เปิดเทอมได้สองสัปดาห์ เด็กห้องเดียวป่วยไข้เลือดออก 6 คน เรื่องจริงของครูอนามัยโรงเรียนที่พบว่ายุงไม่ได้มาจากนอกรั้ว

Last updated: 8 ก.ย. 2569  |  11 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เปิดเทอมได้สองสัปดาห์ เด็กห้องเดียวป่วยไข้เลือดออก 6 คน เรื่องจริงของครูอนามัยโรงเรียนที่พบว่ายุงไม่ได้มาจากนอกรั้ว

เปิดเทอมได้สองสัปดาห์ เด็กห้องเดียวป่วยไข้เลือดออก 6 คน เรื่องจริงของครูอนามัยโรงเรียนที่พบว่ายุงไม่ได้มาจากนอกรั้ว

เรื่องนี้เริ่มที่ ถังน้ำสำรองดับเพลิงหลังโรงอาหาร กระถางต้นไม้หน้าเสาธง และยางรถเก่าในสวนเกษตรของโรงเรียนเอง จบลงด้วยผู้ปกครอง 47 คนที่ไม่ส่งลูกมาเรียนในวันเดียว และบทเรียนราคาแพงเรื่อง เครื่องพ่นหมอกควัน ที่พ่นไม่ครบพื้นที่

บทความนี้เขียนขึ้นสำหรับ ผู้อำนวยการโรงเรียน ครูอนามัยโรงเรียน นักการภารโรง กองสาธารณสุขของเทศบาลและ อบต. รวมถึง รพ.สต. เราเล่าจากเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำทุกต้นฤดูฝน ไปจนถึงแผนควบคุมยุงลายที่ทำได้จริงตลอดปีการศึกษา

เช้าวันจันทร์ที่แถวหน้าเสาธงหายไปหกคน

โรงเรียนบ้านหนองไผ่ล้อม เป็นโรงเรียนประถมขนาดกลางในต่างจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีนักเรียน 412 คน อาคารเรียนสองหลัง และสวนเกษตรหลังอาคาร 2 ที่เด็ก ๆ ปลูกผักในยางรถเก่าสิบกว่าเส้น ครูสุภาพร แก้วประเสริฐ อายุ 43 ปี เป็นครูอนามัยโรงเรียนมาแปดปี

เช้าวันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน สองสัปดาห์หลังเปิดเทอม ครูสุภาพรสังเกตว่าแถวของชั้น ป.5 ห้อง 1 สั้นผิดปกติ ครูประจำชั้นบอกว่า ขาดหกคนค่ะ ลาป่วยทั้งหมด ไข้สูงเหมือนกันหมดเลย ตอนสิบโมง เด็กชายห้องเดียวกันเดินมาที่ห้องพยาบาล วัดไข้ได้ 39.4 องศา

ภายในหกวัน โรงพยาบาลชุมชนยืนยันว่ามีนักเรียนป่วยไข้เลือดออก 9 ราย และ 6 รายอยู่ในห้องเดียวกัน หนึ่งในนั้นคือเด็กหญิงอายุ 11 ปี ที่เกล็ดเลือดลดเหลือ 42,000 ห้องเรียนนั้นอยู่ชั้นล่างอาคาร 2 หน้าต่างหลังห้องเปิดออกไปทางสวนเกษตร ห่างจากถังน้ำดับเพลิงราว 25 เมตร

วันพฤหัสบดี ทีม รพ.สต. เข้ามาสำรวจลูกน้ำ ภาชนะที่มีน้ำขัง 61 จุด พบลูกน้ำ 23 จุด คิดเป็นค่าดัชนีภาชนะ 37.7 ทั้งที่เกณฑ์ของโรงเรียนต้องเป็นศูนย์ จุดที่พบมากที่สุดไม่ใช่ที่รกร้างนอกรั้ว แต่คือถังน้ำดับเพลิงสี่ใบที่ไม่มีฝาปิด จานรองกระถาง 14 ใบหน้าเสาธง ยางรถเก่า 9 เส้น และจานรองกระถางในห้องพยาบาลเอง

