Last updated: 11 ก.ย. 2569 | 5 จำนวนผู้เข้าชม |
บริการอบโอโซนดับกลิ่นสี / กำจัดสารเคมีตกค้าง โดย World Health Disinfection
เมื่อกลิ่นกาวในโรงงานทำให้คนใหม่อยู่ไม่ถึงเดือน ทางออกที่ได้ผลคือแก้ระบบระบายอากาศที่ต้นเหตุ แล้วปิดท้ายด้วยการอบโอโซนดับกลิ่นนอกเวลางานพร้อมวัดค่า TVOC ก่อน-หลังจริง
ดูบริการอบโอโซนดับกลิ่นสีและกาว คลิกที่นี่เรื่องเล่านี้เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบได้บ่อย ชื่อบุคคลและสถานที่เป็นนามสมมุติ
กลิ่นกาวในโรงงานเป็นเรื่องที่คนทำงานสายการผลิตหลายคนมักพูดว่า "ทำไปสักพักเดี๋ยวก็ชิน" แต่สำหรับโรงงานรองเท้าแห่งหนึ่ง คำว่า "เดี๋ยวก็ชิน" กลับทำให้เสียพนักงานใหม่ไปถึง 14 คนภายในเวลาเพียง 2 เดือน
คุณศักดิ์ชัย หรือ "พี่ศักดิ์" ผู้จัดการโรงงานวัย 47 ปีของบริษัท ทองก้าวฟุตแวร์ จำกัด โรงงานผลิตรองเท้าผ้าใบและรองเท้านักเรียนขนาดกลางย่านอ้อมน้อย จังหวัดสมุทรสาคร ดูแลพนักงานราว 260 คน กำลังการผลิตวันละประมาณ 3,000 คู่
ต้นเดือนมิถุนายน โรงงานได้ออเดอร์ใหญ่ที่สุดในรอบ 5 ปี คือรองเท้านักเรียน 48,000 คู่จากเครือร้านค้าปลีกรายหนึ่ง ต้องทยอยส่งมอบ 3 งวดให้ทันก่อนเปิดภาคเรียนที่ 2 คุณจันทร์เพ็ญ หรือ "พี่เพ็ญ" ผู้จัดการฝ่ายบุคคล จึงเร่งรับพนักงานใหม่ 20 คนเข้าแผนกทากาว ซึ่งเดิมมีคนอยู่ 38 คน
แผนกทากาวเป็นห้องยาวขนาดราว 24 x 40 เมตร มีสายพาน 2 ไลน์ พนักงานยืนเรียงกันใช้แปรงทาน้ำยาไพรเมอร์และกาวลงบนพื้นรองเท้าและตัวรองเท้า ก่อนส่งเข้าอุโมงค์อบความร้อนและเครื่องอัดพื้น เมื่อปีก่อนโรงงานเพิ่งติดตั้งระบบพัดลมไอเย็นแบบปิดอาคาร เพื่อลดความร้อน ประตูและหน้าต่างจึงถูกปิดเกือบตลอดวัน
คนที่เดินเข้าห้องนี้ครั้งแรกจะได้กลิ่นหวานปนฉุนคล้ายน้ำยาล้างเล็บผสมทินเนอร์ ตีเข้าจมูกทันทีที่เปิดประตู ผ่านไปไม่กี่นาทีตาจะเริ่มแสบ พอถึงบ่ายสามโมง อากาศในห้องจะอุ่นขึ้น กลิ่นยิ่งหนักจนหลายคนบอกว่า "หัวตื้อเหมือนอดนอนมาสองคืน"
สัปดาห์แรก พนักงานใหม่ 3 คนขอกลับบ้านก่อนเวลาเพราะปวดศีรษะ สัปดาห์ที่สอง "น้องฝน" สาววัย 19 ปีที่เพิ่งจบ ม.6 วิ่งไปอาเจียนในห้องน้ำกลางกะบ่าย วันรุ่งขึ้นเธอก็ไม่กลับมาอีกเลย
สัปดาห์ที่สามเกิดเหตุที่ทำให้หัวหน้าบุญเลิศ หัวหน้าแผนกทากาว ใจหายวาบ พนักงานใหม่คนหนึ่งเวียนศีรษะขณะยืนอยู่ข้างเครื่องอัดพื้นรองเท้า มือเกือบเข้าไปในจุดอันตราย โชคดีที่หัวหน้าบุญเลิศดึงตัวไว้ทัน เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.) ต้องบันทึกเป็นเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ
ปลายเดือนกรกฎาคม พนักงานใหม่ลาออกไปแล้ว 9 คน ในกลุ่มหางานบนเฟซบุ๊กมีคนโพสต์ว่า "โรงงานนี้กลิ่นกาวแรงมาก ทำได้ 3 วันปวดหัวทุกวัน อย่าไปเลย" โพสต์นั้นถูกแชร์ต่อหลายร้อยครั้ง ประกาศรับสมัครรอบใหม่แทบไม่มีคนโทรมา
พอถึงกลางเดือนสิงหาคม ตัวเลขใบลาออกขึ้นมาเป็น14 คนจาก 20 คน พนักงานเก่าต้องทำโอทีแทบทุกวัน ยอดผลิตตามหลังแผนราว 6,000 คู่ และแม้แต่พนักงานเก่าที่ "ชินแล้ว" ก็เริ่มยอมรับในที่ประชุมคณะกรรมการสวัสดิการว่า ช่วงหลังพวกเขาก็ปวดศีรษะบ่อยขึ้นเหมือนกัน
ฟางเส้นสุดท้ายมาถึงเมื่อทีมตรวจคุณภาพของลูกค้าเข้ามาสุ่มตรวจสินค้าในโกดังสำเร็จรูป ผู้ตรวจเปิดกล่องรองเท้าแล้วขมวดคิ้ว ก่อนถามพี่ศักดิ์ว่า "ถ้าเด็กนักเรียนเปิดกล่องแล้วเจอกลิ่นแบบนี้ ผู้ปกครองจะคิดอย่างไร" พร้อมขอให้โรงงานส่งแผนแก้ไขก่อนส่งมอบงวดที่ 2
หลายโรงงานมองกลิ่นกาวในโรงงานเป็น "ธรรมชาติของงาน" แต่เมื่อแยกผลกระทบทีละด้าน จะเห็นต้นทุนที่ซ่อนอยู่มากกว่าที่คิด
ไอระเหยจากตัวทำละลายในกาวและน้ำยาไพรเมอร์เป็นกลุ่มสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ซึ่งอาการที่พบได้ทั่วไปเมื่อสูดดมในพื้นที่อากาศถ่ายเทไม่ดี ได้แก่
ในโรงงาน อาการเวียนศีรษะยังมีความเสี่ยงซ้อนอีกชั้น เพราะคนที่มึนงงยืนอยู่ใกล้เครื่องจักร อุโมงค์ความร้อน และเครื่องอัด อาจเกิดอุบัติเหตุได้ในเสี้ยววินาที
คนหางานอ่านรีวิวนายจ้างก่อนเสมอ โพสต์เดียวอาจทำให้ชื่อโรงงานติดลบทั้งย่าน ขณะเดียวกันลูกค้าและผู้ตรวจประเมินก็ให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมการทำงานมากขึ้นเรื่อย ๆ
กลิ่นที่พนักงานใหม่ของพี่ศักดิ์ได้สัมผัสไม่ใช่ "กลิ่นกาว" เพียงอย่างเดียว แต่เป็นส่วนผสมของไอระเหยหลายชนิดที่ถูกปล่อยออกมาจากหลายจุดพร้อมกัน
กาวที่ใช้ติดพื้นรองเท้าหลายชนิดเป็นกาวยางสังเคราะห์หรือกาวโพลียูรีเทน (PU) ที่ละลายอยู่ในตัวทำละลาย เช่น โทลูอีน อะซิโตน เมทิลเอทิลคีโตน (MEK) หรือเอทิลอะซิเตต หลักการของกาวชนิดนี้คือ ตัวทำละลายต้องระเหยออกไปก่อน เนื้อกาวจึงจะยึดติด พูดง่าย ๆ คือ ทุกคู่ที่ถูกทากาว ไอระเหยจำนวนหนึ่งจะลอยขึ้นสู่อากาศในห้องเสมอ
ก่อนทากาว พื้นรองเท้ามักถูกเช็ดด้วยน้ำยาทำความสะอาดหรือทาน้ำยาไพรเมอร์ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นตัวทำละลายที่ระเหยเร็วมาก ถ้าเปิดฝาทิ้งไว้ ไอระเหยจะออกมาตลอดเวลา ส่วนความร้อนจากอุโมงค์อบและอากาศช่วงบ่ายก็ยิ่งเร่งให้ระเหยเร็วขึ้น
