รถตู้นำเที่ยวเปลี่ยนเบาะหนังและพรมใหม่ 12 คัน นักท่องเที่ยวเมารถ 9 คน เอเจนซีทัวร์ขู่ยกเลิกสัญญา เพราะกลิ่นกาวเบาะรถตู้

Last updated: 11 ก.ย. 2569  |  12 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริการอบโอโซน

รถตู้นำเที่ยวเปลี่ยนเบาะหนังและพรมใหม่ 12 คัน นักท่องเที่ยวเมารถ 9 คน เอเจนซีทัวร์ขู่ยกเลิกสัญญา เพราะกลิ่นกาวเบาะรถตู้

เมื่อกลิ่นกาวเบาะรถตู้และพรมใหม่อบอวลอยู่ในห้องโดยสารที่ปิดกระจกเปิดแอร์ทั้งวัน ผู้โดยสารไม่ได้แค่เหม็น แต่เวียนศีรษะ คลื่นไส้ และจำชื่อบริษัทของคุณไปในทางที่ไม่ดี นี่คือเหตุผลที่ผู้ประกอบการรถตู้หลายรายเลือก บริการอบโอโซนดับกลิ่นสี / กำจัดสารเคมีตกค้าง เพื่อสลายกลิ่นที่ต้นเหตุ พร้อมวัดค่า TVOC ให้เห็นกับตา

ดูบริการอบโอโซนกำจัดกลิ่นกาวในรถ คลิกที่นี่

รถตู้ 12 คันโฉมใหม่ กับกลิ่นกาวเบาะรถตู้ที่เกือบทำให้เสียลูกค้ารายใหญ่

เรื่องเล่านี้เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบได้บ่อย ชื่อบุคคลและสถานที่เป็นนามสมมุติ

ปัญหากลิ่นกาวเบาะรถตู้ของ "คุณวิทยา" หรือ "พี่วิท" เจ้าของบริษัท สายลมทราเวลแวน ย่านรังสิต เริ่มต้นจากความตั้งใจดี พี่วิทมีรถตู้นำเที่ยวทั้งหมด 18 คัน ลูกค้าหลักคือเอเจนซีทัวร์ชื่อ "ฟ้าใสฮอลิเดย์" ที่ส่งกรุ๊ปนักท่องเที่ยวไปหัวหิน เขาใหญ่ และกาญจนบุรีแทบทุกสัปดาห์ สัญญาปีละหลายล้านบาทนี้คือเสาหลักของบริษัท

ช่วงโลว์ซีซันเดือนกรกฎาคม พี่วิทตัดสินใจลงทุนเกือบ 500,000 บาท ส่งรถ 12 คันเข้าร้านตกแต่งภายใน เปลี่ยนเบาะผ้าเก่าที่ซีดเป็นเบาะหนังเทียมสีครีม และรื้อพรมพื้นเดิมออกเพื่อปูพรมใหม่ทั้งคัน เป้าหมายคือยกระดับภาพลักษณ์ให้ทันไฮซีซันที่กำลังจะมาถึง

วันรับรถ ความภูมิใจที่มาพร้อมกลิ่นฉุน

ร้านตกแต่งส่งรถคืนครบ 12 คันในวันศุกร์ ห้องโดยสารดูหรูขึ้นทันตา เบาะตึงสวย พรมเรียบกริบ แต่ทันทีที่เปิดประตูบานเลื่อน กลิ่นกาวยางผสมกลิ่นหนังเทียมใหม่ก็พุ่งออกมาจนแสบจมูก ช่างบอกว่า "กลิ่นกาวใหม่ครับพี่ วิ่งสักสองสามวันก็หาย"

ปัญหาคือทริปแรกของรถชุดใหม่อยู่ในอีกเพียง 3 วัน รถทั้ง 12 คันจอดตากแดดอยู่ในลานจอดกลางแจ้งตลอดวันเสาร์และอาทิตย์ ประตูปิดสนิทเพราะกลัวฝนตก ยิ่งแดดแรง ห้องโดยสารก็ยิ่งร้อน และกลิ่นกาวเบาะรถตู้ก็ยิ่งเข้มข้นขึ้นทุกชั่วโมง

