โรงแรมบูติก 58 ห้อง คะแนนรีวิวร่วงจาก 9.2 เหลือ 8.5 ใน 3 สัปดาห์ เพราะกลิ่นแลคเกอร์และกาววอลเปเปอร์จากเฟอร์นิเจอร์ใหม่

Last updated: 11 ก.ย. 2569  |  12 จำนวนผู้เข้าชม  | 

โรงแรมบูติก 58 ห้อง คะแนนรีวิวร่วงจาก 9.2 เหลือ 8.5 ใน 3 สัปดาห์ เพราะกลิ่นแลคเกอร์และกาววอลเปเปอร์จากเฟอร์นิเจอร์ใหม่

กรณีศึกษาธุรกิจโรงแรม · กลิ่นเฟอร์นิเจอร์ใหม่ในโรงแรม

โรงแรมบูติก 58 ห้อง คะแนนรีวิวร่วงจาก 9.2 เหลือ 8.5 ใน 3 สัปดาห์ เพราะกลิ่นแลคเกอร์และกาววอลเปเปอร์จากเฟอร์นิเจอร์ใหม่

เมื่อแขกเขียนคำว่า “chemical smell” ลงในรีวิวซ้ำแล้วซ้ำเล่า นี่คือเหตุผลที่กลิ่นเฟอร์นิเจอร์ใหม่ในโรงแรมไม่ยอมจาง และวิธีที่บริการอบโอโซนดับกลิ่นสีด้วย Master Ozone Generator ช่วยให้ห้องพักกลับมาพร้อมขายอีกครั้ง

ดูบริการอบโอโซนดับกลิ่นสี คลิกที่นี่

36 ห้องที่สวยขึ้น แต่แขกนอนไม่หลับ: เรื่องเล่าจากโรงแรมบูติกย่านเจริญกรุง

เรื่องเล่านี้เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบได้บ่อย ชื่อบุคคลและสถานที่เป็นนามสมมุติ

ปัญหากลิ่นเฟอร์นิเจอร์ใหม่ในโรงแรมดูเหมือนเรื่องเล็กสำหรับหลายคน จนกระทั่งมันเริ่มปรากฏในรีวิว คุณพิมพ์ลดา ผู้จัดการทั่วไปของ “โรงแรมเรือนไม้หอม” โรงแรมบูติก 58 ห้องในซอยเงียบย่านเจริญกรุง กรุงเทพฯ ตัดสินใจใช้ช่วงโลว์ซีซันกลางเดือนพฤษภาคมถึงปลายเดือนมิถุนายน ปิดปรับปรุงห้องพักชั้น 3 ถึงชั้น 5 รวม 36 ห้อง ด้วยงบประมาณราว 4.8 ล้านบาท

แผนคือเปลี่ยนหัวเตียง ตู้เสื้อผ้า และโต๊ะทำงานทั้งหมดเป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้เคลือบแลคเกอร์โทนน้ำตาลอุ่น ติดวอลเปเปอร์ลายใบตาลใหม่ทุกห้อง และทาสีวงกบประตูให้เข้าชุด ภาพถ่ายชุดใหม่ออกมาสวยจนทีมการตลาดรีบอัปโหลดขึ้นหน้าเว็บจองที่พักทันที เพราะมีแขกจองล่วงหน้าสำหรับวันที่ 1 กรกฎาคมไว้เกือบเต็มแล้ว

ผู้รับเหมาส่งมอบงานวันที่ 27 มิถุนายน ช้ากว่ากำหนดสามวัน ทีมแม่บ้านจึงมีเวลาเพียงสามวันในการเก็บฝุ่น แขวนผ้าม่าน ปูที่นอน และจัดของใช้ในห้อง ทุกคนสังเกตได้ว่ามีกลิ่นฉุนคล้ายทินเนอร์ผสมกาวลอยอยู่ในห้อง แต่ก็ปลอบใจกันว่า “เปิดแอร์ไล่อากาศสักสองวันเดี๋ยวก็หาย”