ครูสุภาพรบอกทีมสำรวจประโยคเดียวว่า แปดปีที่ผ่านมาเธอตรวจความสะอาดห้องเรียนทุกสัปดาห์ แต่ไม่เคยก้มดูใต้กระถางต้นไม้ในห้องพยาบาลของตัวเองเลยสักครั้ง

คืนวันศุกร์ที่เครื่องพ่นดับ ก่อนถึงสวนเกษตร

ผู้อำนวยการวิรัตน์ทำหนังสือด่วนถึงเทศบาลตำบล ทีมกองสาธารณสุขมาถึงเย็นวันศุกร์ พร้อมเครื่องพ่นหมอกควันเครื่องเดียวที่เทศบาลมี ซึ่งซื้อมาตั้งแต่ปี 2560 พื้นที่ที่ต้องพ่นคืออาคารเรียนสองหลัง 18 ห้องเรียน โรงอาหาร สวนเกษตร และแนวรั้ว 600 เมตร

เครื่องสตาร์ทติดในครั้งที่สาม ควันออกมาบางผิดปกติ ทีมพ่นจากอาคาร 1 ไปโรงอาหารได้ 22 นาที แล้วเครื่องก็ดับ ท่อพ่นร้อนจนจับไม่ได้ ลุงบุญมี นักการภารโรงวัย 58 ปี เอาผ้าชุบน้ำมาคลุมรอ 20 นาที สตาร์ทใหม่ พ่นต่อได้อีก 13 นาที แล้วดับอีก

หกโมงสี่สิบห้า ฟ้าเริ่มมืด ทีมเทศบาลมีคิวต้องไปพ่นอีกสองหมู่บ้าน หัวหน้าทีมบอกว่า เอาไว้อาทิตย์หน้ามาเก็บส่วนที่เหลือนะครับ ส่วนที่เหลือคือสวนเกษตร หลังโรงอาหารที่มีถังน้ำดับเพลิง และแนวรั้วด้านที่ห้องเรียนห้องนั้นหันหน้าออกไปพอดี

สิบเอ็ดวันต่อมา มีนักเรียนป่วยเพิ่มอีก 4 ราย สามในสี่รายนั่งเรียนอยู่ในอาคาร 2 และอีกหนึ่งรายคือลูกสาวของแม่ค้าในโรงอาหาร

เจาะลึกความเสียหาย: ยุงในโรงเรียนไม่ได้ทำให้แค่เด็กป่วย

1. สุขภาพเด็กและการขาดเรียน

ยุงลายบ้านมีวงจรชีวิตจากไข่ถึงตัวเต็มวัยเพียง 7 ถึง 10 วัน และบินหากินในรัศมีเพียง 50 ถึง 100 เมตรจากจุดที่ฟัก ตัวเลขนี้ทำให้โรงเรียนอันตรายเป็นพิเศษ เพราะเมื่อแหล่งเพาะพันธุ์อยู่ในรั้ว เด็ก 412 คนก็อยู่ในรัศมีนั้นทั้งวัน

ยุงลายกัดเวลากลางวัน ซึ่งตรงกับเวลาเรียนพอดี นี่คือเหตุผลที่การระบาดในโรงเรียนมักกระจุกอยู่ในห้องเดียว เด็กที่นอนโรงพยาบาลจะขาดเรียนจริงราว 10 ถึง 14 วัน โรงเรียนแห่งนี้เสียวันเรียนไป 214 คน-วันในสามสัปดาห์ และต้องเลื่อนสอบกลางภาค

2. งบประมาณ ทั้งของโรงเรียนและของ อปท.