ทริปเขาใหญ่ที่ผู้โดยสารลงจากรถด้วยหน้าซีด

เช้าวันจันทร์ เวลา 06.30 น. รถ 6 คันออกจากกรุงเทพฯ พร้อมกรุ๊ปนักท่องเที่ยว 58 คน มุ่งหน้าเขาใหญ่ คนขับเปิดแอร์เย็นจัดและปิดกระจกทุกบาน ภายในรถจึงกลายเป็นกล่องปิดที่อัดแน่นไปด้วยไอระเหยจากกาวและเบาะใหม่

ไม่ถึงชั่วโมง ผู้โดยสารเริ่มบ่นปวดศีรษะ บางคนเอาผ้าปิดจมูก พอเข้าช่วงทางขึ้นเขาที่คดเคี้ยว อาการเมารถก็ระเบิดขึ้นพร้อมกัน สรุปทั้งทริปมีผู้โดยสาร 9 คนเมารถ คุณยายวัย 72 ปีคนหนึ่งอาเจียนจนต้องจอดพักข้างทาง และเด็กหญิงวัย 8 ขวบร้องไห้ขอลงจากรถ ส่วน "ลุงสมพงษ์" คนขับที่อยู่กับรถนานที่สุด ตาแดงและปวดหัวตื้อไปจนถึงเย็น

คืนนั้นแบบประเมินความพึงพอใจของทริปมีคำว่า "กลิ่นในรถ" ปรากฏอยู่ถึง 14 ใบ

จดหมายจากเอเจนซีทัวร์: แก้ให้ได้ใน 14 วัน

สามวันต่อมา ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการของฟ้าใสฮอลิเดย์เรียกพี่วิทเข้าประชุม เธอวางแบบประเมินไว้บนโต๊ะ และยื่นหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการว่า หากภายใน 14 วันยังพบกลิ่นกาวในห้องโดยสารหรือมีผู้ร้องเรียนซ้ำ บริษัทจะพิจารณายกเลิกสัญญาและย้ายงานไปให้ผู้ให้บริการรายอื่น

ในอู่ คนขับหลายคนเริ่มขอสลับไปขับรถคันเก่าที่ยังเป็นเบาะผ้า รถใหม่ 12 คันที่ลงทุนไปเกือบครึ่งล้าน กลายเป็นรถที่ไม่มีใครอยากนั่ง

สิบวันของการลองทุกวิธี

ทีมงานระดมแก้ทุกทาง เปิดประตูรถทิ้งไว้ทั้งคืน วางถ่านไม้ไผ่และกากกาแฟใต้เบาะ ฉีดสเปรย์ปรับอากาศ และซื้อเครื่องฟอกอากาศแบบเสียบช่องจุดบุหรี่มาติดทุกคัน

ตอนเช้ากลิ่นดูเบาลง แต่พอรถตากแดดตอนบ่าย กลิ่นก็กลับมาเหมือนเดิม แถมมีกลิ่นน้ำหอมผสมจนยิ่งเวียนหัว ผ่านไป 10 วัน เหลือเวลาอีกเพียง 4 วันก่อนครบกำหนด

กลิ่นกาวเบาะรถตู้สร้างความเสียหายมากกว่าแค่ความรำคาญ

สำหรับธุรกิจรถตู้นำเที่ยว ห้องโดยสารคือ "สินค้า" โดยตรง ผู้โดยสารต้องนั่งอยู่ในนั้นครั้งละ 3-5 ชั่วโมง ความเสียหายจึงลามไปหลายด้านพร้อมกัน

1. ด้านสุขภาพ: พื้นที่ปิดขนาดเล็กที่สารระเหยสะสมง่าย

  • ห้องโดยสารรถตู้มีปริมาตรอากาศน้อยเมื่อเทียบกับจำนวนคน เมื่อปิดกระจกและเปิดแอร์หมุนเวียนภายใน สารระเหย (VOCs) จากกาวและวัสดุใหม่จึงสะสมได้เร็ว
  • อาการที่พบได้ทั่วไปเมื่อสัมผัสไอระเหยเหล่านี้ ได้แก่ ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ แสบตา แสบจมูก ระคายคอ และคลื่นไส้
  • กลิ่นฉุนยังอาจทำให้คนที่เมารถง่ายมีอาการหนักขึ้น โดยเฉพาะบนเส้นทางขึ้นเขาหรือทางโค้ง
  • ผู้ที่เป็นภูมิแพ้หรือหอบหืด อาจมีอาการกำเริบ ส่วนเด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วย เป็นกลุ่มที่ไวต่อผลกระทบมากกว่าคนทั่วไป
  • คนขับที่อยู่ในรถวันละหลายชั่วโมงคือกลุ่มที่สัมผัสนานที่สุด และการสัมผัสต่อเนื่องระยะยาวไม่ควรมองข้าม