คืนแรกที่เปิดขาย ห้อง 407 โทรลงมาที่เคาน์เตอร์ตอนเกือบตีหนึ่ง แขกครอบครัวชาวออสเตรเลียบอกว่าลูกสาววัยหกขวบไอไม่หยุดและบ่นแสบจมูก ขอย้ายห้องด่วน แต่ห้องที่ว่างอยู่ก็เป็นห้องที่เพิ่งปรับปรุงเหมือนกัน สุดท้ายโรงแรมต้องจองโรงแรมใกล้เคียงให้กลางดึกและออกค่าแท็กซี่เอง

ภายใน 10 วันต่อมา มีรีวิวบนแพลตฟอร์มจองที่พักพูดถึง “chemical smell” “strong paint smell” และ “woke up with a headache” รวมกัน 14 รีวิว คะแนนเฉลี่ยที่เคยอยู่ 9.2 ร่วงลงเหลือ 8.5 ภายในสามสัปดาห์ อันดับในหน้าค้นหาของย่านหล่นจากหน้าแรก และยอดจองล่วงหน้าของเดือนสิงหาคมลดลงราว 21 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

แม่บ้านสองคนเริ่มลาป่วยเพราะปวดศีรษะหลังเข้าไปทำห้องนาน ๆ พนักงานต้อนรับต้องกล่าวขอโทษแขกวันละหลายครั้ง เจ้าของโรงแรมโทรมาถามทุกเช้าว่า “ลงทุนไปเกือบห้าล้าน ทำไมคะแนนแย่กว่าก่อนรีโนเวท” ส่วนเอเจนซีทัวร์ที่ส่งกรุ๊ปญี่ปุ่นมาเป็นประจำก็ส่งอีเมลมาถามตรง ๆ ว่า ช่วงเดือนกันยายนควรย้ายกรุ๊ปไปพักที่อื่นหรือไม่

คุณพิมพ์ลดาลองทุกวิธีที่นึกออก ตั้งเครื่องพ่นอโรมาทุกห้อง วางถ่านไม้ไผ่ใต้เตียง ซื้อเครื่องฟอกอากาศมาหมุนเวียนใช้ 8 เครื่อง และเปิดหน้าต่างเท่าที่ตัวล็อกนิรภัยยอมให้เปิด แต่กลิ่นก็กลับมาทุกครั้งที่ปิดห้องทิ้งไว้หนึ่งคืน โดยเฉพาะในตู้เสื้อผ้า ลิ้นชัก และบริเวณหัวเตียงที่แขกต้องนอนใกล้ที่สุด

ความเสียหายที่มากกว่ากลิ่น: 4 ด้านที่โรงแรมต้องเจอเมื่อมีกลิ่นเฟอร์นิเจอร์ใหม่ในห้องพัก

ในธุรกิจที่ขายประสบการณ์การนอนหลับ กลิ่นสารเคมีเพียงไม่กี่สัปดาห์สร้างความเสียหายต่อเนื่องได้หลายเดือน

1. สุขภาพของแขกและพนักงาน

ห้องพักโรงแรมเป็นพื้นที่ปิดที่แขกใช้เวลาอยู่ต่อเนื่อง 8–12 ชั่วโมง ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงนอนหลับซึ่งร่างกายไม่รู้ตัวว่ากำลังสูดอะไรเข้าไป อาการที่มักพบเมื่ออยู่ในห้องที่มีสารระเหยสะสม ได้แก่

  • ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ ตื่นมาแล้วรู้สึกไม่สดชื่น
  • แสบตา แสบจมูก ระคายคอ ไอหรือจามโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • คลื่นไส้ หรือรู้สึกอึดอัดเมื่ออยู่ในห้องนาน
  • อาการภูมิแพ้และหอบหืดกำเริบในผู้ที่มีโรคประจำตัว

กลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วย ซึ่งเป็นแขกกลุ่มหลักของโรงแรมที่รับครอบครัว ส่วนแม่บ้านที่ต้องเข้าออกห้องวันละหลายสิบห้องก็ได้รับสารระเหยสะสมต่อเนื่องยาวนานกว่าแขกเสียอีก การสัมผัสระยะยาวจึงเป็นเรื่องที่ผู้บริหารไม่ควรมองข้าม

2. เงินที่รั่วออกไปทุกคืน

  • ค่าชดเชยแขก ทั้งส่วนลด คืนเงิน อัปเกรดห้อง หรือจองโรงแรมอื่นให้กลางดึก
  • ห้องที่ขายไม่ได้ เพราะต้องบล็อกไว้ “ไล่กลิ่น” ทั้งที่เพิ่งลงทุนปรับปรุง
  • ราคาห้องเฉลี่ยลดลง เมื่อคะแนนรีวิวตก โรงแรมต้องลดราคาเพื่อแข่งขันในหน้าค้นหา
  • ค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน จากการซื้อน้ำหอม เครื่องฟอกอากาศ และสารดูดกลิ่นที่ไม่ได้ผล

3. ชื่อเสียงที่ถูกบันทึกไว้ในรีวิว

กลิ่นหายไปได้ แต่รีวิวไม่หายไปไหน คำว่า “chemical smell” ที่ถูกเขียนไว้จะอยู่บนหน้าโรงแรมไปอีกหลายเดือน และแพลตฟอร์มจองหลายแห่งยังเปิดให้ผู้ใช้ค้นหาคำในรีวิวได้ แขกใหม่ที่พาลูกเล็กมาด้วยเห็นคำนี้เพียงครั้งเดียวก็อาจกดปิดหน้าแล้วไปจองที่อื่นทันที

  • คะแนนเฉลี่ยที่ลดลงส่งผลต่ออันดับการแสดงผลในแพลตฟอร์ม
  • ภาพห้องใหม่ที่สวยงามกลับขัดแย้งกับประสบการณ์จริง ทำให้แขกรู้สึกว่า “ภาพไม่ตรงปก”

4. ความสัมพันธ์และความไว้วางใจ

  • เอเจนซีทัวร์และลูกค้าองค์กร เริ่มลังเลที่จะส่งกรุ๊ปหรือพนักงานมาพัก
  • เจ้าของและนักลงทุน ตั้งคำถามกับการตัดสินใจลงทุนรีโนเวท
  • ขวัญกำลังใจของพนักงาน ตกลง เพราะต้องรับคำตำหนิแทนเรื่องที่ตัวเองแก้ไม่ได้

กลิ่นนั้นคืออะไรกันแน่? รู้จักสารระเหย (VOCs) จากแลคเกอร์ กาว และวอลเปเปอร์

กลิ่นที่แขกเรียกว่า “chemical smell” ไม่ใช่กลิ่นของเนื้อไม้ แต่เป็นกลิ่นของสารอินทรีย์ระเหยง่าย หรือ VOCs (Volatile Organic Compounds) ที่ค่อย ๆ ระเหยออกจากวัสดุตกแต่งใหม่ ค่า TVOC (Total Volatile Organic Compounds) คือตัวเลขที่ใช้บอกปริมาณสารกลุ่มนี้รวมกันในอากาศ ในห้องพักที่เพิ่งรีโนเวท แหล่งที่มาหลักมักมาจาก 4 ส่วน

แลคเกอร์และทินเนอร์บนผิวเฟอร์นิเจอร์

แลคเกอร์เคลือบไม้มักผสมทินเนอร์ซึ่งเป็นตัวทำละลายกลุ่มโทลูอีน ไซลีน คีโตน หรือเอสเตอร์ ผิวหน้าอาจแห้งจนจับได้ในไม่กี่ชั่วโมง แต่ตัวทำละลายที่ยังค้างอยู่ในชั้นฟิล์มจะทยอยระเหยออกมาอีกนานหลายสัปดาห์ โดยเฉพาะด้านในตู้และลิ้นชักที่อากาศไม่ถ่ายเท

