โรงงานรองเท้า 260 คน พนักงานใหม่แผนกทากาวลาออก 14 คนใน 2 เดือน เพราะเวียนศีรษะจากกลิ่นกาวในโรงงานที่สะสมทุกวัน

Last updated: 11 ก.ย. 2569  |  7 จำนวนผู้เข้าชม  | 

กระบวนการอบโอโซน

บริการอบโอโซนดับกลิ่นสี / กำจัดสารเคมีตกค้าง โดย World Health Disinfection

โรงงานรองเท้า 260 คน พนักงานใหม่แผนกทากาวลาออก 14 คนใน 2 เดือน เพราะเวียนศีรษะจากกลิ่นกาวในโรงงานที่สะสมทุกวัน

เมื่อกลิ่นกาวในโรงงานทำให้คนใหม่อยู่ไม่ถึงเดือน ทางออกที่ได้ผลคือแก้ระบบระบายอากาศที่ต้นเหตุ แล้วปิดท้ายด้วยการอบโอโซนดับกลิ่นนอกเวลางานพร้อมวัดค่า TVOC ก่อน-หลังจริง

ดูบริการอบโอโซนดับกลิ่นสีและกาว คลิกที่นี่

บ่ายสามโมงที่แผนกทากาว กับใบลาออกใบที่ 14

เรื่องเล่านี้เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบได้บ่อย ชื่อบุคคลและสถานที่เป็นนามสมมุติ

กลิ่นกาวในโรงงานเป็นเรื่องที่คนทำงานสายการผลิตหลายคนมักพูดว่า "ทำไปสักพักเดี๋ยวก็ชิน" แต่สำหรับโรงงานรองเท้าแห่งหนึ่ง คำว่า "เดี๋ยวก็ชิน" กลับทำให้เสียพนักงานใหม่ไปถึง 14 คนภายในเวลาเพียง 2 เดือน

คุณศักดิ์ชัย หรือ "พี่ศักดิ์" ผู้จัดการโรงงานวัย 47 ปีของบริษัท ทองก้าวฟุตแวร์ จำกัด โรงงานผลิตรองเท้าผ้าใบและรองเท้านักเรียนขนาดกลางย่านอ้อมน้อย จังหวัดสมุทรสาคร ดูแลพนักงานราว 260 คน กำลังการผลิตวันละประมาณ 3,000 คู่

ต้นเดือนมิถุนายน โรงงานได้ออเดอร์ใหญ่ที่สุดในรอบ 5 ปี คือรองเท้านักเรียน 48,000 คู่จากเครือร้านค้าปลีกรายหนึ่ง ต้องทยอยส่งมอบ 3 งวดให้ทันก่อนเปิดภาคเรียนที่ 2 คุณจันทร์เพ็ญ หรือ "พี่เพ็ญ" ผู้จัดการฝ่ายบุคคล จึงเร่งรับพนักงานใหม่ 20 คนเข้าแผนกทากาว ซึ่งเดิมมีคนอยู่ 38 คน

แผนกทากาวเป็นห้องยาวขนาดราว 24 x 40 เมตร มีสายพาน 2 ไลน์ พนักงานยืนเรียงกันใช้แปรงทาน้ำยาไพรเมอร์และกาวลงบนพื้นรองเท้าและตัวรองเท้า ก่อนส่งเข้าอุโมงค์อบความร้อนและเครื่องอัดพื้น เมื่อปีก่อนโรงงานเพิ่งติดตั้งระบบพัดลมไอเย็นแบบปิดอาคาร เพื่อลดความร้อน ประตูและหน้าต่างจึงถูกปิดเกือบตลอดวัน

คนที่เดินเข้าห้องนี้ครั้งแรกจะได้กลิ่นหวานปนฉุนคล้ายน้ำยาล้างเล็บผสมทินเนอร์ ตีเข้าจมูกทันทีที่เปิดประตู ผ่านไปไม่กี่นาทีตาจะเริ่มแสบ พอถึงบ่ายสามโมง อากาศในห้องจะอุ่นขึ้น กลิ่นยิ่งหนักจนหลายคนบอกว่า "หัวตื้อเหมือนอดนอนมาสองคืน"

