Last updated: 11 ก.ย. 2569 | 12 จำนวนผู้เข้าชม |
กรณีศึกษาธุรกิจโรงแรม · กลิ่นเฟอร์นิเจอร์ใหม่ในโรงแรม
เมื่อแขกเขียนคำว่า “chemical smell” ลงในรีวิวซ้ำแล้วซ้ำเล่า นี่คือเหตุผลที่กลิ่นเฟอร์นิเจอร์ใหม่ในโรงแรมไม่ยอมจาง และวิธีที่บริการอบโอโซนดับกลิ่นสีด้วย Master Ozone Generator ช่วยให้ห้องพักกลับมาพร้อมขายอีกครั้ง
ดูบริการอบโอโซนดับกลิ่นสี คลิกที่นี่เรื่องเล่านี้เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบได้บ่อย ชื่อบุคคลและสถานที่เป็นนามสมมุติ
ปัญหากลิ่นเฟอร์นิเจอร์ใหม่ในโรงแรมดูเหมือนเรื่องเล็กสำหรับหลายคน จนกระทั่งมันเริ่มปรากฏในรีวิว คุณพิมพ์ลดา ผู้จัดการทั่วไปของ “โรงแรมเรือนไม้หอม” โรงแรมบูติก 58 ห้องในซอยเงียบย่านเจริญกรุง กรุงเทพฯ ตัดสินใจใช้ช่วงโลว์ซีซันกลางเดือนพฤษภาคมถึงปลายเดือนมิถุนายน ปิดปรับปรุงห้องพักชั้น 3 ถึงชั้น 5 รวม 36 ห้อง ด้วยงบประมาณราว 4.8 ล้านบาท
แผนคือเปลี่ยนหัวเตียง ตู้เสื้อผ้า และโต๊ะทำงานทั้งหมดเป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้เคลือบแลคเกอร์โทนน้ำตาลอุ่น ติดวอลเปเปอร์ลายใบตาลใหม่ทุกห้อง และทาสีวงกบประตูให้เข้าชุด ภาพถ่ายชุดใหม่ออกมาสวยจนทีมการตลาดรีบอัปโหลดขึ้นหน้าเว็บจองที่พักทันที เพราะมีแขกจองล่วงหน้าสำหรับวันที่ 1 กรกฎาคมไว้เกือบเต็มแล้ว
ผู้รับเหมาส่งมอบงานวันที่ 27 มิถุนายน ช้ากว่ากำหนดสามวัน ทีมแม่บ้านจึงมีเวลาเพียงสามวันในการเก็บฝุ่น แขวนผ้าม่าน ปูที่นอน และจัดของใช้ในห้อง ทุกคนสังเกตได้ว่ามีกลิ่นฉุนคล้ายทินเนอร์ผสมกาวลอยอยู่ในห้อง แต่ก็ปลอบใจกันว่า “เปิดแอร์ไล่อากาศสักสองวันเดี๋ยวก็หาย”
คืนแรกที่เปิดขาย ห้อง 407 โทรลงมาที่เคาน์เตอร์ตอนเกือบตีหนึ่ง แขกครอบครัวชาวออสเตรเลียบอกว่าลูกสาววัยหกขวบไอไม่หยุดและบ่นแสบจมูก ขอย้ายห้องด่วน แต่ห้องที่ว่างอยู่ก็เป็นห้องที่เพิ่งปรับปรุงเหมือนกัน สุดท้ายโรงแรมต้องจองโรงแรมใกล้เคียงให้กลางดึกและออกค่าแท็กซี่เอง
ภายใน 10 วันต่อมา มีรีวิวบนแพลตฟอร์มจองที่พักพูดถึง “chemical smell” “strong paint smell” และ “woke up with a headache” รวมกัน 14 รีวิว คะแนนเฉลี่ยที่เคยอยู่ 9.2 ร่วงลงเหลือ 8.5 ภายในสามสัปดาห์ อันดับในหน้าค้นหาของย่านหล่นจากหน้าแรก และยอดจองล่วงหน้าของเดือนสิงหาคมลดลงราว 21 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