กาวในไม้อัด ปาร์ติเคิลบอร์ด และ MDF

เฟอร์นิเจอร์บิวท์อินจำนวนมากใช้แผ่นไม้ประกอบที่ยึดด้วยกาวเรซิน ซึ่งบางชนิดสามารถปล่อยฟอร์มาลดีไฮด์ออกมาได้ต่อเนื่อง ขอบแผ่นที่ไม่ได้ปิดผิวคือช่องทางที่สารระเหยออกมาได้ง่ายที่สุด

กาวติดวอลเปเปอร์และสีทาวงกบ

วอลเปเปอร์ไวนิลปิดผนังเกือบทั้งห้อง กาวที่อยู่ด้านหลังจึงระเหยช้ากว่าปกติเพราะถูกแผ่นวอลเปเปอร์ปิดทับไว้

ผ้าม่าน ที่นอน และพรม: ฟองน้ำที่ดูดกลิ่นไว้แล้วคายออกมาใหม่

นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้กลิ่นในโรงแรม “กลับมา” ทุกคืน ผ้าม่านหนา ปลอกหมอน โฟมที่นอน พรม ฝ้ายิปซัม และเนื้อไม้ ทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำที่ดูดสารระเหยไว้ แล้วค่อย ๆ คายกลับออกมาเมื่อห้องถูกปิด ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า off-gassing ยิ่งห้องพักโรงแรมออกแบบให้ปิดสนิทเพื่อเก็บความเย็นและเก็บเสียง และระบบแอร์ส่วนใหญ่หมุนเวียนอากาศภายในห้องเดิม สารระเหยก็ยิ่งสะสมจนแขกได้กลิ่นชัดเจนตอนเปิดประตูเข้าห้องครั้งแรก

ทำไมวิธีแก้แบบเดิมจึงไม่ได้ผลกับห้องพักโรงแรม

ไม่มีวิธีไหนตอบโจทย์โรงแรมที่ต้องขายห้องให้ได้ภายในไม่กี่วัน

  1. เปิดหน้าต่างและเปิดพัดลมไล่อากาศ ช่วยได้จริง แต่ต้องใช้เวลาหลายวันถึงหลายสัปดาห์ หน้าต่างโรงแรมส่วนใหญ่เปิดได้เพียงเล็กน้อยเพื่อความปลอดภัย และทุกคืนที่บล็อกห้องไว้ก็คือรายได้ที่หายไป
  2. สเปรย์ปรับอากาศ น้ำหอม และเครื่องพ่นอโรมา เป็นเพียงการกลบกลิ่น สารระเหยยังอยู่ครบ บางครั้งกลิ่นหอมผสมกลิ่นทินเนอร์กลายเป็นกลิ่นแปลกที่แย่กว่าเดิม และอาจกระตุ้นอาการภูมิแพ้ของแขกบางคน
  3. ถ่านไม้ไผ่และเบกกิ้งโซดา ดูดซับได้ในปริมาณน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาตรอากาศทั้งห้องและปริมาณสารที่ระเหยออกมาทุกวัน อีกทั้งอิ่มตัวเร็ว
  4. เครื่องฟอกอากาศแบบใช้ในบ้าน ออกแบบมาสำหรับห้องขนาดเล็ก ไส้กรองคาร์บอนอิ่มตัวเร็วเมื่อเจอสารระเหยปริมาณมาก และถ้าจะให้ได้ผลจริงต้องมีเครื่องครบทุกห้อง ซึ่งสำหรับ 36 ห้องไม่คุ้มค่า
  5. เช็ดทำความสะอาดหรือซักผ้าม่าน ช่วยได้เฉพาะผิวหน้า แต่สารระเหยยังฝังอยู่ในเนื้อไม้ กาวหลังวอลเปเปอร์ และโฟมที่นอน ซึ่งจะคายกลิ่นกลับออกมาใหม่ (off-gassing)
  6. รอให้กลิ่นหายไปเอง เป็นทางเลือกที่แพงที่สุด เพราะระหว่างรอ รีวิวติดลบก็ถูกเขียนเพิ่มทุกวัน