สัปดาห์แรก พนักงานใหม่ 3 คนขอกลับบ้านก่อนเวลาเพราะปวดศีรษะ สัปดาห์ที่สอง "น้องฝน" สาววัย 19 ปีที่เพิ่งจบ ม.6 วิ่งไปอาเจียนในห้องน้ำกลางกะบ่าย วันรุ่งขึ้นเธอก็ไม่กลับมาอีกเลย

สัปดาห์ที่สามเกิดเหตุที่ทำให้หัวหน้าบุญเลิศ หัวหน้าแผนกทากาว ใจหายวาบ พนักงานใหม่คนหนึ่งเวียนศีรษะขณะยืนอยู่ข้างเครื่องอัดพื้นรองเท้า มือเกือบเข้าไปในจุดอันตราย โชคดีที่หัวหน้าบุญเลิศดึงตัวไว้ทัน เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.) ต้องบันทึกเป็นเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ

ปลายเดือนกรกฎาคม พนักงานใหม่ลาออกไปแล้ว 9 คน ในกลุ่มหางานบนเฟซบุ๊กมีคนโพสต์ว่า "โรงงานนี้กลิ่นกาวแรงมาก ทำได้ 3 วันปวดหัวทุกวัน อย่าไปเลย" โพสต์นั้นถูกแชร์ต่อหลายร้อยครั้ง ประกาศรับสมัครรอบใหม่แทบไม่มีคนโทรมา

พอถึงกลางเดือนสิงหาคม ตัวเลขใบลาออกขึ้นมาเป็น14 คนจาก 20 คน พนักงานเก่าต้องทำโอทีแทบทุกวัน ยอดผลิตตามหลังแผนราว 6,000 คู่ และแม้แต่พนักงานเก่าที่ "ชินแล้ว" ก็เริ่มยอมรับในที่ประชุมคณะกรรมการสวัสดิการว่า ช่วงหลังพวกเขาก็ปวดศีรษะบ่อยขึ้นเหมือนกัน

ฟางเส้นสุดท้ายมาถึงเมื่อทีมตรวจคุณภาพของลูกค้าเข้ามาสุ่มตรวจสินค้าในโกดังสำเร็จรูป ผู้ตรวจเปิดกล่องรองเท้าแล้วขมวดคิ้ว ก่อนถามพี่ศักดิ์ว่า "ถ้าเด็กนักเรียนเปิดกล่องแล้วเจอกลิ่นแบบนี้ ผู้ปกครองจะคิดอย่างไร" พร้อมขอให้โรงงานส่งแผนแก้ไขก่อนส่งมอบงวดที่ 2

กลิ่นกาวในโรงงาน ไม่ได้ทำร้ายแค่จมูก แต่กระทบทั้งคน เงิน และความเชื่อใจ

หลายโรงงานมองกลิ่นกาวในโรงงานเป็น "ธรรมชาติของงาน" แต่เมื่อแยกผลกระทบทีละด้าน จะเห็นต้นทุนที่ซ่อนอยู่มากกว่าที่คิด

1. ด้านสุขภาพ: ร่างกายของคนใหม่ส่งสัญญาณก่อนเสมอ

ไอระเหยจากตัวทำละลายในกาวและน้ำยาไพรเมอร์เป็นกลุ่มสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ซึ่งอาการที่พบได้ทั่วไปเมื่อสูดดมในพื้นที่อากาศถ่ายเทไม่ดี ได้แก่

  • ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ หัวตื้อ ง่วงซึม สมาธิลดลง
  • แสบตา น้ำตาไหล ระคายเคืองจมูกและลำคอ
  • คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร
  • คนที่เป็นหอบหืดหรือภูมิแพ้อาจมีอาการกำเริบ
  • ผู้ที่ตั้งครรภ์ ผู้มีโรคประจำตัว และผู้สูงอายุมักไวต่อสารเหล่านี้มากกว่าคนทั่วไป
  • การสัมผัสต่อเนื่องเป็นเวลานานเป็นเรื่องที่ควรกังวลและควรปรึกษาแพทย์ด้านอาชีวเวชศาสตร์

ในโรงงาน อาการเวียนศีรษะยังมีความเสี่ยงซ้อนอีกชั้น เพราะคนที่มึนงงยืนอยู่ใกล้เครื่องจักร อุโมงค์ความร้อน และเครื่องอัด อาจเกิดอุบัติเหตุได้ในเสี้ยววินาที

2. ด้านเงิน: ใบลาออกหนึ่งใบมีราคาแพงกว่าที่เห็น

  • ค่ารับสมัครและค่าอบรมที่ต้องจ่ายซ้ำทุกครั้งที่มีคนออก
  • ช่วงเรียนรู้งานของคนใหม่ที่ทำให้ของเสียและงานแก้เพิ่มขึ้น
  • ค่าโอทีของพนักงานเก่าที่ต้องทำงานแทน
  • ความเสี่ยงส่งมอบล่าช้า ถูกปรับ หรือเสียออเดอร์รอบถัดไป

3. ด้านชื่อเสียง: ข่าวในกลุ่มหางานไปไวกว่าประกาศรับสมัคร

คนหางานอ่านรีวิวนายจ้างก่อนเสมอ โพสต์เดียวอาจทำให้ชื่อโรงงานติดลบทั้งย่าน ขณะเดียวกันลูกค้าและผู้ตรวจประเมินก็ให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมการทำงานมากขึ้นเรื่อย ๆ

4. ด้านความสัมพันธ์และความไว้วางใจ

  • พนักงานใหม่รู้สึกว่า "ไม่มีใครฟัง" เมื่อได้คำตอบว่าเดี๋ยวก็ชิน
  • พนักงานเก่าหมดแรงเพราะต้องแบกงานแทนและสอนคนใหม่ซ้ำไม่จบ
  • หัวหน้างานถูกมองว่าไม่ใส่ใจความปลอดภัยของลูกน้อง
  • ครอบครัวของพนักงานเริ่มกังวลและชวนให้ย้ายงาน

กลิ่นกาวในโรงงานรองเท้า แท้จริงแล้วคืออะไร?

กลิ่นที่พนักงานใหม่ของพี่ศักดิ์ได้สัมผัสไม่ใช่ "กลิ่นกาว" เพียงอย่างเดียว แต่เป็นส่วนผสมของไอระเหยหลายชนิดที่ถูกปล่อยออกมาจากหลายจุดพร้อมกัน

กาวยางและกาว PU ชนิดผสมตัวทำละลาย

กาวที่ใช้ติดพื้นรองเท้าหลายชนิดเป็นกาวยางสังเคราะห์หรือกาวโพลียูรีเทน (PU) ที่ละลายอยู่ในตัวทำละลาย เช่น โทลูอีน อะซิโตน เมทิลเอทิลคีโตน (MEK) หรือเอทิลอะซิเตต หลักการของกาวชนิดนี้คือ ตัวทำละลายต้องระเหยออกไปก่อน เนื้อกาวจึงจะยึดติด พูดง่าย ๆ คือ ทุกคู่ที่ถูกทากาว ไอระเหยจำนวนหนึ่งจะลอยขึ้นสู่อากาศในห้องเสมอ

น้ำยาไพรเมอร์และน้ำยาทำความสะอาดพื้นรองเท้า

ก่อนทากาว พื้นรองเท้ามักถูกเช็ดด้วยน้ำยาทำความสะอาดหรือทาน้ำยาไพรเมอร์ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นตัวทำละลายที่ระเหยเร็วมาก ถ้าเปิดฝาทิ้งไว้ ไอระเหยจะออกมาตลอดเวลา ส่วนความร้อนจากอุโมงค์อบและอากาศช่วงบ่ายก็ยิ่งเร่งให้ระเหยเร็วขึ้น

