ห้องสมุดโรงเรียนมัธยมรีโนเวท นักเรียน 11 คนแสบตา ครูบรรณารักษ์ปิดห้อง 10 วัน เพราะกลิ่นฟอร์มาลดีไฮด์จากชั้นหนังสือ MDF

Last updated: 11 ก.ย. 2569  |  5 จำนวนผู้เข้าชม  | 

กระบวนการอบโอโซน

กรณีศึกษา กลิ่นเฟอร์นิเจอร์ MDF และฟอร์มาลดีไฮด์ในห้องสมุดโรงเรียน

ห้องสมุดโรงเรียนมัธยมรีโนเวท นักเรียน 11 คนแสบตา ครูบรรณารักษ์ปิดห้อง 10 วัน เพราะกลิ่นฟอร์มาลดีไฮด์จากชั้นหนังสือ MDF

เมื่อกลิ่นเฟอร์นิเจอร์ MDF ในห้องสมุดที่เพิ่งปรับปรุงเสร็จ ทำให้ห้องที่ควรเป็นมุมโปรดของเด็ก ๆ กลายเป็นห้องที่ผู้ปกครองสั่งห้ามเข้า นี่คือบทเรียนของโรงเรียนหนึ่ง และทางออกด้วยบริการอบโอโซนดับกลิ่นสี / กำจัดสารเคมีตกค้างที่วัดผลได้จริง

ดูบริการอบโอโซนกำจัดสารเคมีตกค้าง

ห้องสมุดใหม่ที่ไม่มีใครกล้าเข้า: เรื่องของครูวันเพ็ญ

เรื่องเล่านี้เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบได้บ่อย ชื่อบุคคลและสถานที่เป็นนามสมมุติ

หลายโรงเรียนใช้ช่วงปิดภาคเรียนปรับปรุงห้องเรียนและห้องสมุด แต่แทบไม่มีใครวางแผนรับมือกลิ่นเฟอร์นิเจอร์ MDF กาวพรม และสีทาผนังใหม่ ที่จะอบอวลอยู่ในห้องปิดติดแอร์หลังช่างส่งมอบงาน เรื่องของ "โรงเรียนศรีนครพิทยาคม" โรงเรียนมัธยมขนาดกลางที่มีนักเรียนราว 1,200 คน คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด

ครูวันเพ็ญ เป็นครูบรรณารักษ์มา 19 ปี เธอเฝ้ารอวันนี้มานาน ห้องสมุดเก่าบนชั้น 3 มีชั้นหนังสือเหล็กขึ้นสนิมและพรมเก่าที่มีกลิ่นอับ จนในที่สุดโรงเรียนได้งบประมาณรวมกับเงินผ้าป่าจากสมาคมศิษย์เก่า ประมาณ 1.6 ล้านบาท สำหรับปรับปรุงห้องสมุดทั้งหมด

ช่วงปิดภาคเรียนที่ 1 ในเดือนตุลาคม ผู้รับเหมาใช้เวลา 3 สัปดาห์ติดตั้งชั้นหนังสือไม้ MDF ปิดผิวลามิเนต 42 ตู้ โต๊ะอ่านหนังสือ 16 ตัว เคาน์เตอร์ยืมคืนตัวใหม่ ปูพรมแผ่นด้วยกาวรวม 180 ตารางเมตร และทาสีผนังเป็นโทนฟ้าอ่อน ช่างเก็บงานเสร็จเย็นวันศุกร์ ปิดแอร์ ล็อกประตู แล้วห้องก็ถูกปิดสนิทตลอดสุดสัปดาห์

เช้าวันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันเปิดภาคเรียนที่ 2 ครูวันเพ็ญไขกุญแจเป็นคนแรก สิ่งแรกที่ปะทะหน้าไม่ใช่ความสวยงามของห้องใหม่ แต่เป็นกลิ่นฉุนแหลม ๆ ปนกลิ่นกาวใหม่ เหมือนเปิดกล่องเฟอร์นิเจอร์ที่ถูกอบไว้ในรถกลางแดด ตาของเธอเริ่มแสบภายในไม่กี่นาที เธอคิดว่า "เปิดแอร์สักพักคงดีขึ้น"