เมื่อพ่นรอบแรกไม่ครบพื้นที่ ทีมเทศบาลต้องกลับมาอีกสองรอบ นั่นคือค่าตอบแทนนอกเวลา ค่าน้ำมัน และค่าสารเคมี คูณสาม สำหรับพื้นที่เดียวกัน ฝั่งโรงเรียนก็มีค่าทรายกำจัดลูกน้ำ ฝาปิดถังน้ำที่ต้องซื้อเร่งด่วน และค่าล่วงเวลาให้นักการภารโรง

ที่หนักที่สุดคือ เทศบาลมีเครื่องที่ใช้ได้จริงเครื่องเดียว แต่ต้องดูแลทั้งตำบลที่มี 11 หมู่บ้านและ 3 โรงเรียน เมื่อเครื่องทำงานได้ครั้งละ 20 นาทีแล้วต้องพัก ตารางทั้งตำบลก็เลื่อนตามกัน

3. ชื่อเสียงและความไว้ใจของผู้ปกครอง

คืนวันเสาร์ มีผู้ปกครองโพสต์ในกลุ่มไลน์ที่มีสมาชิก 380 คน เป็นรูปยางรถเก่าที่มีน้ำขังเต็ม พร้อมข้อความว่า นี่หรือโรงเรียนที่บอกว่าพ่นแล้ว ลูกดิฉันนอนโรงพยาบาลอยู่ตอนนี้ วันจันทร์ถัดมามีเด็ก 47 คนไม่มาโรงเรียน และมีผู้ปกครองสามรายขอย้ายเด็กออก

ความจริงคือโรงเรียนไม่ได้นิ่งเฉย แต่ในสายตาผู้ปกครอง สิ่งที่มองเห็นคือผลลัพธ์ ไม่ใช่ความพยายาม ไม่มีใครเห็นเครื่องพ่นที่ดับ เขาเห็นแค่ยางรถที่ยังมีน้ำขัง และลูกที่ยังนอนโรงพยาบาล

4. ขวัญกำลังใจของครูและนักการภารโรง

ครูอนามัยโรงเรียนส่วนใหญ่คือครูสอนวิชาปกติที่ถูกมอบหมายงานอนามัยเพิ่มอีกหน้าที่หนึ่ง โดยไม่มีค่าตอบแทนและไม่มีอุปกรณ์ของตัวเอง แต่เมื่อเกิดเหตุ คนแรกที่ถูกพาดพิงในกลุ่มไลน์ก็คือครูอนามัย

ลุงบุญมีคือคนที่ปีนขึ้นไปเก็บใบไม้ในรางน้ำฝน ยกยางรถเก่าเก้าเส้นมาเรียงพิงกำแพง และเทน้ำในถังดับเพลิงสี่ใบใบละ 200 ลิตรออกในวันเดียวโดยทำคนเดียว เมื่อทำเต็มที่แล้วยังถูกตำหนิ ปีถัดไปก็ไม่มีใครอยากรับตำแหน่งนี้

ทำไมวิธีเดิมของโรงเรียนถึงเอาไม่อยู่ 5 กับดักที่พบซ้ำทุกปีการศึกษา

กับดักที่ 1: คิดว่าพ่นครั้งเดียวก่อนเปิดเทอมก็เพียงพอ
การพ่นฆ่าได้เฉพาะยุงตัวเต็มวัย ส่วนไข่ยุงลายที่ติดตามผนังภาชนะทนแห้งได้หลายเดือน พอฝนแรกตกในเดือนมิถุนายน ไข่ชุดนั้นก็ฟักพร้อมกัน ซึ่งตรงกับสองสัปดาห์หลังเปิดเทอมพอดี

กับดักที่ 2: เชื่อว่าโรงเรียนสะอาดแล้วจะไม่มียุง
ยุงลายไม่วางไข่ในน้ำสกปรก แต่วางในน้ำใสนิ่ง คือน้ำในถังสำรองดับเพลิง จานรองกระถางที่รดทุกเช้า และน้ำฝนที่ขังในร่องยางรถ ภาชนะเหล่านี้เป็นของที่ โรงเรียนตั้งใจให้มีอยู่ จึงไม่เคยถูกมองว่าเป็นปัญหา