ทำไมกลิ่นจึง "สะสมอยู่ในตัวอาคาร"

เมื่อระบบดูดอากาศทำงานได้ไม่เต็มที่ และอาคารถูกปิดเกือบตลอดวัน ไอระเหยจะไม่ได้หายไปไหน แต่จะค่อย ๆ ซึมเข้าไปอยู่ในวัสดุที่ดูดซับกลิ่นได้ดี เช่น

  • ฉนวนกันความร้อนใต้หลังคาและแผ่นฝ้า
  • ม่านริ้วพลาสติก เบาะเก้าอี้ และพรมเช็ดเท้า
  • ผ้าใบ ฟองน้ำ และวัสดุบุด้านในรองเท้า
  • กล่องกระดาษและกระดาษห่อในโกดังสำเร็จรูป
  • แผ่นรังผึ้งของระบบพัดลมไอเย็น ตู้ล็อกเกอร์ และชุดยูนิฟอร์ม

วัสดุเหล่านี้จะค่อย ๆ ปล่อยกลิ่นกลับออกมา (off-gassing) แม้ในวันที่ไลน์ผลิตหยุด นี่คือเหตุผลที่เช้าวันจันทร์หลังหยุดยาว ห้องยังคงมีกลิ่นกาวลอยอยู่ แม้ไม่มีใครทากาวมาสองวันแล้ว

ทำไมพนักงานเก่า "ไม่ค่อยได้กลิ่น"

จมูกของคนเรามีกลไกที่เรียกว่าการปรับตัวของประสาทรับกลิ่น เมื่ออยู่กับกลิ่นเดิมนาน ๆ สมองจะเลิกสนใจกลิ่นนั้น แต่การที่เราไม่ได้กลิ่นแล้ว ไม่ได้แปลว่าไอระเหยหายไป คนใหม่ที่จมูกยังไม่ปรับตัวจึงเป็นเหมือนสัญญาณเตือนภัยที่บอกความจริงของอากาศในห้อง

6 วิธีแก้กลิ่นกาวที่โรงงานนิยมใช้ แต่มักไม่จบปัญหา

โรงงานของพี่ศักดิ์ลองมาแล้วเกือบทุกวิธี แต่ละวิธีมีข้อดีอยู่บ้าง แต่ไม่พอสำหรับปัญหาขนาดนี้

  1. เปิดประตูและเพิ่มพัดลม ช่วยได้บ้าง แต่กลิ่นที่ซึมในวัสดุต้องใช้เวลาหลายวันถึงหลายสัปดาห์กว่าจะจาง แถมระบบพัดลมไอเย็นก็ทำงานไม่ได้ผล
  2. ฉีดสเปรย์ปรับอากาศหรือจุดน้ำหอม เป็นเพียงการกลบกลิ่น ไอระเหยยังอยู่ครบ บางครั้งกลิ่นหอมผสมกลิ่นกาวยิ่งทำให้คลื่นไส้
  3. วางถ่านไม้ไผ่หรือเบกกิ้งโซดา มีความสามารถในการดูดซับน้อยมากเมื่อเทียบกับห้องขนาดเกือบพันตารางเมตรที่มีการทากาวทุกวัน และอิ่มตัวเร็ว
  4. ซื้อเครื่องฟอกอากาศแบบใช้ในบ้านมาตั้ง ออกแบบมาสำหรับห้องเล็ก ไส้กรองอิ่มตัวเร็ว และเข้าไม่ถึงกลิ่นที่ฝังในฉนวนหลังคา
  5. แจกหน้ากากอนามัยแบบผ้าหรือแบบใช้แล้วทิ้ง ช่วยกันฝุ่นได้ แต่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อกรองไอระเหยของสารเคมี
  6. รับคนใหม่เพิ่มแทนคนที่ออก เป็นการแก้ที่ปลายเหตุ ตราบใดที่อากาศในห้องยังเหมือนเดิม คนรุ่นถัดไปก็มีแนวโน้มจะออกด้วยเหตุผลเดิม