แม่บ้านสองคนเริ่มลาป่วยเพราะปวดศีรษะหลังเข้าไปทำห้องนาน ๆ พนักงานต้อนรับต้องกล่าวขอโทษแขกวันละหลายครั้ง เจ้าของโรงแรมโทรมาถามทุกเช้าว่า “ลงทุนไปเกือบห้าล้าน ทำไมคะแนนแย่กว่าก่อนรีโนเวท” ส่วนเอเจนซีทัวร์ที่ส่งกรุ๊ปญี่ปุ่นมาเป็นประจำก็ส่งอีเมลมาถามตรง ๆ ว่า ช่วงเดือนกันยายนควรย้ายกรุ๊ปไปพักที่อื่นหรือไม่
คุณพิมพ์ลดาลองทุกวิธีที่นึกออก ตั้งเครื่องพ่นอโรมาทุกห้อง วางถ่านไม้ไผ่ใต้เตียง ซื้อเครื่องฟอกอากาศมาหมุนเวียนใช้ 8 เครื่อง และเปิดหน้าต่างเท่าที่ตัวล็อกนิรภัยยอมให้เปิด แต่กลิ่นก็กลับมาทุกครั้งที่ปิดห้องทิ้งไว้หนึ่งคืน โดยเฉพาะในตู้เสื้อผ้า ลิ้นชัก และบริเวณหัวเตียงที่แขกต้องนอนใกล้ที่สุด
ในธุรกิจที่ขายประสบการณ์การนอนหลับ กลิ่นสารเคมีเพียงไม่กี่สัปดาห์สร้างความเสียหายต่อเนื่องได้หลายเดือน
ห้องพักโรงแรมเป็นพื้นที่ปิดที่แขกใช้เวลาอยู่ต่อเนื่อง 8–12 ชั่วโมง ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงนอนหลับซึ่งร่างกายไม่รู้ตัวว่ากำลังสูดอะไรเข้าไป อาการที่มักพบเมื่ออยู่ในห้องที่มีสารระเหยสะสม ได้แก่
กลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วย ซึ่งเป็นแขกกลุ่มหลักของโรงแรมที่รับครอบครัว ส่วนแม่บ้านที่ต้องเข้าออกห้องวันละหลายสิบห้องก็ได้รับสารระเหยสะสมต่อเนื่องยาวนานกว่าแขกเสียอีก การสัมผัสระยะยาวจึงเป็นเรื่องที่ผู้บริหารไม่ควรมองข้าม
กลิ่นหายไปได้ แต่รีวิวไม่หายไปไหน คำว่า “chemical smell” ที่ถูกเขียนไว้จะอยู่บนหน้าโรงแรมไปอีกหลายเดือน และแพลตฟอร์มจองหลายแห่งยังเปิดให้ผู้ใช้ค้นหาคำในรีวิวได้ แขกใหม่ที่พาลูกเล็กมาด้วยเห็นคำนี้เพียงครั้งเดียวก็อาจกดปิดหน้าแล้วไปจองที่อื่นทันที
กลิ่นที่แขกเรียกว่า “chemical smell” ไม่ใช่กลิ่นของเนื้อไม้ แต่เป็นกลิ่นของสารอินทรีย์ระเหยง่าย หรือ VOCs (Volatile Organic Compounds) ที่ค่อย ๆ ระเหยออกจากวัสดุตกแต่งใหม่ ค่า TVOC (Total Volatile Organic Compounds) คือตัวเลขที่ใช้บอกปริมาณสารกลุ่มนี้รวมกันในอากาศ ในห้องพักที่เพิ่งรีโนเวท แหล่งที่มาหลักมักมาจาก 4 ส่วน
แลคเกอร์เคลือบไม้มักผสมทินเนอร์ซึ่งเป็นตัวทำละลายกลุ่มโทลูอีน ไซลีน คีโตน หรือเอสเตอร์ ผิวหน้าอาจแห้งจนจับได้ในไม่กี่ชั่วโมง แต่ตัวทำละลายที่ยังค้างอยู่ในชั้นฟิล์มจะทยอยระเหยออกมาอีกนานหลายสัปดาห์ โดยเฉพาะด้านในตู้และลิ้นชักที่อากาศไม่ถ่ายเท
เฟอร์นิเจอร์บิวท์อินจำนวนมากใช้แผ่นไม้ประกอบที่ยึดด้วยกาวเรซิน ซึ่งบางชนิดสามารถปล่อยฟอร์มาลดีไฮด์ออกมาได้ต่อเนื่อง ขอบแผ่นที่ไม่ได้ปิดผิวคือช่องทางที่สารระเหยออกมาได้ง่ายที่สุด