กับดักที่ 3: รอ อปท. อย่างเดียว โดยไม่มีเครื่องมือของตัวเอง
เมื่อเข้าฤดูระบาด คิวการพ่นจะยาวและจัดลำดับตามจำนวนผู้ป่วยยืนยัน โรงเรียนที่ยังไม่มีผู้ป่วยจึงมักอยู่ท้ายคิว ทั้งที่เป็นจุดที่คนหนาแน่นที่สุด

กับดักที่ 4: ได้คิวแล้ว แต่เครื่องพ่นไปไม่ถึงจุดที่เป็นปัญหาจริง
โรงเรียนขนาดกลางต้องพ่นต่อเนื่องราว 45 ถึง 60 นาทีจึงจะครบทุกจุด เมื่อเครื่องเก่าทำได้แค่หนึ่งในสาม จุดที่ตกหล่นก็มักเป็นจุดที่ไกลและรกที่สุด ซึ่งเป็นจุดเดียวกับที่ยุงอยู่จริง

กับดักที่ 5: ไม่มีเอกสารรับรอง ทำให้ชี้แจงไม่ได้
เมื่อผู้ปกครองถามว่าสารเคมีที่พ่นปลอดภัยกับเด็กหรือไม่ โรงเรียนที่ไม่มีเอกสารในมือจะตอบได้แค่ว่า อปท. เป็นคนพ่น ซึ่งไม่ทำให้ใครสบายใจ และเมื่อจะตั้งงบซื้อครุภัณฑ์เอง เอกสารรับรองคือสิ่งที่ผู้ตรวจสอบต้องการเห็นก่อน

ทางออกที่โรงเรียนและ อปท. ทั่วประเทศเลือกใช้: เครื่องพ่นหมอกควัน AIROFOG AT35

AIROFOG AT35 คือเครื่องพ่นหมอกควันระดับพรีเมียม ผลิตจาก สแตนเลสสตีล 100 เปอร์เซ็นต์ น้ำหนักเบา รองรับสารเคมีทั้งสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน ผ่านการรับรองจากเยอรมนีและอังกฤษ ทำงานต่อเนื่องได้ยาว จึงพ่นครบทั้งโรงเรียนในรอบเดียว

10 เหตุผลที่ AIROFOG AT35 ตอบโจทย์งานควบคุมยุงลายในโรงเรียนโดยเฉพาะ

1. สแตนเลส 100 เปอร์เซ็นต์ พ่นครบทั้งโรงเรียนได้ในรอบเดียว

เครื่องดับเพราะความร้อนสะสม มาจากวัสดุที่ระบายความร้อนไม่ทันและเสียรูปเมื่อร้อนจัด สแตนเลสของ AT35 ทนความร้อนสูงและทนการกัดกร่อน จึงพ่นต่อเนื่องได้จนถึงแนวรั้วหลังสวนเกษตร

2. ละอองละเอียดสม่ำเสมอ เข้าถึงใต้โต๊ะเรียนและพุ่มไม้ริมรั้ว

ยุงลายในโรงเรียนหลบพักใต้โต๊ะเรียน ในซอกใต้บันได และตามพุ่มไม้ริมรั้ว ละอองที่ละเอียดสม่ำเสมอจะแขวนลอยนานพอจะไหลเข้าถึงจุดเหล่านั้น ส่วนละอองหยาบตกลงพื้นในไม่กี่วินาที

3. ใช้ได้ทั้งสารสูตรน้ำและสูตรน้ำมัน เครื่องเดียวจบทุกภารกิจ

โรงเรียนไม่ได้เจอแค่ยุงลาย ยังต้องรับมือมือเท้าปากและไข้หวัดใหญ่ AT35 รองรับทั้งสารสูตรน้ำมันกำจัดยุง และสูตรน้ำสำหรับน้ำยาฆ่าเชื้อ