2. ด้านการเงิน: รถที่ลงทุนไปแล้วแต่ทำเงินไม่ได้

  • เงินลงทุนเปลี่ยนเบาะและพรมเกือบครึ่งล้านบาท ยังไม่ได้เริ่มคืนทุน แต่กลับกลายเป็นต้นเหตุของปัญหา
  • ทุกวันที่ต้องจอดรถรอให้กลิ่นจาง คือรายได้ที่หายไป
  • ความเสี่ยงสูงสุดคือสัญญากับเอเจนซีทัวร์ ซึ่งเป็นรายได้หลักของทั้งบริษัท

3. ด้านชื่อเสียง: รีวิวหนึ่งครั้งเดินทางไกลกว่ารถ

  • นักท่องเที่ยวไม่รู้หรอกว่ากลิ่นมาจากเบาะใหม่ พวกเขารู้เพียงว่า "รถบริษัทนี้เหม็นจนเมารถ"
  • รูปผู้โดยสารเอาผ้าปิดจมูกในรถ อาจถูกโพสต์ลงโซเชียลมีเดียได้ทุกเมื่อ
  • เอเจนซีทัวร์ต้องปกป้องชื่อเสียงของตัวเอง จึงพร้อมเปลี่ยนผู้ให้บริการรถเมื่อถูกร้องเรียนซ้ำ

4. ด้านความสัมพันธ์และความไว้วางใจ

  • ไกด์ทัวร์ที่ต้องรับหน้าผู้โดยสาร เริ่มขอให้เอเจนซีเปลี่ยนรถในกรุ๊ปถัดไป
  • คนขับรู้สึกว่าบริษัทไม่ใส่ใจสุขภาพของพวกเขา บางคนเริ่มปฏิเสธการขับรถคันใหม่
  • ความไว้วางใจที่สร้างกันมาหลายปีกับลูกค้ารายใหญ่ สั่นคลอนได้ในทริปเดียว

กลิ่นนั้นคืออะไรกันแน่? เจาะลึกสารระเหยจากกาว เบาะหนังเทียม และพรมใหม่

สิ่งที่ผู้โดยสารเรียกรวม ๆ ว่า "กลิ่นกาว" ความจริงคือส่วนผสมของสารอินทรีย์ระเหยง่าย (Volatile Organic Compounds หรือ VOCs) หลายชนิดที่ปล่อยออกมาจากวัสดุตกแต่งภายในรถพร้อมกัน เมื่อวัดรวมกันจะเรียกว่าค่า TVOC (Total Volatile Organic Compounds)

แหล่งกลิ่นในการเปลี่ยนเบาะและพรมรถตู้หนึ่งคัน

  • กาวยางและกาวติดหนัง: ช่างมักใช้กาวชนิดตัวทำละลายเพื่อยึดหนังเทียมเข้ากับฟองน้ำและโครงเบาะ ตัวทำละลายในกาวกลุ่มนี้ เช่น โทลูอีน เฮกเซน หรือสารกลุ่มคีโตน (ขึ้นอยู่กับสูตรของแต่ละยี่ห้อ) คือต้นตอของกลิ่นฉุน
  • กาวสเปรย์ปูพรม: ถูกพ่นเป็นวงกว้างบนพื้นเหล็กของตัวรถ ละอองกาวบางส่วนจึงเกาะอยู่ตามซอก ร่องราง และใต้แผงบันได
  • หนังเทียม PVC หรือ PU: วัสดุใหม่มีสารเติมแต่ง เช่น สารเพิ่มความยืดหยุ่น ที่ค่อย ๆ ระเหยออกมาเป็น "กลิ่นหนังใหม่"
  • ฟองน้ำเบาะและแผ่นรองพรม: ฟองน้ำโพลียูรีเทนและวัสดุรองพื้นบางชนิดมีกลิ่นเฉพาะตัวเมื่อยังใหม่