บทเรียนสำคัญคือ กลิ่นกาวในโรงงานมีทั้ง "แหล่งกำเนิดที่ยังทำงานอยู่ทุกวัน" และ "กลิ่นที่สะสมในอาคาร" การแก้จึงต้องจัดการทั้งสองส่วนให้ถูกลำดับ

ทางออกที่ถูกลำดับ: คุมต้นเหตุก่อน แล้วอบโอโซนดับกลิ่นกาวในโรงงานกับ WHD

ขั้นที่ 1 ควบคุมแหล่งกำเนิดกลิ่นให้ได้ก่อน

เพราะไลน์ทากาวยังเดินเครื่องทุกวัน ถ้าไม่แก้ที่ต้นเหตุ กลิ่นก็จะกลับมาสะสมใหม่ ทีม WHD จึงแนะนำให้โรงงานทำสิ่งเหล่านี้ร่วมกับ จป. และวิศวกรระบบระบายอากาศก่อนเสมอ

  • ซ่อมและปรับปรุงระบบดูดอากาศเฉพาะที่ (ฮูดดูดไอระเหยที่จุดทากาว) ให้แรงดูดเพียงพอ ล้างท่อที่มีคราบกาวอุดตัน
  • ใช้ภาชนะจ่ายกาวแบบมีฝาปิด แยกห้องผสมและเก็บสารเคมีออกจากไลน์ผลิต
  • จัดอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลที่เหมาะกับไอระเหยของตัวทำละลาย พร้อมสอนวิธีใช้ให้คนใหม่
  • พิจารณาเปลี่ยนไปใช้กาวสูตรน้ำหรือกาวที่มีสารระเหยต่ำในรุ่นที่ทำได้

สิ่งสำคัญที่ต้องพูดตรง ๆ คือ การอบโอโซนไม่ได้ใช้แทนระบบระบายอากาศ และไม่ได้ทำระหว่างที่คนกำลังทำงาน แต่เป็นขั้นตอนที่เข้ามาจัดการ "กลิ่นและสาร VOCs ที่ตกค้างสะสม" หลังจากคุมต้นเหตุได้แล้ว

ขั้นที่ 2 อบโอโซนนอกเวลางาน ด้วย Master Ozone Generator

บริการอบโอโซนดับกลิ่นสี / กำจัดสารเคมีตกค้าง ของ World Health Disinfection ใช้เครื่อง Master Ozone Generator ปล่อยก๊าซโอโซน (O₃) ในพื้นที่ปิด เลียนแบบกระบวนการฟอกอากาศตามธรรมชาติ โอโซนจะเข้าไปออกซิไดซ์และทำลายพันธะโมเลกุลของโมเลกุลกลิ่น ไอระเหยสารเคมี (VOCs) และเชื้อโรคถึงต้นตอ จึงเป็นการสลายกลิ่น ไม่ใช่การกลบกลิ่น

เมื่อจบรอบการอบ โอโซนจะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน (O₂) ตามธรรมชาติ จึงไม่มีสารเคมีตกค้างในพื้นที่ ก๊าซยังกระจายตัวทั่วถึงแม้ในมุมที่มือเข้าไม่ถึง เหมาะกับพื้นที่ขนาดใหญ่อย่างโรงงานและโกดัง

วัดผลได้จริงด้วยค่า TVOC

WHD เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการไม่กี่รายในประเทศไทยที่แสดงผลการลดลงของค่า TVOC (Total Volatile Organic Compounds) ซึ่งวัดจากหน้างานจริง ทั้งก่อนและหลังอบ ด้วยเครื่องวัด AM1310 ที่มีเอกสารสอบเทียบ ได้แก่ KIMO PT100 SC0110 adjusting certificate และ BR-SMART certificate of calibration ช่วยให้โรงงานมีหลักฐานประกอบแผนแก้ไขที่ส่งให้ลูกค้าได้