เมื่อระบบดูดอากาศทำงานได้ไม่เต็มที่ และอาคารถูกปิดเกือบตลอดวัน ไอระเหยจะไม่ได้หายไปไหน แต่จะค่อย ๆ ซึมเข้าไปอยู่ในวัสดุที่ดูดซับกลิ่นได้ดี เช่น
วัสดุเหล่านี้จะค่อย ๆ ปล่อยกลิ่นกลับออกมา (off-gassing) แม้ในวันที่ไลน์ผลิตหยุด นี่คือเหตุผลที่เช้าวันจันทร์หลังหยุดยาว ห้องยังคงมีกลิ่นกาวลอยอยู่ แม้ไม่มีใครทากาวมาสองวันแล้ว
จมูกของคนเรามีกลไกที่เรียกว่าการปรับตัวของประสาทรับกลิ่น เมื่ออยู่กับกลิ่นเดิมนาน ๆ สมองจะเลิกสนใจกลิ่นนั้น แต่การที่เราไม่ได้กลิ่นแล้ว ไม่ได้แปลว่าไอระเหยหายไป คนใหม่ที่จมูกยังไม่ปรับตัวจึงเป็นเหมือนสัญญาณเตือนภัยที่บอกความจริงของอากาศในห้อง
โรงงานของพี่ศักดิ์ลองมาแล้วเกือบทุกวิธี แต่ละวิธีมีข้อดีอยู่บ้าง แต่ไม่พอสำหรับปัญหาขนาดนี้
บทเรียนสำคัญคือ กลิ่นกาวในโรงงานมีทั้ง "แหล่งกำเนิดที่ยังทำงานอยู่ทุกวัน" และ "กลิ่นที่สะสมในอาคาร" การแก้จึงต้องจัดการทั้งสองส่วนให้ถูกลำดับ
เพราะไลน์ทากาวยังเดินเครื่องทุกวัน ถ้าไม่แก้ที่ต้นเหตุ กลิ่นก็จะกลับมาสะสมใหม่ ทีม WHD จึงแนะนำให้โรงงานทำสิ่งเหล่านี้ร่วมกับ จป. และวิศวกรระบบระบายอากาศก่อนเสมอ
สิ่งสำคัญที่ต้องพูดตรง ๆ คือ การอบโอโซนไม่ได้ใช้แทนระบบระบายอากาศ และไม่ได้ทำระหว่างที่คนกำลังทำงาน แต่เป็นขั้นตอนที่เข้ามาจัดการ "กลิ่นและสาร VOCs ที่ตกค้างสะสม" หลังจากคุมต้นเหตุได้แล้ว
บริการอบโอโซนดับกลิ่นสี / กำจัดสารเคมีตกค้าง ของ World Health Disinfection ใช้เครื่อง Master Ozone Generator ปล่อยก๊าซโอโซน (O₃) ในพื้นที่ปิด เลียนแบบกระบวนการฟอกอากาศตามธรรมชาติ โอโซนจะเข้าไปออกซิไดซ์และทำลายพันธะโมเลกุลของโมเลกุลกลิ่น ไอระเหยสารเคมี (VOCs) และเชื้อโรคถึงต้นตอ จึงเป็นการสลายกลิ่น ไม่ใช่การกลบกลิ่น
เมื่อจบรอบการอบ โอโซนจะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน (O₂) ตามธรรมชาติ จึงไม่มีสารเคมีตกค้างในพื้นที่ ก๊าซยังกระจายตัวทั่วถึงแม้ในมุมที่มือเข้าไม่ถึง เหมาะกับพื้นที่ขนาดใหญ่อย่างโรงงานและโกดัง
WHD เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการไม่กี่รายในประเทศไทยที่แสดงผลการลดลงของค่า TVOC (Total Volatile Organic Compounds) ซึ่งวัดจากหน้างานจริง ทั้งก่อนและหลังอบ ด้วยเครื่องวัด AM1310 ที่มีเอกสารสอบเทียบ ได้แก่ KIMO PT100 SC0110 adjusting certificate และ BR-SMART certificate of calibration ช่วยให้โรงงานมีหลักฐานประกอบแผนแก้ไขที่ส่งให้ลูกค้าได้
การอบโอโซนทำโดยทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรม ในพื้นที่ปิดที่ไม่มีคนอยู่ คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ต้องออกจากพื้นที่ระหว่างอบ ช่างจะประเมินหน้างานและย้ายออกหรือปิดคลุมวัสดุที่ไวต่อโอโซน เช่น วัตถุดิบยางธรรมชาติ งานศิลปะ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่บอบบาง หลังจบรอบจะปล่อยให้โอโซนสลายตัวและระบายอากาศก่อนกลับเข้าพื้นที่ โดยทั่วไปพร้อมใช้งานได้ภายในราว 2 ชั่วโมง
ทีมช่างเข้าทำงานหลังเลิกกะหรือวันหยุด เช้าวันถัดไปไลน์ผลิตเดินต่อได้ตามปกติ
โอโซนทำลายโครงสร้างโมเลกุลของกลิ่น ต่างจากน้ำหอมที่แค่ทับกลิ่นเดิม
ผลวัดจากหน้างานจริงช่วยให้ทุกฝ่ายเห็นภาพเดียวกัน ดูตัวอย่างได้ที่หน้าบริการกำจัดสารเคมีตกค้างด้วยโอโซน
โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน จึงไม่ทิ้งสารใหม่ไว้บนสินค้า วัตถุดิบ หรือพื้นผิวในอาคาร
ก๊าซกระจายถึงฉนวนใต้หลังคาและซอกหลังชั้นวางที่เช็ดล้างไม่ได้
ช่วยลดกลิ่นในกล่องกระดาษ ม่าน และเบาะ ที่มักปล่อยกลิ่นกลับออกมาในวันถัดไป
ห้องพักพนักงาน ห้องล็อกเกอร์ และโรงอาหารที่อับชื้นก็ได้ประโยชน์จากการอบโอโซนกำจัดกลิ่นและเชื้อโรคในพื้นที่ปิดในรอบเดียวกัน
ทีม WHD บอกตรง ๆ ว่าต้องคุมแหล่งกำเนิดก่อน แล้วจึงวางรอบการอบให้เหมาะกับโรงงาน
ช่างสำรวจก่อนว่ามียางธรรมชาติหรืออุปกรณ์บอบบางที่ต้องย้ายออกหรือปิดคลุมหรือไม่
ตั้งแต่ห้องนอนคอนโด ห้องนั่งเล่น งานพ่นสีรถยนต์ ห้องประชุมสำนักงาน ไปจนถึงโรงงานอุตสาหกรรมเคมี ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บริการอบโอโซนดับกลิ่นสีของ WHD
| ก่อน | หลัง |
|---|---|
| เปิดประตูแผนกแล้วได้กลิ่นฉุนทันที แสบตาในไม่กี่นาที | กลิ่นเบาลงชัดเจน ฮูดดูดไอระเหยทำงานเต็มแรง |
| พนักงานใหม่ปวดศีรษะทุกบ่าย ขอกลับบ้านก่อนเวลา | เสียงบ่นเรื่องปวดศีรษะลดลง คนใหม่อยู่ครบกะมากขึ้น |
| เช้าวันจันทร์ยังมีกลิ่นกาวค้างจากฉนวนและม่าน | กลิ่นสะสมในอาคารลดลง ค่า TVOC หลังอบต่ำกว่าก่อนอบอย่างเห็นได้ชัด |
| ผู้ตรวจของลูกค้าเปิดกล่องแล้วได้กลิ่นกาว | มีแผนแก้ไขพร้อมผลวัด TVOC ก่อน-หลังส่งให้ลูกค้า |
| คำตอบเดิมคือ "เดี๋ยวก็ชิน" | คำตอบใหม่คือ "เราวัดแล้ว และแก้แล้ว" |