ความร้อนคือตัวเร่ง ทำไมกลิ่นแรงขึ้นตอนบ่าย

รถที่จอดกลางแดดในเมืองไทย ภายในห้องโดยสารอาจร้อนจัดจนแตะ 60 องศาเซลเซียสได้ อุณหภูมิที่สูงขึ้นเร่งให้สารระเหยจากกาวและเบาะถูกปล่อยออกมาเร็วขึ้น กลิ่นจึงเบาลงตอนเช้า แต่กลับมาแรงอีกครั้งตอนบ่าย

วงจร "ดูดซับแล้วคายกลับ" (Off-gassing)

ไอระเหยไม่ได้ลอยอยู่ในอากาศเพียงอย่างเดียว แต่ถูกดูดซับเข้าไปในวัสดุพรุน อย่างฟองน้ำเบาะ เส้นใยพรม ผ้าบุหลังคา และม่านบังแดด เมื่ออากาศภายในรถถ่ายเทออกไป วัสดุเหล่านี้จะค่อย ๆ คายสารกลับออกมาอีกครั้ง

ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Off-gassing ซึ่งอาจกินเวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ขึ้นอยู่กับชนิดของกาวและปริมาณที่ใช้ การเปิดประตูทิ้งไว้หนึ่งคืนจึงช่วยได้เพียงชั่วคราว

ทำไมวิธีแก้กลิ่นกาวในรถแบบเดิม ๆ ถึงไม่ได้ผล

วิธีเหล่านี้ไม่ได้ผิด แต่แต่ละวิธีมีข้อจำกัดเมื่อเจอกับกลิ่นกาวเบาะรถตู้ที่ฝังลึก

  1. เปิดประตู เปิดพัดลม หรือขับวิ่งเปิดกระจก: ช่วยระบายอากาศได้จริง แต่ต้องใช้เวลาหลายวันถึงหลายสัปดาห์กว่ากลิ่นจะจาง ระหว่างนั้นรถวิ่งงานไม่ได้ และธุรกิจเสียโอกาสไปทุกวัน
  2. สเปรย์ปรับอากาศและน้ำหอม: เป็นเพียงการกลบกลิ่น สารระเหยยังอยู่ครบ แถมยังเพิ่มสารเคมีจากน้ำหอมเข้าไปในห้องโดยสารอีกชั้นหนึ่ง
  3. ถ่านไม้ไผ่ เบกกิ้งโซดา กากกาแฟ: มีความสามารถในการดูดซับน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณไอระเหยจากกาวทั้งคัน และจะอิ่มตัวอย่างรวดเร็ว
  4. เครื่องฟอกอากาศในรถขนาดเล็ก: ออกแบบมาสำหรับพื้นที่เล็กและอัตราลมต่ำ ไส้กรองจะอิ่มตัวเร็วเมื่อเจอสารระเหยปริมาณมาก และไม่สามารถเข้าถึงกลิ่นที่ฝังในฟองน้ำใต้หนังเบาะได้
  5. ซักพรมหรือเช็ดเบาะ: ช่วยทำความสะอาดผิวหน้า แต่กาวอยู่ใต้พรมและใต้หนัง ความชื้นที่เหลือยังอาจทำให้เกิดกลิ่นอับตามมา

ทางออกที่ตรงจุด: บริการอบโอโซนดับกลิ่นสี กำจัดกลิ่นกาวเบาะรถตู้ด้วย Master Ozone Generator

พี่วิทได้เบอร์ของ World Health Disinfection (WHD) มาจากเพื่อนที่ทำอู่พ่นสีรถยนต์ ที่เคยใช้ บริการอบโอโซนดับกลิ่นสี / กำจัดสารเคมีตกค้าง กับรถลูกค้าหลังทำสี บริการนี้ใช้เครื่อง Master Ozone Generator ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการกลิ่นสี กลิ่นทินเนอร์ แลคเกอร์ อีพ็อกซี่ PU และกาวอุตสาหกรรม ในพื้นที่ปิดโดยเฉพาะ

โอโซนทำงานอย่างไร

เครื่องจะปล่อยโอโซน (O₃) ซึ่งเลียนแบบกระบวนการฟอกอากาศตามธรรมชาติ โอโซนเป็นสารออกซิไดซ์ที่เข้าไปทำปฏิกิริยาและสลายพันธะโมเลกุลของสารที่ก่อกลิ่น ไอระเหยสารเคมี (VOCs) และเชื้อโรค ช่วยสลายกลิ่นที่ต้นเหตุ ไม่ใช่แค่กลบกลิ่นเหมือนน้ำหอม