สามวันแรก: จากแสบตา สู่ห้องพยาบาล

ตั้งแต่วันอังคารถึงวันพฤหัสบดี มีนักเรียนเดินมาห้องพยาบาลรวม 11 คน อาการคล้ายกันคือแสบตา น้ำตาไหล คัดจมูก และปวดศีรษะหลังใช้ห้องสมุดในคาบรักการอ่าน นักเรียนชั้น ม.2 คนหนึ่งที่เป็นโรคหอบหืดต้องใช้ยาพ่นขยายหลอดลม ส่วนครูวันเพ็ญเองก็เสียงแหบและปวดศีรษะทุกบ่าย ครูสาวที่ตั้งครรภ์ 5 เดือนซึ่งช่วยงานห้องสมุดต้องย้ายโต๊ะไปนั่งที่ห้องพักครูแทน

คืนวันพฤหัสบดี ผู้ปกครองคนหนึ่งโพสต์รูปตาแดงก่ำของลูกลงกลุ่ม LINE ผู้ปกครองระดับชั้น ข้อความสั้น ๆ ว่า "ห้องสมุดใหม่ใช้วัสดุอะไร ลูกกลับมาตาแดงสองวันติด" ภายในชั่วโมงเดียวมีคนตอบกว่า 60 ข้อความ บางคนแชร์บทความเรื่องสารก่อมะเร็งในเฟอร์นิเจอร์

วันที่ป้าย "ปิดชั่วคราว" ถูกแปะหน้าประตู

เช้าวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน ผู้อำนวยการเรียกประชุมด่วน และตัดสินใจปิดห้องสมุดชั่วคราว ครูวันเพ็ญเป็นคนแปะป้ายหน้าประตูด้วยมือตัวเอง ห้องที่เธอรอมาหลายปีเปิดใช้ได้เพียง 5 วัน

ผลกระทบตามมาเป็นทอด ๆ งานสัปดาห์ห้องสมุดและตลาดนัดหนังสือที่นัดสำนักพิมพ์ไว้กลางเดือนต้องเลื่อน นักเรียน ม.6 ที่ใช้ห้องสมุดอ่านหนังสือเตรียมสอบหลังเลิกเรียนไม่มีที่นั่ง คาบรักการอ่านต้องย้ายไปใช้โรงอาหาร และสมาคมศิษย์เก่าที่บริจาคเงินก็โทรมาถามว่า "ห้องสมุดที่เราช่วยสร้างมีปัญหาอะไร"

เมื่อโทรหาผู้รับเหมา คำตอบที่ได้คือ "กลิ่นไม้ใหม่ปกติครับครู เปิดแอร์เปิดหน้าต่างไว้สัก 2-3 เดือนก็หาย" แต่โรงเรียนไม่มีเวลา 3 เดือน และผู้ปกครองก็ไม่ยอมรอ

ทุกวิธีที่ลองแล้วไม่ได้ผล

ภารโรงเปิดหน้าต่างทุกบาน ยกพัดลมอุตสาหกรรม 4 ตัวมาเป่าทั้งวัน ครูช่วยกันวางถุงถ่านไม้ไผ่ 30 ถุงและกากกาแฟตามชั้นหนังสือ ยืมเครื่องฟอกอากาศ 2 เครื่องจากห้องผู้อำนวยการ ผู้ปกครองใจดีคนหนึ่งยังนำสเปรย์น้ำหอมปรับอากาศมาฉีดให้ แต่กลับทำให้ห้องมีกลิ่นหวานเลี่ยนผสมกลิ่นเคมีจนหลายคนเวียนศีรษะหนักกว่าเดิม

ผ่านไป 8 วัน กลางวันกลิ่นดูเบาลงบ้าง แต่ทุกเช้าที่ไขกุญแจเข้าห้อง กลิ่นกลับมาฉุนเหมือนเดิม ครูวันเพ็ญนั่งมองชั้นหนังสือสวย ๆ ที่ไม่มีเด็กคนไหนกล้าเข้าใกล้ แล้วตั้งคำถามว่า ห้องนี้จะกลับมาเป็นห้องสมุดได้จริงหรือ