4. น้ำหนักเบา ครูอนามัยและนักการภารโรงใช้งานเองได้จริง

คนที่ถือเครื่องเดินพ่นในโรงเรียนมักเป็นนักการภารโรงวัยใกล้เกษียณหรือครูอนามัยที่เป็นผู้หญิง เครื่องที่เบาพอจะถือเดินได้ 45 นาทีจึงจะถูกหยิบมาใช้จริง

5. สตาร์ทง่าย ลดเวลาสูญเปล่าหน้างาน

ระบบจุดระเบิดที่เสถียรทำให้เครื่องติดเร็ว เวลาที่ประหยัดได้รวมกันคือหลายสิบนาทีต่อรอบ ซึ่งมากพอจะทำให้พ่นจบก่อนฟ้ามืด

6. รับรองจากเยอรมนีและอังกฤษ ใช้ตอบผู้ปกครองและประกอบซองจัดซื้อได้

เอกสารรับรองมาตรฐานสากลใช้ชี้แจงผู้ปกครองได้ว่าโรงเรียนใช้เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน และใช้ประกอบเอกสารจัดซื้อจัดจ้างเพื่อตอบผู้ตรวจสอบภายหลัง

7. ตรงตามมาตรฐานครุภัณฑ์ เขียนคำขอตั้งงบและ TOR ได้ง่าย

ไม่ว่าจะเสนอผ่านแผนพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนหรือแผนพัฒนาท้องถิ่นของ อปท. สิ่งที่ต้องแนบคือคุณลักษณะเฉพาะที่สอดคล้องกับบัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์ ซึ่ง AT35 เตรียมไว้ให้แล้ว

8. อะไหล่พร้อม มีทีมช่างในประเทศไทย ไม่ต้องรอข้ามภาคเรียน

เครื่องที่เสียในเดือนมิถุนายนแล้วต้องรออะไหล่จากต่างประเทศสองถึงสามเดือน จะกลับมาใช้ได้ตอนที่การระบาดผ่านจุดสูงสุดแล้ว เรามีอะไหล่และทีมช่างในประเทศพร้อมซ่อมทุกยี่ห้อ

9. ใช้ได้หลายภารกิจตลอดปีการศึกษา คุ้มค่าต่องบก้อนเดียว

เครื่องเดียวใช้ได้ทั้งพ่นก่อนเปิดเทอม พ่นรอบป้องกันต้นฤดูฝน พ่นเมื่อพบผู้ป่วย พ่นก่อนงานกีฬาสี และพ่นในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ต้นทุนต่อครั้งจึงลดลงชัดเจน

10. จบในรอบเดียว จึงไม่ต้องเปิดโรงเรียนวันเสาร์ซ้ำอีกสองครั้ง

ข้อนี้คือผลรวมของทั้งเก้าข้อข้างต้น เมื่อเครื่องไม่ดับและละอองเข้าถึงเป้าหมาย การพ่นหนึ่งรอบก็ครอบคลุมพื้นที่ตามแผน และคำถามในกลุ่มไลน์ก็เปลี่ยนจากคำตำหนิเป็นคำขอบคุณ