เนื่องจากโอโซนเป็นก๊าซ จึงแทรกซึมเข้าถึงซอกใต้เบาะ ร่องรางประตูบานเลื่อน ใต้พรม และช่องแอร์ ซึ่งเป็นจุดที่ผ้าเช็ดหรือสเปรย์เข้าไม่ถึง หลังจบรอบการอบ โอโซนจะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน (O₂) ตามธรรมชาติ จึงไม่มีสารเคมีตกค้างในห้องโดยสาร

วัดผลได้จริงด้วยค่า TVOC ก่อนและหลังอบ

จุดที่ทำให้พี่วิทตัดสินใจคือ WHD วัดค่า TVOC ก่อนและหลังการอบจริงหน้างาน ด้วยเครื่องวัด AM1310 ที่มีเอกสารสอบเทียบ WHD เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการไม่กี่รายในประเทศไทยที่แสดงผลการลดค่า TVOC จากหน้างานจริง ตัวเลขนี้คือหลักฐานที่พี่วิทสามารถนำไปยื่นให้เอเจนซีทัวร์ได้ ไม่ใช่แค่คำพูดว่า "กลิ่นหายแล้วครับ"

รวดเร็ว ไม่ต้องจอดรถทิ้งไว้เป็นสัปดาห์

การอบโอโซนทำโดยช่างเทคนิคที่ผ่านการฝึกอบรม ภายในห้องโดยสารที่ปิดสนิทและไม่มีคนอยู่ หลังจบรอบจะปล่อยให้โอโซนสลายตัวและระบายอากาศก่อนส่งมอบ โดยทั่วไปพร้อมใช้งานภายในประมาณ 2 ชั่วโมง สำหรับกองรถหลายคัน ทีมงานสามารถทยอยอบเป็นชุดได้

10 เหตุผลที่ผู้ประกอบการรถตู้นำเที่ยวควรเลือกอบโอโซนดับกลิ่นกับ WHD

1. สลายกลิ่นกาวที่ต้นเหตุ ไม่ใช่กลบกลิ่น

โอโซนทำปฏิกิริยากับโมเลกุลของสารระเหยโดยตรง ต่างจากน้ำหอมที่แค่ซ้อนกลิ่นทับจนกลายเป็นกลิ่นผสมที่ทำให้เวียนหัวหนักกว่าเดิม

2. เข้าถึงซอกใต้เบาะและใต้พรม

ก๊าซโอโซนกระจายไปทั่วห้องโดยสาร รวมถึงร่องรางเบาะและขอบพรมที่มีกาวสเปรย์เกาะอยู่ ซึ่งเป็นต้นตอของกลิ่นกาวเบาะรถตู้ที่ผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง

3. มีค่า TVOC ก่อน-หลังเป็นหลักฐาน

คุณได้เห็นตัวเลขจากเครื่องวัดจริงทั้งก่อนและหลังอบ ใช้ยืนยันกับเอเจนซีทัวร์หรือลูกค้าองค์กรได้ ดูตัวอย่างผลการวัดได้ที่หน้า บริการอบโอโซนกำจัดสารเคมีตกค้าง

4. เครื่องมือวัดมีเอกสารสอบเทียบ

เครื่องวัด TVOC มีเอกสารสอบเทียบ (Calibration) ประกอบ ผลจึงน่าเชื่อถือกว่าการใช้จมูกตัดสิน

5. ไม่มีสารเคมีตกค้างในห้องโดยสาร

หลังจบรอบ โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน ไม่ทิ้งคราบ ไม่ทิ้งกลิ่นสารเคมีตัวใหม่บนเบาะหนังสีครีมหรือพรมที่เพิ่งเปลี่ยน

6. รถกลับมาวิ่งงานได้เร็ว

แทนที่จะจอดรถรอกลิ่นจางเองเป็นสัปดาห์ การอบโอโซนดับกลิ่นกาวในรถช่วยให้รถโดยทั่วไปพร้อมใช้งานภายในประมาณ 2 ชั่วโมง

7. รองรับทั้งรถคันเดียวและทั้งกองรถ

ไม่ว่าจะเป็นรถตู้ 1 คันหรือ 12 คัน ทีมงานวางแผนการอบให้เหมาะกับตารางงาน บริษัทจึงไม่ต้องหยุดบริการทั้งระบบ