กลิ่นเฟอร์นิเจอร์ MDF ในโรงเรียน เจ็บกว่าที่คิด 4 ด้าน

กลิ่นเฟอร์นิเจอร์ใหม่ดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่ในสถานศึกษาที่มีเด็กใช้งานวันละหลายร้อยคน ความเสียหายขยายวงไปไกลกว่าความรำคาญมาก

1) ด้านสุขภาพของนักเรียนและครู

  • ระคายเคืองตา จมูก และลำคอ เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุดเมื่อสัมผัสไอระเหยจากเฟอร์นิเจอร์และกาวในห้องปิด
  • ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในห้องติดแอร์นานต่อเนื่องหลายชั่วโมง
  • ภูมิแพ้และหอบหืดกำเริบ นักเรียนที่มีโรคประจำตัวเหล่านี้มักมีอาการก่อนคนอื่น
  • กลุ่มเปราะบางได้รับผลกระทบมากกว่า ทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วย
  • ความกังวลจากการสัมผัสระยะยาว โดยเฉพาะครูและเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในห้องทั้งวัน

2) ด้านงบประมาณและเวลา

  • งบปรับปรุงหลักล้านบาทกลายเป็นห้องที่ใช้งานไม่ได้ ทุกวันที่ปิดคือความคุ้มค่าที่หายไป
  • ค่าใช้จ่ายแฝง ทั้งค่าไฟ ค่าเลื่อนกิจกรรม และเวลาของครูที่ต้องแก้ปัญหาแทนการสอน
  • หากตัดสินใจรื้อเฟอร์นิเจอร์หรือพรมออก ค่าใช้จ่ายอาจสูงกว่างานปรับปรุงครั้งแรกเสียอีก

3) ด้านชื่อเสียงของโรงเรียน

  • ภาพตาแดงของนักเรียนในกลุ่ม LINE ผู้ปกครองแพร่กระจายเร็วกว่าประกาศชี้แจงของโรงเรียนเสมอ
  • ข่าวลือเรื่องสารก่อมะเร็งในห้องสมุดอาจลามไปถึงเพจชุมชน และกระทบช่วงรับสมัครนักเรียนใหม่

4) ด้านความสัมพันธ์และความไว้วางใจ

  • ผู้ปกครองกับครู ความเชื่อใจว่าโรงเรียนดูแลสุขภาพลูกได้เริ่มสั่นคลอน
  • ศิษย์เก่าผู้บริจาค อาจลังเลที่จะร่วมสนับสนุนโครงการครั้งต่อไป
  • โรงเรียนกับผู้รับเหมา เกิดข้อถกเถียงว่าใครต้องรับผิดชอบ ในขณะที่ปัญหายังไม่ถูกแก้
  • นักเรียนกับนิสัยรักการอ่าน เด็กที่เคยเข้าห้องสมุดทุกวันอาจไม่กลับมาอีก

กลิ่นในห้องสมุดใหม่ แท้จริงแล้วคืออะไร?

กลิ่นที่ครูวันเพ็ญเจอไม่ใช่ "กลิ่นไม้ใหม่" อย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่คือส่วนผสมของสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) จากวัสดุหลายชนิดที่ถูกติดตั้งพร้อมกันในห้องปิด

MDF คืออะไร และทำไมถึงมีกลิ่น

MDF (Medium Density Fiberboard) คือแผ่นใยไม้อัดความหนาแน่นปานกลาง ผลิตจากเส้นใยไม้ที่ถูกบดละเอียดแล้วอัดขึ้นรูปด้วยความร้อนร่วมกับกาวเรซิน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรซินยูเรียฟอร์มาลดีไฮด์ ข้อดีคือราคาประหยัด ผิวเรียบ ทำชั้นหนังสือได้สวย แต่กาวชนิดนี้สามารถค่อย ๆ ปล่อยฟอร์มาลดีไฮด์ออกมาในรูปไอระเหยได้เป็นเวลานาน