ก่อน และ หลัง: สิ่งที่เปลี่ยนไปจริงในโรงเรียน

ก่อนใช้ AIROFOG AT35

พ่นได้ 20 นาทีแล้วเครื่องร้อนจนดับ ฟ้ามืดก่อนพ่นครบ

สวนเกษตรและแนวรั้วด้านหลังไม่เคยถูกพ่น ทั้งที่พบลูกน้ำมากที่สุด

ต้องขอคิวเทศบาลซ้ำอีกสองรอบ และเปิดโรงเรียนวันเสาร์เพิ่ม

มีนักเรียนป่วยเพิ่มหลังพ่น เพราะพื้นที่ที่ตกหล่นยังเพาะยุงอยู่

ผู้ปกครองโพสต์ตำหนิในกลุ่มไลน์ เด็ก 47 คนไม่มาเรียนในวันเดียว

หลังใช้ AIROFOG AT35

พ่นต่อเนื่องได้ยาวจนครอบคลุมทั้งโรงเรียนในรอบเย็นวันศุกร์รอบเดียว

ควันหนาแน่นสม่ำเสมอ ไหลเข้าถึงใต้โต๊ะเรียน แปลงเกษตร และพุ่มไม้

ไม่ต้องขอคิวซ้ำ ไม่ต้องจ่ายค่าล่วงเวลาเพิ่ม เด็กกลับเข้าเรียนวันจันทร์ตามปกติ

ผู้ป่วยรายใหม่ลดลงชัดเจน ค่าดัชนีภาชนะเป็นศูนย์

โรงเรียนโพสต์ภาพการพ่น ผู้ปกครองกลับมาไว้ใจ

แผนควบคุมยุงลายในโรงเรียน 7 ขั้นตอน ตลอดปีการศึกษา

แผนนี้ออกแบบให้โรงเรียนที่มีครูอนามัยและนักการภารโรงอย่างละหนึ่งคนทำได้จริง

ขั้นที่ 1 ปิดเทอมใหญ่ ทำแผนผังจุดเสี่ยง อย่าเริ่มด้วยการทำความสะอาด แต่ให้เดินสำรวจและวาดแผนผังก่อน ระบุตำแหน่งภาชนะที่มีน้ำขังได้ทุกจุด ถ่ายรูปใส่หมายเลขกำกับ แล้วเก็บไว้ในแฟ้มงานอนามัยให้ครูคนใหม่ใช้ต่อได้

ขั้นที่ 2 ก่อนเปิดเทอมหนึ่งสัปดาห์ กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์แล้วพ่นรอบตั้งต้น คว่ำภาชนะที่ไม่จำเป็น ปิดฝาถังน้ำสำรองให้สนิท ใส่ทรายกำจัดลูกน้ำในภาชนะที่ปิดฝาไม่ได้ เจาะรูระบายน้ำที่ร่องยางรถ แล้วพ่นให้ครบทุกอาคารก่อนเด็กกลับเข้ามา

ขั้นที่ 3 สัปดาห์แรกของภาคเรียน ตั้งเวรสำรวจลูกน้ำประจำสัปดาห์ ให้สภานักเรียนทำร่วมกับครูเวรอาคารทุกวันศุกร์บ่าย ใช้แผนผังจากขั้นที่ 1 เป็นแบบฟอร์ม แล้วคำนวณค่าดัชนีภาชนะทุกสัปดาห์ ตัวเลขนี้คือระบบเตือนภัยล่วงหน้าที่ดีที่สุด

ขั้นที่ 4 ต้นฤดูฝน พ่นรอบป้องกันโดยไม่ต้องรอให้มีเด็กป่วย นี่คือขั้นที่โรงเรียนส่วนใหญ่ข้าม และเป็นสาเหตุที่การระบาดมักเกิดในสัปดาห์ที่สองถึงสี่หลังเปิดเทอม ควรวางรอบพ่นไว้ในปฏิทินโรงเรียนตั้งแต่ต้นปี

ขั้นที่ 5 พบผู้ป่วยยืนยันแม้เพียงหนึ่งราย ให้เริ่มมาตรการภายใน 24 ชั่วโมง อย่ารอให้ครบสามราย แจ้ง รพ.สต. และ อปท. ทันที พ่นให้ครบทุกอาคาร และประสานให้พ่นรอบบ้านผู้ป่วยรัศมี 100 เมตรควบคู่กัน แล้วพ่นซ้ำวันที่ 7