วอลเปเปอร์ไวนิลปิดผนังเกือบทั้งห้อง กาวที่อยู่ด้านหลังจึงระเหยช้ากว่าปกติเพราะถูกแผ่นวอลเปเปอร์ปิดทับไว้
นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้กลิ่นในโรงแรม “กลับมา” ทุกคืน ผ้าม่านหนา ปลอกหมอน โฟมที่นอน พรม ฝ้ายิปซัม และเนื้อไม้ ทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำที่ดูดสารระเหยไว้ แล้วค่อย ๆ คายกลับออกมาเมื่อห้องถูกปิด ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า off-gassing ยิ่งห้องพักโรงแรมออกแบบให้ปิดสนิทเพื่อเก็บความเย็นและเก็บเสียง และระบบแอร์ส่วนใหญ่หมุนเวียนอากาศภายในห้องเดิม สารระเหยก็ยิ่งสะสมจนแขกได้กลิ่นชัดเจนตอนเปิดประตูเข้าห้องครั้งแรก
ไม่มีวิธีไหนตอบโจทย์โรงแรมที่ต้องขายห้องให้ได้ภายในไม่กี่วัน
World Health Disinfection (WHD) ให้บริการอบโอโซนดับกลิ่นสี / กำจัดสารเคมีตกค้าง ด้วยเครื่อง Master Ozone Generator ซึ่งออกแบบมาเพื่อจัดการกลิ่นสีอะคริลิค สีน้ำมัน แลคเกอร์ ทินเนอร์ กาวอุตสาหกรรม กลิ่นเฟอร์นิเจอร์ใหม่ และกลิ่นอาคารรีโนเวท ในพื้นที่ปิดอย่างห้องพักโรงแรมและคอนโด
เครื่องจะปล่อยโอโซน (O₃) ซึ่งเลียนแบบกลไกการฟอกอากาศตามธรรมชาติ โอโซนเป็นสารออกซิไดซ์ที่แรง เมื่อกระจายตัวไปทั่วห้อง มันจะเข้าไปทำปฏิกิริยาและสลายพันธะโมเลกุลของกลิ่น ไอระเหยสารเคมี (VOCs) และเชื้อโรคที่ต้นตอ นี่คือการทำลายกลิ่น ไม่ใช่กลบกลิ่น
หลังจบรอบการทำงาน โอโซนจะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน (O₂) ตามธรรมชาติ จึงไม่มีสารเคมีตกค้างบนเตียง ผ้าม่าน หรือเฟอร์นิเจอร์ ก๊าซยังเข้าถึงซอกมุมที่เช็ดไม่ถึง เช่น ด้านในตู้เสื้อผ้า หลังหัวเตียง และช่องว่างเหนือฝ้า
จุดที่ทำให้ WHD แตกต่างคือการวัดค่า TVOC ก่อนและหลังอบด้วยเครื่องวัด AM1310 ที่มีเอกสารสอบเทียบ (KIMO PT100 SC0110 adjusting certificate และ BR-SMART certificate of calibration) WHD เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการไม่กี่รายในประเทศไทยที่แสดงผลการลดลงของค่า TVOC ซึ่งวัดจากหน้างานจริง ตัวเลขนี้ใช้สื่อสารกับเจ้าของและเอเจนซีทัวร์ได้อย่างมีหลักฐาน
การอบโอโซนทำโดยช่างเทคนิคที่ผ่านการฝึกอบรม ในห้องที่ปิดสนิทและไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ภายในระหว่างรอบการทำงาน เมื่อจบรอบจะปล่อยให้โอโซนสลายตัวและระบายอากาศก่อนกลับเข้าใช้ พื้นที่ส่วนใหญ่พร้อมใช้งานภายในประมาณ 2 ชั่วโมง โรงแรมจึงทยอยทำทีละชั้นหรือทีละกลุ่มห้องได้ โดยไม่ต้องปิดทั้งอาคาร