ทางออก: บริการอบโอโซนดับกลิ่นสี / กำจัดสารเคมีตกค้าง ด้วย Master Ozone Generator

World Health Disinfection (WHD) ให้บริการอบโอโซนดับกลิ่นสี / กำจัดสารเคมีตกค้าง ด้วยเครื่อง Master Ozone Generator ซึ่งออกแบบมาเพื่อจัดการกลิ่นสีอะคริลิค สีน้ำมัน แลคเกอร์ ทินเนอร์ กาวอุตสาหกรรม กลิ่นเฟอร์นิเจอร์ใหม่ และกลิ่นอาคารรีโนเวท ในพื้นที่ปิดอย่างห้องพักโรงแรมและคอนโด

โอโซนทำงานอย่างไร: จาก O₃ กลับเป็น O₂

เครื่องจะปล่อยโอโซน (O₃) ซึ่งเลียนแบบกลไกการฟอกอากาศตามธรรมชาติ โอโซนเป็นสารออกซิไดซ์ที่แรง เมื่อกระจายตัวไปทั่วห้อง มันจะเข้าไปทำปฏิกิริยาและสลายพันธะโมเลกุลของกลิ่น ไอระเหยสารเคมี (VOCs) และเชื้อโรคที่ต้นตอ นี่คือการทำลายกลิ่น ไม่ใช่กลบกลิ่น

หลังจบรอบการทำงาน โอโซนจะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน (O₂) ตามธรรมชาติ จึงไม่มีสารเคมีตกค้างบนเตียง ผ้าม่าน หรือเฟอร์นิเจอร์ ก๊าซยังเข้าถึงซอกมุมที่เช็ดไม่ถึง เช่น ด้านในตู้เสื้อผ้า หลังหัวเตียง และช่องว่างเหนือฝ้า

วัดผลด้วยค่า TVOC จริงหน้างาน ไม่ใช่แค่ “รู้สึกว่าดีขึ้น”

จุดที่ทำให้ WHD แตกต่างคือการวัดค่า TVOC ก่อนและหลังอบด้วยเครื่องวัด AM1310 ที่มีเอกสารสอบเทียบ (KIMO PT100 SC0110 adjusting certificate และ BR-SMART certificate of calibration) WHD เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการไม่กี่รายในประเทศไทยที่แสดงผลการลดลงของค่า TVOC ซึ่งวัดจากหน้างานจริง ตัวเลขนี้ใช้สื่อสารกับเจ้าของและเอเจนซีทัวร์ได้อย่างมีหลักฐาน

รวดเร็ว ครอบคลุม และปลอดภัยเมื่อทำโดยช่างที่ผ่านการฝึกอบรม

การอบโอโซนทำโดยช่างเทคนิคที่ผ่านการฝึกอบรม ในห้องที่ปิดสนิทและไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ภายในระหว่างรอบการทำงาน เมื่อจบรอบจะปล่อยให้โอโซนสลายตัวและระบายอากาศก่อนกลับเข้าใช้ พื้นที่ส่วนใหญ่พร้อมใช้งานภายในประมาณ 2 ชั่วโมง โรงแรมจึงทยอยทำทีละชั้นหรือทีละกลุ่มห้องได้ โดยไม่ต้องปิดทั้งอาคาร

10 เหตุผลที่โรงแรมควรเลือกอบโอโซนดับกลิ่นสีกับ WHD

1. สลายกลิ่นที่ต้นตอ ไม่ใช่กลบกลิ่น

โอโซนเข้าไปทำปฏิกิริยากับโมเลกุลของกลิ่นแลคเกอร์และกาวโดยตรง แขกจึงไม่เจอกลิ่นหอมที่ปนกลิ่นสารเคมีเมื่อเปิดประตูเข้าห้อง