8. ดำเนินงานโดยช่างเทคนิคที่ผ่านการฝึกอบรม

ช่างจะประเมินห้องโดยสาร จัดเก็บหรือปกป้องอุปกรณ์ที่ไวต่อโอโซน และตั้งรอบการอบให้เหมาะกับปริมาตรพื้นที่ พร้อมควบคุมไม่ให้มีคนเข้าพื้นที่ระหว่างอบ

9. ช่วยลดกลิ่นอับและเชื้อโรคไปพร้อมกัน

รถตู้ที่รับผู้โดยสารทุกวันมักมีกลิ่นอับจากความชื้น การอบโอโซนช่วยลดกลิ่นอับ เชื้อโรค และเชื้อราไปในรอบเดียวกัน

10. เปลี่ยนคำร้องเรียนให้เป็นจุดขาย

บริษัทรถตู้ที่บอกลูกค้าได้ว่า "รถของเราผ่านการอบโอโซนลดสาร TVOC พร้อมผลวัดจริง" ย่อมดูใส่ใจสุขภาพผู้โดยสารมากกว่าคู่แข่ง และสร้างความมั่นใจให้เอเจนซีทัวร์ในระยะยาว

ก่อน และ หลัง อบโอโซนกำจัดกลิ่นกาวเบาะรถตู้

ก่อนหลัง
เปิดประตูบานเลื่อนแล้วกลิ่นกาวฉุนพุ่งออกมาทันทีกลิ่นกาวลดลงอย่างชัดเจน ห้องโดยสารโปร่งขึ้น
รถจอดตากแดดตอนบ่าย กลิ่นกลับมาแรงทุกครั้งกลิ่นที่เคยย้อนกลับมาตอนรถร้อนลดลงมาก
ผู้โดยสาร 9 คนเมารถ ปวดศีรษะในทริปแรกไม่มีคำร้องเรียนเรื่องกลิ่นกาวในทริปถัดมา
ใช้น้ำหอมกลบจนกลิ่นผสมยิ่งเวียนหัวไม่มีสารเคมีตกค้าง ไม่ต้องพึ่งน้ำหอม
ไม่มีหลักฐานยืนยันกับเอเจนซี มีแค่คำพูดมีผลวัดค่า TVOC ก่อน-หลังจากหน้างานจริง
คนขับขอเลี่ยงรถคันใหม่คนขับกลับมาขับรถชุดใหม่ได้อย่างสบายใจ

ขั้นตอนการทำงานของทีม WHD

  1. สำรวจหน้างานและวัดค่า TVOC: ตรวจสภาพห้องโดยสาร ประเมินแหล่งกลิ่น และวัดค่า TVOC ก่อนเริ่มงาน
  2. นำคนและสัตว์เลี้ยงออก ปกป้องอุปกรณ์ที่ไวต่อโอโซน: ไม่ให้มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ในพื้นที่ และจัดเก็บหรือคลุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวัสดุที่ไวต่อโอโซนตามความเหมาะสม
  3. ปิดพื้นที่และติดตั้ง Master Ozone Generator: ปิดประตูและกระจกทุกบาน พร้อมติดป้ายห้ามเข้า
  4. อบตามรอบที่คำนวณจากปริมาตร: ตั้งรอบการอบให้เหมาะกับขนาดห้องโดยสารและระดับกลิ่น
  5. รอให้โอโซนสลายตัวและระบายอากาศ: โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน แล้วเปิดระบายอากาศก่อนให้คนเข้า
  6. วัดค่า TVOC และตรวจกลิ่นซ้ำ: เปรียบเทียบผลกับค่าก่อนอบ
  7. ส่งมอบรถ: โดยทั่วไปพร้อมใช้งานภายในประมาณ 2 ชั่วโมง

บทสรุปของสายลมทราเวลแวน

วันถัดมา ทีม WHD เข้าอู่และทยอยอบรถเป็นชุด ชุดละ 4 คัน ทุกคันวัดค่า TVOC ก่อนและหลัง สิ่งที่พี่วิทสังเกตได้ทันทีคือ เมื่อเปิดประตูบานเลื่อน กลิ่นกาวฉุนแบบเดิมลดลงอย่างเห็นได้ชัด และตัวเลขบนเครื่องวัดก็ลดลงตามไปด้วย