ความปลอดภัยต้องมาก่อน

การอบโอโซนทำโดยทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรม ในพื้นที่ปิดที่ไม่มีคนอยู่ คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ต้องออกจากพื้นที่ระหว่างอบ ช่างจะประเมินหน้างานและย้ายออกหรือปิดคลุมวัสดุที่ไวต่อโอโซน เช่น วัตถุดิบยางธรรมชาติ งานศิลปะ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่บอบบาง หลังจบรอบจะปล่อยให้โอโซนสลายตัวและระบายอากาศก่อนกลับเข้าพื้นที่ โดยทั่วไปพร้อมใช้งานได้ภายในราว 2 ชั่วโมง

10 เหตุผลที่โรงงานเลือกอบโอโซนดับกลิ่นกาวกับ WHD

1. ทำนอกเวลางาน ไม่ต้องหยุดไลน์ผลิต

ทีมช่างเข้าทำงานหลังเลิกกะหรือวันหยุด เช้าวันถัดไปไลน์ผลิตเดินต่อได้ตามปกติ

2. สลายกลิ่นที่ต้นตอ ไม่ใช่แค่กลบ

โอโซนทำลายโครงสร้างโมเลกุลของกลิ่น ต่างจากน้ำหอมที่แค่ทับกลิ่นเดิม

3. มีค่า TVOC ก่อน-หลังเป็นหลักฐาน

ผลวัดจากหน้างานจริงช่วยให้ทุกฝ่ายเห็นภาพเดียวกัน ดูตัวอย่างได้ที่หน้าบริการกำจัดสารเคมีตกค้างด้วยโอโซน

4. ไม่มีสารเคมีตกค้าง

โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน จึงไม่ทิ้งสารใหม่ไว้บนสินค้า วัตถุดิบ หรือพื้นผิวในอาคาร

5. ครอบคลุมพื้นที่ใหญ่และจุดสูง

ก๊าซกระจายถึงฉนวนใต้หลังคาและซอกหลังชั้นวางที่เช็ดล้างไม่ได้

6. ลดกลิ่นที่ฝังในวัสดุดูดซับ

ช่วยลดกลิ่นในกล่องกระดาษ ม่าน และเบาะ ที่มักปล่อยกลิ่นกลับออกมาในวันถัดไป

7. ช่วยลดเชื้อโรคและกลิ่นอับไปพร้อมกัน

ห้องพักพนักงาน ห้องล็อกเกอร์ และโรงอาหารที่อับชื้นก็ได้ประโยชน์จากการอบโอโซนกำจัดกลิ่นและเชื้อโรคในพื้นที่ปิดในรอบเดียวกัน

8. ทำงานคู่กับระบบระบายอากาศ ไม่ขายฝัน

ทีม WHD บอกตรง ๆ ว่าต้องคุมแหล่งกำเนิดก่อน แล้วจึงวางรอบการอบให้เหมาะกับโรงงาน

9. ประเมินและป้องกันวัสดุที่ไวต่อโอโซน

ช่างสำรวจก่อนว่ามียางธรรมชาติหรืออุปกรณ์บอบบางที่ต้องย้ายออกหรือปิดคลุมหรือไม่

10. มีประสบการณ์กับงานหลากหลายประเภท

ตั้งแต่ห้องนอนคอนโด ห้องนั่งเล่น งานพ่นสีรถยนต์ ห้องประชุมสำนักงาน ไปจนถึงโรงงานอุตสาหกรรมเคมี ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บริการอบโอโซนดับกลิ่นสีของ WHD