ฟอร์มาลดีไฮด์เป็นก๊าซไม่มีสี มีกลิ่นฉุน ระคายเคืองตาและทางเดินหายใจได้แม้ในความเข้มข้นไม่สูงนัก และองค์การระหว่างประเทศเพื่อการวิจัยโรคมะเร็ง (IARC) ได้จัดให้เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ ซึ่งไม่ได้แปลว่าได้กลิ่นแล้วจะป่วยทันที แต่เป็นเหตุผลที่ควรลดการสัมผัสระยะยาว โดยเฉพาะในห้องที่เด็กใช้ทุกวัน

ทำไมห้องสมุดนี้กลิ่นแรงเป็นพิเศษ

  • ขอบและรูเจาะที่ไม่ได้ปิดผิว ชั้นหนังสือ 42 ตู้มีรูเจาะหมุดปรับระดับชั้นนับพันรู และขอบด้านหลังที่ไม่ได้ปิดลามิเนต ซึ่งเป็นช่องทางปล่อยไอระเหยได้ดี
  • กาวติดพรมและแผ่นรองพรม พรมแผ่นใหม่ 180 ตารางเมตรที่ปูด้วยกาว มีทั้งกลิ่นกาวและกลิ่น "พรมใหม่" ที่มาจากสารระเหยหลายชนิด
  • ห้องปิดติดแอร์ อากาศถ่ายเทน้อย สารระเหยจึงสะสมโดยเฉพาะช่วงกลางคืนและวันหยุด ทำให้ตอนเช้ากลิ่นแรงที่สุด
  • ความร้อนและความชื้น ทำให้วัสดุปล่อยสารออกมาได้มากขึ้น

การปลดปล่อยไอระเหย (Off-gassing) และการ "ดูดซับแล้วคายกลับ"

กระบวนการที่วัสดุค่อย ๆ ปล่อยสารระเหยออกมาเรียกว่า Off-gassing ปัญหาที่ซ้อนอยู่คือ สารเหล่านี้ไม่ได้ลอยอยู่ในอากาศอย่างเดียว แต่ถูกดูดซับเข้าไปในวัสดุพรุน อย่างพรม ผ้าม่าน เบาะนั่งอ่าน กระดาษ ปกหนังสือ และฝ้ายิปซัม แล้วคายกลับออกมาอีกเมื่อปิดห้อง นี่คือเหตุผลที่ห้องสมุดของครูวันเพ็ญดูดีขึ้นตอนเปิดหน้าต่าง แต่กลับมาเหม็นทุกเช้า

ทำไมวิธีแก้แบบเดิม ๆ ถึงเอาไม่อยู่

วิธีที่โรงเรียนลองทำไม่ผิด แต่มีข้อจำกัดเมื่อเจอกลิ่นเฟอร์นิเจอร์ MDF ปริมาณมากในห้องใหญ่

  1. เปิดหน้าต่างและพัดลม ช่วยระบายได้จริง แต่ต้องใช้เวลาหลายวันถึงหลายสัปดาห์ ห้องชั้นบนที่มีหน้าต่างเปิดได้ไม่กี่บาน ฝุ่นจากถนน และฝนปลายฤดู ทำให้ระบายอากาศได้ไม่สม่ำเสมอ ขณะที่โรงเรียนเสียเวลาใช้งานไปทุกวัน
  2. สเปรย์ปรับอากาศและน้ำหอม แค่กลบกลิ่น ไม่ได้ทำลายต้นเหตุ ซ้ำยังเพิ่มสารระเหยจากน้ำหอมเข้าไปในห้องที่อากาศแย่อยู่แล้ว
  3. ถ่านไม้ไผ่และกากกาแฟ ดูดซับกลิ่นได้ในปริมาณน้อยมากเมื่อเทียบกับห้องขนาด 180 ตารางเมตร และเมื่ออิ่มตัวแล้วก็หยุดทำงาน
  4. เครื่องฟอกอากาศในบ้าน ออกแบบมาสำหรับห้องขนาดเล็ก ไส้กรองคาร์บอนอิ่มตัวเร็วเมื่อเจอสารระเหยปริมาณมาก และไม่สามารถเข้าถึงไอระเหยที่ฝังอยู่ในพรมและหลังชั้นหนังสือ
  5. รอให้หายเอง วัสดุอย่าง MDF และกาวอาจปล่อยสารต่อเนื่องเป็นเวลานาน ระหว่างนั้นกลิ่นซึมเข้าผ้า โฟม ยิปซัม และกระดาษ แล้วคายกลับออกมาซ้ำ ๆ