ขั้นที่ 6 สื่อสารกับผู้ปกครองเชิงรุก ก่อนที่จะมีคนโพสต์ก่อน แจ้งในกลุ่มไลน์ล่วงหน้าว่าจะพ่นวันไหน ใช้สารเคมีอะไร ปลอดภัยอย่างไร แล้วโพสต์ภาพหน้างานหลังพ่นเสร็จ ความโปร่งใสเปลี่ยนผู้ปกครองจากผู้ตำหนิให้เป็นผู้ร่วมมือ

ขั้นที่ 7 บันทึกผลตลอดปี แล้วใช้ข้อมูลชุดนี้ของบประมาณปีถัดไป จดวันที่พ่น พื้นที่ที่พ่น ค่าดัชนีภาชนะรายสัปดาห์ และจำนวนนักเรียนที่ป่วยกับวันที่ขาดเรียน แฟ้มนี้คือหลักฐานที่หนักแน่นที่สุดตอนของบประมาณ

การเสนอของบประมาณจาก อปท. ให้ได้ผลจริง

โรงเรียนหลายแห่งเข้าใจว่าต้องซื้อครุภัณฑ์ด้วยงบของตัวเองเท่านั้น ซึ่งไม่จริง เทศบาลและ อบต. มีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่ และตั้งงบจัดซื้อเครื่องพ่นเพื่อสนับสนุนสถานศึกษาได้

สิ่งที่ทำให้คำขอได้รับการบรรจุเข้าแผนจริงคือ ตัวเลข ให้แนบค่าดัชนีภาชนะรายสัปดาห์ จำนวนคน-วันที่นักเรียนขาดเรียน และบันทึกว่าแต่ละครั้งต้องรอคิวกี่วันและพ่นได้กี่เปอร์เซ็นต์

เช็กลิสต์จุดเสี่ยงในโรงเรียน 10 จุดที่มักถูกมองข้าม

เกือบทั้งสิบจุดนี้ไม่ได้อยู่ในแบบตรวจความสะอาดประจำสัปดาห์ของโรงเรียนทั่วไป

1. ถังน้ำสำรองดับเพลิงหลังโรงอาหาร มักไม่มีฝาปิดหรือฝาแตกไปนานแล้ว น้ำใสนิ่งและไม่มีใครแตะต้องเป็นเดือน จึงให้ปริมาณยุงมากที่สุด แก้ด้วยการปิดฝาและใส่ทรายกำจัดลูกน้ำ

2. จานรองกระถางต้นไม้หน้าเสาธงและตามระเบียง จานรองที่รับน้ำจากการรดต้นไม้ทุกเช้าจะมีน้ำขังตลอด โรงเรียนขนาดกลางมักมีเกินสามสิบใบ แก้ด้วยการใส่ทรายหยาบแทนน้ำ

3. ยางรถเก่าในสวนเกษตรและแปลงผัก ยางรถที่ใช้เป็นกระบะปลูกผักกักน้ำโดยธรรมชาติ เพราะร่องด้านในเก็บน้ำฝนได้แม้วางตั้ง แก้ด้วยการเจาะรูระบายน้ำที่จุดต่ำสุด

4. จานรองต้นไม้และแจกันในห้องพยาบาลกับห้องธุรการ ห้องที่ดูสะอาดที่สุดมักมีต้นไม้ประดับที่ใช้จานรองน้ำ และแจกันที่เปลี่ยนน้ำสัปดาห์ละครั้ง ซึ่งพอให้ลูกน้ำครบวงจร

5. รางน้ำฝนบนหลังคาอาคารเรียน ใบไม้ที่ทับถมทำให้เกิดแอ่งน้ำขังยาวหลายเมตรที่มองไม่เห็นจากพื้น ต้องขึ้นไปตรวจภาคเรียนละครั้ง โดยผู้มีอุปกรณ์ป้องกันการตกจากที่สูง

6. ถังน้ำและกะละมังในห้องน้ำนักเรียนอนุบาล ถังน้ำสำรองที่ใช้จริงเฉพาะช่วงเช้า จะมีน้ำค้างตลอดวันหยุดสุดสัปดาห์ ควรกำหนดให้เททิ้งทุกเย็นวันศุกร์