ก่อนครบกำหนด 14 วัน พี่วิทนำสรุปผลการวัดค่า TVOC ของรถทั้ง 12 คันไปพบผู้จัดการของฟ้าใสฮอลิเดย์ เอเจนซีตกลงให้ทดลองส่งกรุ๊ปต่อหนึ่งเดือน ทริปหัวหินถัดมาไม่มีคำร้องเรียนเรื่องกลิ่นในรถ และลุงสมพงษ์ก็กลับมาขับรถคันใหม่ของตัวเองอีกครั้ง ปัจจุบันพี่วิทบรรจุการอบโอโซนเข้าไปในแผนดูแลรถทุกครั้งที่มีการตกแต่งภายใน

เคล็ดลับลดกลิ่นกาวเมื่อเปลี่ยนเบาะหรือพรมรถครั้งต่อไป

  • เลือกกาวสูตรน้ำหรือกาว Low-VOC และสอบถามร้านตกแต่งเรื่องชนิดกาวก่อนเริ่มงาน
  • เผื่อเวลาให้กาวแห้งตัว อย่างน้อยหลายวันก่อนรับงานจริง อย่านัดทริปแรกติดวันรับรถ
  • ให้ร้านทำงานในพื้นที่อากาศถ่ายเท และใช้กาวเท่าที่จำเป็น
  • นัดอบโอโซนก่อนส่งมอบรถ เพื่อลดกลิ่นกาวเบาะรถตู้ตั้งแต่ต้น
  • ทยอยเปลี่ยนเป็นชุด แทนการส่งรถทั้งกองพร้อมกัน
  • ใช้โหมดดึงอากาศภายนอกในช่วงแรกแทนโหมดหมุนเวียนภายใน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการอบโอโซนกำจัดกลิ่นกาวเบาะรถตู้

ระหว่างอบโอโซน ต้องออกจากพื้นที่ไหม?

จำเป็นต้องออก การอบทำในพื้นที่ปิดที่ไม่มีคนอยู่ ห้ามคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้อยู่ในรถระหว่างอบ และกลับเข้าได้หลังโอโซนสลายตัวและระบายอากาศเรียบร้อยแล้วเท่านั้น

ใช้เวลานานเท่าไร?

ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่และระดับกลิ่น โดยทั่วไปพร้อมใช้งานภายในประมาณ 2 ชั่วโมง

โอโซนตกค้างในรถไหม?

โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจนตามธรรมชาติ ช่างจะรอให้สลายตัวและระบายอากาศก่อนส่งมอบ จึงไม่มีสารเคมีตกค้าง

เหมาะกับพื้นที่ขนาดไหน?

ตั้งแต่ห้องโดยสารรถยนต์ รถตู้ ห้องนอนคอนโด ห้องประชุม ไปจนถึงโกดังและโรงงาน ทีมงานจะปรับรอบการอบตามปริมาตรพื้นที่

เบาะหนังและพรมใหม่จะเสียหายไหม?

ช่างจะประเมินวัสดุก่อนเริ่มงาน จัดเก็บหรือปกป้องสิ่งของที่ไวต่อโอโซน และควบคุมรอบการอบให้เหมาะสม

กลิ่นกาวจะกลับมาอีกไหม?

หากกาวยังไม่แห้งตัวดี อาจมีกลิ่นคายออกมาบ้าง ช่างจะประเมินและแนะนำว่าควรอบซ้ำหรือไม่

รู้ได้อย่างไรว่ากลิ่นลดลงจริง?

WHD วัดค่า TVOC ก่อนและหลังอบด้วยเครื่องวัดที่มีเอกสารสอบเทียบ คุณจึงเห็นผลเป็นตัวเลข

อย่าให้กลิ่นกาวเบาะรถตู้ทำให้เสียลูกค้า

ปรึกษาทีม WHD เรื่องบริการอบโอโซนดับกลิ่นสีและกลิ่นกาวสำหรับรถตู้ รถบัส และรถยนต์ พร้อมวัดค่า TVOC ก่อน-หลังจริงหน้างาน

ดูรายละเอียดบริการและขอใบเสนอราคา คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268
อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com
88/268 ถ.กัลปพฤกษ์ แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160

คำค้นหา: กลิ่นกาวเบาะรถตู้, กลิ่นกาวในรถ, กลิ่นเบาะหนังใหม่, ดับกลิ่นในรถตู้, อบโอโซนดับกลิ่นสี, กำจัดสารเคมีตกค้าง, ลดค่า TVOC, เครื่องอบโอโซน, Master Ozone Generator, รถตู้นำเที่ยว

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้