2. มีตัวเลข TVOC ก่อน–หลังให้เห็นจริง

ผลวัดค่า TVOC จากหน้างานด้วยเครื่องที่มีเอกสารสอบเทียบ ช่วยให้ผู้จัดการโรงแรมรายงานเจ้าของได้ชัดเจน ดูตัวอย่างการวัดได้ที่หน้าบริการกำจัดสารเคมีตกค้างด้วยโอโซน

3. ห้องกลับมาขายได้เร็ว

พื้นที่ส่วนใหญ่พร้อมใช้งานภายในราว 2 ชั่วโมงหลังจบรอบ ต่างจากการบล็อกห้องไว้ไล่กลิ่นเป็นสัปดาห์ ทุกคืนที่ได้ห้องกลับมาคือรายได้ที่กลับคืน

4. ไม่มีสารเคมีตกค้างบนผ้าและเฟอร์นิเจอร์

โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจนตามธรรมชาติ ไม่ทิ้งคราบ ไม่ทิ้งกลิ่นน้ำหอม และไม่ต้องซักผ้าม่านหรือปลอกที่นอนใหม่เพราะการอบ

5. เข้าถึงซอกมุมที่เช็ดไม่ถึง

ก๊าซกระจายเข้าไปในตู้เสื้อผ้า ลิ้นชัก หลังหัวเตียง และช่องว่างของวอลเปเปอร์ ซึ่งเป็นจุดที่กลิ่นเฟอร์นิเจอร์ใหม่มักสะสมหนาแน่นที่สุด

6. ทำทีละชั้นได้ ไม่ต้องปิดโรงแรม

ทีมงานวางแผนร่วมกับฝ่ายห้องพักเพื่อเลือกช่วงเวลาและกลุ่มห้องที่เหมาะสม แขกห้องอื่นยังเข้าพักได้ตามปกติ

7. ครอบคลุมทั้งกลิ่นสี กาว และกลิ่นอับ

การอบโอโซนดับกลิ่นสียังช่วยลดกลิ่นอับ เชื้อโรค และเชื้อราในพื้นที่ปิดไปพร้อมกัน เหมาะกับห้องที่ปิดไว้นานระหว่างรีโนเวท

8. ช่างเทคนิคประเมินหน้างานและปกป้องของสำคัญ

ก่อนเริ่มงาน ช่างจะสำรวจห้องและแนะนำให้นำออกหรือปิดคลุมของที่ไวต่อโอโซน เช่น งานศิลปะ ของที่ทำจากยางธรรมชาติ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่บอบบาง

9. มีประสบการณ์หลากหลายประเภทพื้นที่

ผลงานจริงของ WHD ครอบคลุมห้องนอนคอนโด ห้องนั่งเล่น ห้องพ่นสีรถยนต์ ห้องประชุมสำนักงาน ไปจนถึงโรงงานเคมีอุตสาหกรรม

10. คุ้มกว่าการเสียรีวิว

เมื่อเทียบกับค่าชดเชยแขก ห้องที่ขายไม่ได้ และคะแนนรีวิวที่ต้องใช้เวลาหลายเดือนกู้คืน บริการกำจัดกลิ่นสีด้วยเครื่องอบโอโซนคือการลงทุนเพื่อปกป้องเงินที่ใช้รีโนเวทไปแล้ว