ปลายเดือนสิงหาคม พี่ศักดิ์กับ จป. เริ่มจากต้นเหตุก่อน ซ่อมพัดลมดูดอากาศที่สายพานขาดมาตั้งแต่เดือนเมษายน ล้างท่อที่อุดตัน เปลี่ยนถ้วยกาวเป็นแบบมีฝาปิด แยกการผสมไพรเมอร์ไปห้องที่มีระบบดูดอากาศ และจัดอุปกรณ์ป้องกันให้ทั้งแผนก
กลิ่นที่จุดทากาวเบาลง แต่กลิ่นกาวในโรงงานที่สะสมมาหลายเดือนยังค้างอยู่ในฉนวนหลังคา ห้องตรวจคุณภาพ และโกดังสำเร็จรูป พี่เพ็ญจึงติดต่อทีม WHD ทาง LINE
ทีมช่างเข้าสำรวจและวัดค่า TVOC ในวันศุกร์ คำถามแรกคือ"วัตถุดิบยางธรรมชาติเก็บไว้ที่ไหน" โรงงานจึงย้ายวัตถุดิบยางไปไว้ในห้องแยกที่ปิดสนิท ส่วนสินค้างวดที่ 2 ก็ส่งออกไปก่อนวันอบพอดี เย็นวันเสาร์หลังเลิกกะ ทีมงานปิดพื้นที่ อบโอโซนทีละโซน ระบายอากาศ แล้ววัดค่า TVOC ซ้ำ ผลหลังอบลดลงชัดเจนเมื่อเทียบกับก่อนอบ และส่งมอบพื้นที่ได้ในคืนเดียวกัน
กลิ่นกาวไม่ได้หายไปเป็นศูนย์ เพราะไลน์ยังทากาวทุกวัน แต่ไม่สะสมหนักเหมือนเดิม พนักงานใหม่รุ่นถัดไป 12 คน ผ่านไปหนึ่งเดือนยังทำงานอยู่ 10 คน ลูกค้ายอมรับแผนแก้ไขที่มีทั้งบันทึกการซ่อมระบบระบายอากาศและผลวัดก่อน-หลัง ส่วนโรงงานวางแผนวัดค่า TVOC เป็นระยะ และอบโอโซนซ้ำหลังวันหยุดยาวเมื่อจำเป็น
ต้องออก คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ต้องอยู่นอกพื้นที่ตลอดรอบการอบ และกลับเข้าได้เมื่อทีมช่างยืนยันว่าโอโซนสลายตัวและระบายอากาศแล้ว
ขึ้นกับขนาดพื้นที่และระดับกลิ่น โดยทั่วไปพร้อมใช้งานได้ภายในราว 2 ชั่วโมง
โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจนตามธรรมชาติ จึงไม่มีสารเคมีตกค้าง ทีมงานจะตรวจก่อนส่งมอบพื้นที่ทุกครั้ง
ตั้งแต่ห้องเล็กไปจนถึงแผนกผลิตและโกดัง โดยคำนวณรอบการอบตามปริมาตรจริง
ไม่ได้ ถ้าแหล่งกำเนิดยังทำงานทุกวัน ต้องคุมที่ต้นเหตุก่อน โอโซนช่วยจัดการกลิ่นและ VOCs ที่สะสมตกค้างหลังจากนั้น
ช่างจะสำรวจก่อน วัสดุที่ไวต่อโอโซน เช่น ยางธรรมชาติ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บอบบาง จะถูกย้ายออกหรือปิดคลุมตามความเหมาะสม
ปรึกษาทีม WHD เรื่องกลิ่นกาว กลิ่นตัวทำละลาย และสารเคมีตกค้างในโรงงานและโกดัง
ดูรายละเอียดบริการและขอใบเสนอราคา คลิกที่นี่โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com
88/268 ถ.กัลปพฤกษ์ แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160
คำค้นหา: กลิ่นกาวในโรงงาน, อบโอโซนดับกลิ่นสี, กำจัดกลิ่นกาว, กลิ่นตัวทำละลาย, กลิ่นกาวโรงงานรองเท้า, กำจัดสารเคมีตกค้าง, ลดค่า TVOC, ระบบระบายอากาศโรงงาน, Master Ozone Generator