ทางออก: บริการอบโอโซนดับกลิ่นสี / กำจัดสารเคมีตกค้าง ด้วย Master Ozone Generator

หลังจากลองทุกวิธีมาแล้ว ครูฝ่ายบริหารทั่วไปของโรงเรียนค้นหาข้อมูลและพบบริการอบโอโซนดับกลิ่นสี / กำจัดสารเคมีตกค้าง ของ World Health Disinfection (WHD) ซึ่งรองรับทั้งกลิ่นสีทุกประเภท กลิ่นกาวอุตสาหกรรม กลิ่นอาคารสร้างใหม่หรือรีโนเวท และกลิ่นเฟอร์นิเจอร์โดยตรง

โอโซนทำงานอย่างไร

เครื่อง Master Ozone Generator ปล่อยก๊าซโอโซน (O₃) ออกมาในพื้นที่ปิด เลียนแบบกระบวนการฟอกอากาศตามธรรมชาติ โอโซนเป็นตัวออกซิไดซ์ที่แรง จึงเข้าไปทำปฏิกิริยาและสลายพันธะโมเลกุลของสารที่ก่อกลิ่น ไอระเหยสารเคมี (VOCs) รวมถึงเชื้อโรคและเชื้อราในพื้นที่ปิด เป็นการทำลายกลิ่นที่ต้นเหตุ ไม่ใช่การกลบกลิ่น

เพราะเป็นก๊าซ โอโซนจึงกระจายได้ทั่วพื้นที่กว้าง เข้าถึงซอกหลังชั้นหนังสือ ช่องว่างระหว่างเล่ม ใต้เคาน์เตอร์ และเนื้อพรม ซึ่งผ้าเช็ดหรือเครื่องฟอกอากาศเข้าไม่ถึง เมื่อทำงานเสร็จ โอโซนจะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน (O₂) ตามธรรมชาติ จึงไม่มีสารเคมีตกค้างให้ต้องเช็ดล้างภายหลัง

วัดผลด้วยค่า TVOC ไม่ใช่แค่ "ดมแล้วรู้สึกดีขึ้น"

สิ่งที่ทำให้โรงเรียนมั่นใจคือ WHD วัดค่า TVOC (Total Volatile Organic Compounds) หรือปริมาณสารอินทรีย์ระเหยง่ายรวม ก่อนและหลังการอบที่หน้างานจริง ด้วยเครื่องวัด AM1310 ที่มีเอกสารสอบเทียบประกอบ ได้แก่ KIMO PT100 SC0110 adjusting certificate และ BR-SMART certificate of calibration

WHD เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการไม่กี่รายในประเทศไทยที่แสดงผลการลดลงของค่า TVOC ที่วัดจากหน้างานจริง สำหรับโรงเรียน นี่คือหลักฐานที่นำไปชี้แจงผู้ปกครองได้จริง

รวดเร็ว ไม่กระทบตารางเรียน

โดยทั่วไปพื้นที่ที่ผ่านการอบพร้อมกลับมาใช้งานได้ภายในประมาณ 2 ชั่วโมง หลังโอโซนสลายตัวและระบายอากาศเรียบร้อย โรงเรียนจึงนัดทำในวันเสาร์ได้โดยไม่ต้องหยุดการเรียนการสอนเพิ่ม WHD มีผลงานตั้งแต่ห้องนอนคอนโด ห้องประชุมสำนักงาน งานพ่นสีรถยนต์ ไปจนถึงโรงงานเคมี