โอโซนเข้าไปทำปฏิกิริยากับโมเลกุลของกลิ่นแลคเกอร์และกาวโดยตรง แขกจึงไม่เจอกลิ่นหอมที่ปนกลิ่นสารเคมีเมื่อเปิดประตูเข้าห้อง
ผลวัดค่า TVOC จากหน้างานด้วยเครื่องที่มีเอกสารสอบเทียบ ช่วยให้ผู้จัดการโรงแรมรายงานเจ้าของได้ชัดเจน ดูตัวอย่างการวัดได้ที่หน้าบริการกำจัดสารเคมีตกค้างด้วยโอโซน
พื้นที่ส่วนใหญ่พร้อมใช้งานภายในราว 2 ชั่วโมงหลังจบรอบ ต่างจากการบล็อกห้องไว้ไล่กลิ่นเป็นสัปดาห์ ทุกคืนที่ได้ห้องกลับมาคือรายได้ที่กลับคืน
โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจนตามธรรมชาติ ไม่ทิ้งคราบ ไม่ทิ้งกลิ่นน้ำหอม และไม่ต้องซักผ้าม่านหรือปลอกที่นอนใหม่เพราะการอบ
ก๊าซกระจายเข้าไปในตู้เสื้อผ้า ลิ้นชัก หลังหัวเตียง และช่องว่างของวอลเปเปอร์ ซึ่งเป็นจุดที่กลิ่นเฟอร์นิเจอร์ใหม่มักสะสมหนาแน่นที่สุด
ทีมงานวางแผนร่วมกับฝ่ายห้องพักเพื่อเลือกช่วงเวลาและกลุ่มห้องที่เหมาะสม แขกห้องอื่นยังเข้าพักได้ตามปกติ
การอบโอโซนดับกลิ่นสียังช่วยลดกลิ่นอับ เชื้อโรค และเชื้อราในพื้นที่ปิดไปพร้อมกัน เหมาะกับห้องที่ปิดไว้นานระหว่างรีโนเวท
ก่อนเริ่มงาน ช่างจะสำรวจห้องและแนะนำให้นำออกหรือปิดคลุมของที่ไวต่อโอโซน เช่น งานศิลปะ ของที่ทำจากยางธรรมชาติ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่บอบบาง
ผลงานจริงของ WHD ครอบคลุมห้องนอนคอนโด ห้องนั่งเล่น ห้องพ่นสีรถยนต์ ห้องประชุมสำนักงาน ไปจนถึงโรงงานเคมีอุตสาหกรรม
เมื่อเทียบกับค่าชดเชยแขก ห้องที่ขายไม่ได้ และคะแนนรีวิวที่ต้องใช้เวลาหลายเดือนกู้คืน บริการกำจัดกลิ่นสีด้วยเครื่องอบโอโซนคือการลงทุนเพื่อปกป้องเงินที่ใช้รีโนเวทไปแล้ว
| ก่อน | หลัง |
|---|---|
| เปิดประตูห้องแล้วเจอกลิ่นฉุนของแลคเกอร์และกาวทันที | กลิ่นฉุนลดลงอย่างชัดเจน ห้องให้ความรู้สึกสะอาดและโปร่งขึ้น |
| รีวิวใหม่พูดถึง “chemical smell” เกือบทุกวัน | รีวิวใหม่กลับมาพูดถึงดีไซน์ห้องและบริการแทนเรื่องกลิ่น |
| ไม่มีหลักฐานอะไรไปยืนยันกับเจ้าของหรือเอเจนซีทัวร์ | มีผลวัดค่า TVOC ก่อน–หลังจากหน้างานจริงใช้สื่อสารได้ทันที |
| ต้องบล็อกห้องไว้ไล่กลิ่น ขายไม่ได้หลายคืน | ทยอยทำทีละชั้น ห้องพร้อมใช้งานในราว 2 ชั่วโมงหลังจบรอบ |
| แม่บ้านปวดศีรษะหลังทำห้องนาน ๆ มีคนลาป่วย | ทีมแม่บ้านทำงานในห้องได้สบายขึ้น ไม่ต้องรีบออกมาสูดอากาศ |
| พึ่งน้ำหอม ถ่าน และเครื่องฟอกอากาศที่ไม่ได้ผล | เลิกกลบกลิ่น เพราะกลิ่นถูกสลายและไม่มีสารเคมีตกค้าง |