ก่อนและหลัง: แผนกทากาวของโรงงานพี่ศักดิ์

ก่อนหลัง
เปิดประตูแผนกแล้วได้กลิ่นฉุนทันที แสบตาในไม่กี่นาทีกลิ่นเบาลงชัดเจน ฮูดดูดไอระเหยทำงานเต็มแรง
พนักงานใหม่ปวดศีรษะทุกบ่าย ขอกลับบ้านก่อนเวลาเสียงบ่นเรื่องปวดศีรษะลดลง คนใหม่อยู่ครบกะมากขึ้น
เช้าวันจันทร์ยังมีกลิ่นกาวค้างจากฉนวนและม่านกลิ่นสะสมในอาคารลดลง ค่า TVOC หลังอบต่ำกว่าก่อนอบอย่างเห็นได้ชัด
ผู้ตรวจของลูกค้าเปิดกล่องแล้วได้กลิ่นกาวมีแผนแก้ไขพร้อมผลวัด TVOC ก่อน-หลังส่งให้ลูกค้า
คำตอบเดิมคือ "เดี๋ยวก็ชิน"คำตอบใหม่คือ "เราวัดแล้ว และแก้แล้ว"

ขั้นตอนการทำงานของทีม WHD

  1. สำรวจหน้างานและวัดค่า TVOC ก่อนอบ ดูแหล่งกลิ่น ขนาดพื้นที่ และสภาพระบบระบายอากาศ
  2. นัดเวลานอกเวลางาน ให้คนทั้งหมดออกจากพื้นที่ ย้ายสัตว์และต้นไม้ออก ย้ายหรือปิดคลุมวัสดุที่ไวต่อโอโซน
  3. ปิดพื้นที่และติดตั้ง Master Ozone Generator ในตำแหน่งที่ก๊าซกระจายได้ทั่วถึง
  4. เดินเครื่องตามรอบที่คำนวณจากปริมาตรห้อง และระดับกลิ่นของแต่ละโซน
  5. ปล่อยให้โอโซนสลายตัวและระบายอากาศ ก่อนอนุญาตให้กลับเข้าพื้นที่
  6. ตรวจกลิ่นและวัดค่า TVOC ซ้ำ เพื่อเทียบผลก่อน-หลัง
  7. ส่งมอบพื้นที่ โดยทั่วไปพร้อมใช้งานได้ภายในราว 2 ชั่วโมง

ตอนจบของเรื่อง: แผนกทากาวที่คนใหม่อยู่ต่อได้

ปลายเดือนสิงหาคม พี่ศักดิ์กับ จป. เริ่มจากต้นเหตุก่อน ซ่อมพัดลมดูดอากาศที่สายพานขาดมาตั้งแต่เดือนเมษายน ล้างท่อที่อุดตัน เปลี่ยนถ้วยกาวเป็นแบบมีฝาปิด แยกการผสมไพรเมอร์ไปห้องที่มีระบบดูดอากาศ และจัดอุปกรณ์ป้องกันให้ทั้งแผนก

กลิ่นที่จุดทากาวเบาลง แต่กลิ่นกาวในโรงงานที่สะสมมาหลายเดือนยังค้างอยู่ในฉนวนหลังคา ห้องตรวจคุณภาพ และโกดังสำเร็จรูป พี่เพ็ญจึงติดต่อทีม WHD ทาง LINE

ทีมช่างเข้าสำรวจและวัดค่า TVOC ในวันศุกร์ คำถามแรกคือ"วัตถุดิบยางธรรมชาติเก็บไว้ที่ไหน" โรงงานจึงย้ายวัตถุดิบยางไปไว้ในห้องแยกที่ปิดสนิท ส่วนสินค้างวดที่ 2 ก็ส่งออกไปก่อนวันอบพอดี เย็นวันเสาร์หลังเลิกกะ ทีมงานปิดพื้นที่ อบโอโซนทีละโซน ระบายอากาศ แล้ววัดค่า TVOC ซ้ำ ผลหลังอบลดลงชัดเจนเมื่อเทียบกับก่อนอบ และส่งมอบพื้นที่ได้ในคืนเดียวกัน