10 เหตุผลที่โรงเรียนและอาคารใหม่เลือกอบโอโซนกับ WHD

1. สลายกลิ่นที่ต้นเหตุ ไม่ใช่กลบกลิ่น

โอโซนเข้าไปทำลายโมเลกุลของสารก่อกลิ่นโดยตรง ต่างจากน้ำหอมที่เพียงเพิ่มกลิ่นใหม่ทับกลิ่นเดิม

2. ช่วยลดสาร VOCs จากเฟอร์นิเจอร์ กาว และสี

บริการกำจัดสารเคมีตกค้างด้วยโอโซน ออกแบบมาเพื่อไอระเหยจากวัสดุก่อสร้างและตกแต่งภายใน ทั้งกลิ่นเฟอร์นิเจอร์ กาวอุตสาหกรรม แลคเกอร์ ทินเนอร์ และสีทาอาคาร

3. มีตัวเลข TVOC ก่อน-หลังให้ดู

การวัดค่าที่หน้างานด้วยเครื่อง AM1310 ที่มีเอกสารสอบเทียบ ทำให้ผู้บริหารโรงเรียนมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจเปิดห้อง และมีหลักฐานสื่อสารกับผู้ปกครองอย่างโปร่งใส

4. ไม่มีสารเคมีตกค้าง

โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจนเองตามธรรมชาติ ไม่ทิ้งคราบหรือน้ำยาไว้บนชั้นหนังสือ โต๊ะอ่าน หรือพรม จึงเหมาะกับห้องที่เด็กสัมผัสพื้นผิวตลอดเวลา

5. เข้าถึงทุกซอกมุม

ก๊าซโอโซนแทรกเข้าไปหลังตู้ ในรูเจาะชั้นหนังสือ และระหว่างเส้นใยพรม ซึ่งเป็นจุดที่กลิ่นเฟอร์นิเจอร์ MDF ซ่อนอยู่มากที่สุด

6. รองรับพื้นที่ขนาดใหญ่

ทั้งห้องสมุด ห้องประชุม หรือโกดัง ทีมงานคำนวณรอบการอบตามปริมาตรห้อง ต่างจากเครื่องฟอกอากาศที่รองรับได้เพียงห้องเล็ก

7. กลับมาใช้งานได้เร็ว

โดยทั่วไปพร้อมใช้งานภายในประมาณ 2 ชั่วโมง ทำให้บริการอบโอโซนดับกลิ่นสี นัดหมายช่วงวันหยุดหรือหลังเลิกเรียนได้ง่าย

8. ช่วยจัดการเชื้อโรคและกลิ่นอับไปพร้อมกัน

โอโซนยังช่วยลดเชื้อโรคและเชื้อราในพื้นที่ปิด เหมาะกับห้องสมุดที่มีหนังสือเก่าและมุมอับชื้น

9. ดำเนินการโดยช่างที่ผ่านการฝึกอบรม

ทีมงานสำรวจพื้นที่ ดูแลให้ไม่มีคนและสัตว์อยู่ในห้อง และปกป้องอุปกรณ์ที่อ่อนไหว ผู้ใช้บริการไม่ต้องจัดการเครื่องเอง

10. คุ้มกว่าการรื้อหรือรอหลายเดือน

เมื่อเทียบกับค่ารื้อเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ หรือการปิดห้องที่ลงทุนไปหลักล้านเป็นเดือน ๆ การอบโอโซนกำจัดกลิ่นสีและสารเคมีตกค้าง คือทางเลือกที่ช่วยให้ห้องกลับมาทำหน้าที่ได้เร็วกว่ามาก