ก่อนและหลังอบโอโซน: ภาพเปรียบเทียบของโรงแรมเรือนไม้หอม

ก่อนหลัง
เปิดประตูห้องแล้วเจอกลิ่นฉุนของแลคเกอร์และกาวทันทีกลิ่นฉุนลดลงอย่างชัดเจน ห้องให้ความรู้สึกสะอาดและโปร่งขึ้น
รีวิวใหม่พูดถึง “chemical smell” เกือบทุกวันรีวิวใหม่กลับมาพูดถึงดีไซน์ห้องและบริการแทนเรื่องกลิ่น
ไม่มีหลักฐานอะไรไปยืนยันกับเจ้าของหรือเอเจนซีทัวร์มีผลวัดค่า TVOC ก่อน–หลังจากหน้างานจริงใช้สื่อสารได้ทันที
ต้องบล็อกห้องไว้ไล่กลิ่น ขายไม่ได้หลายคืนทยอยทำทีละชั้น ห้องพร้อมใช้งานในราว 2 ชั่วโมงหลังจบรอบ
แม่บ้านปวดศีรษะหลังทำห้องนาน ๆ มีคนลาป่วยทีมแม่บ้านทำงานในห้องได้สบายขึ้น ไม่ต้องรีบออกมาสูดอากาศ
พึ่งน้ำหอม ถ่าน และเครื่องฟอกอากาศที่ไม่ได้ผลเลิกกลบกลิ่น เพราะกลิ่นถูกสลายและไม่มีสารเคมีตกค้าง

ขั้นตอนการทำงานของทีม WHD

  1. สำรวจหน้างานและวัดค่า TVOC ก่อนอบ ประเมินขนาดห้อง แหล่งกลิ่น และบันทึกค่าเริ่มต้น
  2. นำคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ออกจากพื้นที่ พร้อมนำออกหรือปิดคลุมของที่ไวต่อโอโซน
  3. ปิดพื้นที่และติดตั้ง Master Ozone Generator เปิดประตูตู้และลิ้นชักให้ก๊าซเข้าถึง
  4. เดินเครื่องตามรอบที่คำนวณจากปริมาตรห้อง ห้ามทุกคนเข้าพื้นที่ระหว่างทำงาน
  5. ปล่อยให้โอโซนสลายตัวและระบายอากาศ ก่อนอนุญาตให้กลับเข้าห้อง
  6. วัดค่า TVOC และตรวจกลิ่นซ้ำ หากจุดใดยังมีกลิ่นสูง ช่างจะแนะนำรอบเสริม
  7. ส่งมอบพื้นที่ โดยทั่วไปพร้อมใช้งานภายในประมาณ 2 ชั่วโมง พร้อมสรุปผลการวัด

ตอนจบของโรงแรมเรือนไม้หอม

คุณพิมพ์ลดาติดต่อ WHD ในสัปดาห์ที่สามของเดือนกรกฎาคม ทีมงานเข้าสำรวจและวัดค่า TVOC ในห้องตัวอย่าง จากนั้นวางแผนอบโอโซนทีละชั้นในช่วงสายถึงบ่าย ซึ่งเป็นช่วงที่ห้องว่างหลังเช็กเอาต์ ใช้เวลาสี่วันจนครบทั้ง 36 ห้อง

ผลวัดหลังอบแสดงให้เห็นว่าค่า TVOC ลดลงในทุกห้องที่วัด ห้องที่ตู้เสื้อผ้ามีกลิ่นแรงเป็นพิเศษได้รับรอบเสริมตามคำแนะนำของช่าง คุณพิมพ์ลดาส่งสรุปผลวัดให้เจ้าของโรงแรมและเอเจนซีทัวร์ ซึ่งตัดสินใจคงกรุ๊ปเดือนกันยายนไว้ตามเดิม

รีวิวไม่ได้ดีขึ้นในข้ามคืน แต่ตลอดเดือนถัดมาไม่มีรีวิวใหม่พูดถึงกลิ่นสารเคมีอีก คะแนนค่อย ๆ ขยับกลับขึ้นมาอยู่ที่ 8.9 ทีมแม่บ้านกลับมาทำงานครบ และคุณพิมพ์ลดาเพิ่มขั้นตอน “อบโอโซนก่อนเปิดขาย” เข้าไปในแผนรีโนเวทชั้น 1 และชั้น 2 ปีหน้า