คุณพิมพ์ลดาติดต่อ WHD ในสัปดาห์ที่สามของเดือนกรกฎาคม ทีมงานเข้าสำรวจและวัดค่า TVOC ในห้องตัวอย่าง จากนั้นวางแผนอบโอโซนทีละชั้นในช่วงสายถึงบ่าย ซึ่งเป็นช่วงที่ห้องว่างหลังเช็กเอาต์ ใช้เวลาสี่วันจนครบทั้ง 36 ห้อง
ผลวัดหลังอบแสดงให้เห็นว่าค่า TVOC ลดลงในทุกห้องที่วัด ห้องที่ตู้เสื้อผ้ามีกลิ่นแรงเป็นพิเศษได้รับรอบเสริมตามคำแนะนำของช่าง คุณพิมพ์ลดาส่งสรุปผลวัดให้เจ้าของโรงแรมและเอเจนซีทัวร์ ซึ่งตัดสินใจคงกรุ๊ปเดือนกันยายนไว้ตามเดิม
รีวิวไม่ได้ดีขึ้นในข้ามคืน แต่ตลอดเดือนถัดมาไม่มีรีวิวใหม่พูดถึงกลิ่นสารเคมีอีก คะแนนค่อย ๆ ขยับกลับขึ้นมาอยู่ที่ 8.9 ทีมแม่บ้านกลับมาทำงานครบ และคุณพิมพ์ลดาเพิ่มขั้นตอน “อบโอโซนก่อนเปิดขาย” เข้าไปในแผนรีโนเวทชั้น 1 และชั้น 2 ปีหน้า
ต้องออก คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ต้องอยู่นอกห้องตลอดรอบการทำงาน ช่างจะปิดพื้นที่และอนุญาตให้กลับเข้าได้หลังโอโซนสลายตัวและระบายอากาศแล้ว
ขึ้นอยู่กับขนาดห้องและความแรงของกลิ่น โดยทั่วไปพื้นที่พร้อมใช้งานภายในประมาณ 2 ชั่วโมงหลังจบรอบ ช่างจะแจ้งเวลาที่แน่นอนหลังสำรวจหน้างาน
โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจนตามธรรมชาติ จึงไม่มีสารเคมีตกค้างบนผ้าหรือเฟอร์นิเจอร์ ขั้นตอนระบายอากาศก่อนกลับเข้าห้องคือส่วนหนึ่งของงานเสมอ
ตั้งแต่ห้องนอนคอนโด ห้องพักโรงแรม ห้องประชุม ไปจนถึงโกดังและโรงงาน ทีมงานจะคำนวณรอบการทำงานตามปริมาตรพื้นที่จริง
โอโซนช่วยลดและสลายกลิ่นกับสารระเหยได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งยืนยันได้ด้วยค่า TVOC ที่วัดก่อนและหลัง แต่ถ้าวัสดุยังปล่อยสารต่อเนื่อง บางห้องอาจต้องทำรอบเสริม
ช่างจะประเมินและแนะนำให้นำออกหรือปิดคลุมของที่ไวต่อโอโซน เช่น งานศิลปะ ยางธรรมชาติ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่บอบบาง ก่อนเริ่มงาน
ได้ ทีมงานวางแผนร่วมกับฝ่ายห้องพักเพื่อทำทีละกลุ่มห้องหรือทีละชั้นในช่วงที่ห้องว่าง
ให้ทีม WHD สำรวจหน้างาน วัดค่า TVOC และวางแผนอบโอโซนดับกลิ่นสีที่เหมาะกับโรงแรมของคุณ
ดูรายละเอียดบริการและขอใบเสนอราคา คลิกที่นี่โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com
88/268 ถ.กัลปพฤกษ์ แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160
คำค้นหา: กลิ่นเฟอร์นิเจอร์ใหม่ในโรงแรม, อบโอโซนดับกลิ่นสี, กำจัดกลิ่นสี, กำจัดสารเคมีตกค้าง, กลิ่นแลคเกอร์, กลิ่นกาววอลเปเปอร์, ลดค่า TVOC, กลิ่นห้องพักหลังรีโนเวท, เครื่องอบโอโซน, Master Ozone Generator