ก่อน และ หลัง อบโอโซนในห้องสมุด

ก่อนหลัง
ไขกุญแจตอนเช้าเจอกลิ่นฉุนของกาวและเฟอร์นิเจอร์ใหม่ทันทีกลิ่นฉุนเบาลงอย่างชัดเจน อากาศในห้องโปร่งขึ้น
นักเรียนแสบตา น้ำตาไหล เดินไปห้องพยาบาลนักเรียนกลับมานั่งอ่านหนังสือในคาบรักการอ่านได้ตามปกติ
ไม่มีข้อมูลยืนยัน มีแต่คำว่า "รอเดี๋ยวก็หาย"มีผลวัดค่า TVOC ก่อน-หลังจากหน้างานจริงไว้ชี้แจงผู้ปกครอง
กลุ่ม LINE ผู้ปกครองเต็มไปด้วยคำถามและความกังวลโรงเรียนสื่อสารได้ชัดเจนว่าแก้ปัญหาอย่างไร และวัดผลอย่างไร
ถ่าน กากกาแฟ พัดลม และน้ำหอม วางเต็มห้องไม่มีสารเคมีตกค้าง ไม่มีกลิ่นน้ำหอมกลบ ห้องกลับมาเป็นระเบียบ
ป้าย "ปิดชั่วคราว" และงานสัปดาห์ห้องสมุดถูกเลื่อนเปิดห้องสมุดอีกครั้ง และจัดงานตลาดนัดหนังสือได้

ขั้นตอนการทำงานของทีม WHD

  1. สำรวจพื้นที่และวัดค่า TVOC ประเมินขนาดห้อง แหล่งกลิ่น และวัดค่าเริ่มต้นด้วยเครื่อง AM1310
  2. นำคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ออก พร้อมปกป้องของที่อ่อนไหว เช่น คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ งานศิลปะ หรือวัสดุยางธรรมชาติ ตามที่ช่างประเมิน
  3. ปิดพื้นที่และติดตั้งเครื่อง Master Ozone Generator ปิดประตูหน้าต่าง และติดป้ายห้ามเข้า
  4. เดินเครื่องตามปริมาตรห้อง กำหนดรอบการอบให้เหมาะกับขนาดพื้นที่และระดับกลิ่น
  5. รอให้โอโซนสลายตัวและระบายอากาศ ก่อนให้ใครกลับเข้าพื้นที่
  6. ตรวจวัดค่า TVOC และกลิ่นซ้ำ เพื่อเปรียบเทียบผลก่อน-หลังให้เห็นชัด
  7. ส่งมอบพื้นที่ โดยทั่วไปพร้อมใช้งานภายในประมาณ 2 ชั่วโมง พร้อมคำแนะนำการดูแลต่อ

บทสรุปของห้องสมุดครูวันเพ็ญ

ทีม WHD เข้าสำรวจในวันพุธ วัดค่า TVOC และอธิบายขั้นตอนให้ผู้อำนวยการฟัง จากนั้นนัดอบโอโซนในเช้าวันเสาร์ ครูช่วยกันย้ายคอมพิวเตอร์ออก ช่างคลุมอุปกรณ์ที่เหลือ และหลังอบเสร็จทีมงานวัดค่าซ้ำเพื่อส่งผลก่อน-หลังให้โรงเรียน

เช้าวันจันทร์ ครูวันเพ็ญไขกุญแจด้วยใจเต้นแรง กลิ่นฉุนที่เคยปะทะหน้าเบาลงอย่างชัดเจน เธอยังได้กลิ่นเฟอร์นิเจอร์ใหม่จาง ๆ อยู่บ้าง แต่ไม่แสบตาอีก ห้องสมุดกลับมาเปิดหลังปิดไป 10 วัน

ในการประชุมผู้ปกครอง โรงเรียนนำผลวัดค่า TVOC ขึ้นจอให้ดู พร้อมอธิบายว่าจะเปิดหน้าต่างระบายอากาศทุกเช้า นักเรียนทยอยกลับมา ผู้ปกครองของน้องที่เป็นหอบหืดขอรอดูอีกหนึ่งสัปดาห์ก่อนให้ลูกเข้าห้อง ส่วนงานตลาดนัดหนังสือจัดได้ช้ากว่าแผนเพียงหนึ่งสัปดาห์