กลิ่นกาวไม่ได้หายไปเป็นศูนย์ เพราะไลน์ยังทากาวทุกวัน แต่ไม่สะสมหนักเหมือนเดิม พนักงานใหม่รุ่นถัดไป 12 คน ผ่านไปหนึ่งเดือนยังทำงานอยู่ 10 คน ลูกค้ายอมรับแผนแก้ไขที่มีทั้งบันทึกการซ่อมระบบระบายอากาศและผลวัดก่อน-หลัง ส่วนโรงงานวางแผนวัดค่า TVOC เป็นระยะ และอบโอโซนซ้ำหลังวันหยุดยาวเมื่อจำเป็น

เคล็ดลับป้องกันกลิ่นกาวในโรงงานกลับมาสะสม

  • ตรวจแรงดูดของฮูดและล้างท่อตามรอบ อย่ารอให้พนักงานบ่นก่อน
  • เลือกกาวสูตรน้ำหรือกาวสารระเหยต่ำในรุ่นที่ทำได้ และปิดฝาภาชนะทุกครั้ง
  • ปฐมนิเทศคนใหม่เรื่องอุปกรณ์ป้องกัน และหมุนเวียนงานในสัปดาห์แรก
  • เมื่อรีโนเวทหรือทาสีอาคาร ให้เวลาวัสดุบ่มตัว และนัดอบโอโซนก่อนเปิดใช้
  • วัดค่า TVOC เป็นระยะ และนัดอบโอโซนหลังวันหยุดยาวหรือหลังเร่งผลิตหนัก

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการอบโอโซนดับกลิ่นกาวในโรงงาน

ระหว่างอบโอโซน ต้องออกจากพื้นที่ไหม?

ต้องออก คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ต้องอยู่นอกพื้นที่ตลอดรอบการอบ และกลับเข้าได้เมื่อทีมช่างยืนยันว่าโอโซนสลายตัวและระบายอากาศแล้ว

ใช้เวลานานเท่าไร?

ขึ้นกับขนาดพื้นที่และระดับกลิ่น โดยทั่วไปพร้อมใช้งานได้ภายในราว 2 ชั่วโมง

โอโซนตกค้างไหม?

โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจนตามธรรมชาติ จึงไม่มีสารเคมีตกค้าง ทีมงานจะตรวจก่อนส่งมอบพื้นที่ทุกครั้ง

เหมาะกับพื้นที่ขนาดไหน?

ตั้งแต่ห้องเล็กไปจนถึงแผนกผลิตและโกดัง โดยคำนวณรอบการอบตามปริมาตรจริง

อบโอโซนแล้ว ไม่ต้องแก้ระบบระบายอากาศได้ไหม?

ไม่ได้ ถ้าแหล่งกำเนิดยังทำงานทุกวัน ต้องคุมที่ต้นเหตุก่อน โอโซนช่วยจัดการกลิ่นและ VOCs ที่สะสมตกค้างหลังจากนั้น

สินค้าและวัตถุดิบในโรงงานจะเสียหายไหม?

ช่างจะสำรวจก่อน วัสดุที่ไวต่อโอโซน เช่น ยางธรรมชาติ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บอบบาง จะถูกย้ายออกหรือปิดคลุมตามความเหมาะสม

อย่าให้กลิ่นกาวพรากคนเก่งไปจากโรงงานของคุณ

ปรึกษาทีม WHD เรื่องกลิ่นกาว กลิ่นตัวทำละลาย และสารเคมีตกค้างในโรงงานและโกดัง

ดูรายละเอียดบริการและขอใบเสนอราคา คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com
88/268 ถ.กัลปพฤกษ์ แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160

คำค้นหา: กลิ่นกาวในโรงงาน, อบโอโซนดับกลิ่นสี, กำจัดกลิ่นกาว, กลิ่นตัวทำละลาย, กลิ่นกาวโรงงานรองเท้า, กำจัดสารเคมีตกค้าง, ลดค่า TVOC, ระบบระบายอากาศโรงงาน, Master Ozone Generator

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้