วิธีป้องกันกลิ่นเฟอร์นิเจอร์ใหม่ในโรงแรมสำหรับการรีโนเวทครั้งถัดไป

  • เลือกวัสดุ Low-VOC ทั้งสี แลคเกอร์ กาว และแผ่นไม้ประกอบ พร้อมขอเอกสารจากผู้ผลิต
  • เผื่อเวลาให้วัสดุแห้งตัว อย่างน้อย 1–2 สัปดาห์ก่อนวันเปิดขาย
  • สั่งเฟอร์นิเจอร์ที่เคลือบเสร็จจากโรงงาน แทนการพ่นแลคเกอร์ในห้องพัก
  • ติดตั้งผ้าม่าน ที่นอน และพรมหลังสุด เพื่อไม่ให้ดูดกลิ่นสีระหว่างก่อสร้าง
  • บรรจุการอบโอโซนและวัดค่า TVOC ไว้ในแผนก่อนส่งมอบห้อง
  • กำหนดเงื่อนไขกับผู้รับเหมา เรื่องการระบายอากาศและเวลาส่งมอบที่ชัดเจน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการอบโอโซนดับกลิ่นสีในโรงแรม

ระหว่างอบโอโซน ต้องออกจากพื้นที่ไหม?

ต้องออก คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ต้องอยู่นอกห้องตลอดรอบการทำงาน ช่างจะปิดพื้นที่และอนุญาตให้กลับเข้าได้หลังโอโซนสลายตัวและระบายอากาศแล้ว

ใช้เวลานานเท่าไร?

ขึ้นอยู่กับขนาดห้องและความแรงของกลิ่น โดยทั่วไปพื้นที่พร้อมใช้งานภายในประมาณ 2 ชั่วโมงหลังจบรอบ ช่างจะแจ้งเวลาที่แน่นอนหลังสำรวจหน้างาน

โอโซนตกค้างในห้องไหม?

โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจนตามธรรมชาติ จึงไม่มีสารเคมีตกค้างบนผ้าหรือเฟอร์นิเจอร์ ขั้นตอนระบายอากาศก่อนกลับเข้าห้องคือส่วนหนึ่งของงานเสมอ

เหมาะกับพื้นที่ขนาดไหน?

ตั้งแต่ห้องนอนคอนโด ห้องพักโรงแรม ห้องประชุม ไปจนถึงโกดังและโรงงาน ทีมงานจะคำนวณรอบการทำงานตามปริมาตรพื้นที่จริง

กลิ่นจะหายหมด 100% หรือไม่?

โอโซนช่วยลดและสลายกลิ่นกับสารระเหยได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งยืนยันได้ด้วยค่า TVOC ที่วัดก่อนและหลัง แต่ถ้าวัสดุยังปล่อยสารต่อเนื่อง บางห้องอาจต้องทำรอบเสริม

โอโซนทำให้เฟอร์นิเจอร์หรือของในห้องเสียหายไหม?

ช่างจะประเมินและแนะนำให้นำออกหรือปิดคลุมของที่ไวต่อโอโซน เช่น งานศิลปะ ยางธรรมชาติ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่บอบบาง ก่อนเริ่มงาน

ทำทีละห้องโดยไม่ปิดโรงแรมได้ไหม?

ได้ ทีมงานวางแผนร่วมกับฝ่ายห้องพักเพื่อทำทีละกลุ่มห้องหรือทีละชั้นในช่วงที่ห้องว่าง

บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง

อย่าปล่อยให้กลิ่นเฟอร์นิเจอร์ใหม่ทำลายรีวิวที่สร้างมานาน

ให้ทีม WHD สำรวจหน้างาน วัดค่า TVOC และวางแผนอบโอโซนดับกลิ่นสีที่เหมาะกับโรงแรมของคุณ

ดูรายละเอียดบริการและขอใบเสนอราคา คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

88/268 ถ.กัลปพฤกษ์ แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160

คำค้นหา: กลิ่นเฟอร์นิเจอร์ใหม่ในโรงแรม, อบโอโซนดับกลิ่นสี, กำจัดกลิ่นสี, กำจัดสารเคมีตกค้าง, กลิ่นแลคเกอร์, กลิ่นกาววอลเปเปอร์, ลดค่า TVOC, กลิ่นห้องพักหลังรีโนเวท, เครื่องอบโอโซน, Master Ozone Generator

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้