เตรียมตัวก่อนรีโนเวทห้องสมุดหรือห้องเรียนครั้งหน้า

  • ระบุวัสดุปล่อยฟอร์มาลดีไฮด์ต่ำ ในสเปกงาน เช่น แผ่นไม้เกรด E1 หรือ E0 และขอเอกสารจากผู้ขาย
  • ปิดขอบและรูเจาะ MDF ด้วยแถบปิดขอบหรือวัสดุเคลือบผิว เพื่อลดช่องทางปล่อยไอระเหย
  • เลือกกาวติดพรมและสีสูตร Low-VOC
  • เผื่อเวลาให้งานเสร็จก่อนเปิดเทอม 2-3 สัปดาห์ และระบายอากาศต่อเนื่อง ไม่ปิดห้องสนิท
  • กำหนดการอบโอโซนก่อนส่งมอบงาน ไว้ในแผนหรือสัญญา พร้อมวัดค่า TVOC ก่อนเปิดใช้
  • แจ้งผู้ปกครองล่วงหน้า ถึงขั้นตอนดูแลคุณภาพอากาศ

คำถามที่พบบ่อย

ระหว่างอบโอโซน ต้องออกจากพื้นที่ไหม?

ต้องออกทั้งหมด คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ต้องไม่อยู่ในพื้นที่ระหว่างการอบ และกลับเข้าได้หลังโอโซนสลายตัวและระบายอากาศเรียบร้อยแล้ว โดยช่างจะเป็นผู้แจ้ง

ใช้เวลานานเท่าไร?

ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่และระดับกลิ่น โดยทั่วไปพื้นที่พร้อมใช้งานภายในประมาณ 2 ชั่วโมงหลังเสร็จขั้นตอน

โอโซนตกค้างไหม?

โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจนตามธรรมชาติ จึงไม่มีสารเคมีตกค้าง ทีมงานจะรอให้สลายตัวและระบายอากาศก่อนส่งมอบเสมอ

เหมาะกับพื้นที่ขนาดไหน?

ตั้งแต่ห้องนอนคอนโด ห้องประชุม ห้องสมุด ไปจนถึงโกดังและโรงงาน ทีมงานคำนวณรอบการอบตามปริมาตรพื้นที่จริง

หนังสือและคอมพิวเตอร์จะเสียหายไหม?

ช่างจะประเมินหน้างาน และแนะนำให้ย้ายหรือคลุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่อ่อนไหวและวัสดุบางชนิดก่อนเริ่มงาน

อบแล้วกลิ่นเฟอร์นิเจอร์ MDF จะกลับมาอีกไหม?

การอบช่วยลดกลิ่นและสารระเหยที่สะสมได้ชัดเจน แต่ MDF ใหม่อาจยังปล่อยสารออกมาช้า ๆ ได้อีกระยะหนึ่ง จึงควรระบายอากาศต่อเนื่อง และสามารถนัดตรวจวัดซ้ำได้

โรงเรียนต้องหยุดการเรียนการสอนไหม?

ไม่จำเป็น สามารถนัดทำช่วงวันหยุดหรือหลังเลิกเรียน โดยปิดเฉพาะพื้นที่ที่อบ

ห้องสมุด ห้องเรียน หรืออาคารเพิ่งรีโนเวทใหม่ แล้วกลิ่นไม่ยอมหาย?

อย่าปล่อยให้กลิ่นเฟอร์นิเจอร์ MDF และกาวพรมพรากห้องที่ลงทุนไปจากนักเรียน ให้ทีม WHD สำรวจและวัดค่า TVOC ให้คุณ

ดูรายละเอียดบริการและขอใบเสนอราคา คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268

อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

88/268 ถ.กัลปพฤกษ์ แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160

คำค้นหา: กลิ่นเฟอร์นิเจอร์ MDF, ฟอร์มาลดีไฮด์จากเฟอร์นิเจอร์, กลิ่นห้องสมุดรีโนเวทใหม่, กลิ่นกาวพรมใหม่, อบโอโซนดับกลิ่นสี, กำจัดกลิ่นสี, กำจัดสารเคมีตกค้าง, ลดค่า TVOC, เครื่องอบโอโซน, Master Ozone Generator

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้