิมพ์ และวัสดุยางอื่น ๆ ควรย้ายออกหรือป้องกันไว้

อย่าให้กลิ่นหมึกพิมพ์และน้ำยาล้างแท่น ตัดสินสัญญาแทนคุณภาพงานพิมพ์

ปรึกษาทีม WHD เพื่อวางแผนอบโอโซนและวัดค่า TVOC ในห้องรับรองของโรงพิมพ์คุณ

ดูรายละเอียดบริการและขอใบเสนอราคา คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com
88/268 ถ.กัลปพฤกษ์ แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160

คำค้นหา: กลิ่นหมึกพิมพ์และน้ำยาล้างแท่น, กลิ่นหมึกพิมพ์, กลิ่นน้ำยาล้างแท่นพิมพ์, กลิ่นโรงพิมพ์, โรงพิมพ์ออฟเซ็ต กลิ่นสารเคมี, อบโอโซนดับกลิ่นสี, กำจัดสารเคมีตกค้าง, ลดค่า TVOC, เครื่องอบโอโซน

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้