7. บ่อบัว บ่อปลาที่ไม่มีปลาแล้ว และอ่างล้างมือที่ท่ออุดตัน บ่อที่เคยมีปลากินลูกน้ำแต่ปลาตายหมดแล้วจะกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ทันที เช่นเดียวกับอ่างล้างมือที่มีน้ำขังค้าง

8. ถ้วยรองขาตู้กับข้าวในโรงอาหาร ถ้วยน้ำเล็ก ๆ ที่รองขาตู้กันมด คือแหล่งเพาะพันธุ์ขนาดจิ๋วที่มีหลายสิบจุด แก้ด้วยการเปลี่ยนน้ำทุกสามวัน

9. วัสดุเหลือใช้และครุภัณฑ์ชำรุดที่กองไว้หลังอาคาร โอ่งแตก ถังสีเก่า และเก้าอี้พลาสติกคว่ำที่มีน้ำขังในร่อง หลังอาคารคือจุดที่ไม่มีใครตรวจ ควรกำหนดให้เป็นจุดตรวจบังคับ

10. แจกันหน้าพระพุทธรูปและภาชนะให้น้ำสัตว์เลี้ยงของโรงเรียน จุดเหล่านี้มีน้ำสะอาดตั้งนิ่งตลอดและมักถูกเว้นจากการตรวจ ควรเปลี่ยนน้ำทุกสัปดาห์พร้อมขัดล้างผนังภาชนะ เพราะไข่ยุงลายเกาะอยู่เหนือระดับน้ำ

เสียงจากผู้ใช้จริง

ปีที่แล้วโรงเรียนเราเจอไข้เลือดออกห้าราย ต้องรอคิวเทศบาลสามวัน ปีนี้เราเสนอของบผ่านแผนท้องถิ่นจนได้เครื่อง AT35 มาไว้ที่โรงเรียนเอง พ่นรอบป้องกันตั้งแต่ก่อนเปิดเทอม แล้วพ่นซ้ำตอนฝนแรกลง ทั้งภาคเรียนไม่มีเด็กป่วยเลยสักคน และดิฉันถือเครื่องเดินเองได้ทั้งโรงเรียน

ครูอนามัยโรงเรียนประถมศึกษาขนาดกลาง จังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

กองสาธารณสุขของเรามีเครื่องเก่าเครื่องเดียว ดูแลสามโรงเรียนกับสิบเอ็ดหมู่บ้าน คืนไหนเครื่องดับคือแผนทั้งคืนพัง พอเพิ่ม AT35 เข้ามา เจ้าหน้าที่พ่นโรงเรียนจบทั้งแห่งในรอบเดียว แล้วยังมีเวลาไปต่อที่ศูนย์เด็กเล็กในคืนเดียวกัน

หัวหน้ากองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลแห่งหนึ่ง

คำถามที่โรงเรียนถามบ่อย

พ่นหมอกควันในโรงเรียนช่วงไหนดีที่สุด ต้องประกาศหยุดเรียนหรือไม่

ไม่จำเป็นต้องหยุดเรียนหากวางแผนดี ช่วงที่เหมาะที่สุดคือเย็นวันศุกร์หรือเช้าวันเสาร์ เพราะมีเวลาระบายอากาศเต็มสองวันก่อนเปิดเรียนวันจันทร์ ก่อนพ่นควรเก็บอาหาร อุปกรณ์การเรียน และตู้ปลาให้มิดชิด

โรงเรียนควรมีเครื่องพ่นเป็นของตัวเอง หรือรอ อปท.

ถ้าในสามปีที่ผ่านมาโรงเรียนเคยต้องรอคิวเกินสองวันหลังพบผู้ป่วยยืนยัน หรือเคยมีรอบที่พ่นไม่ครบพื้นที่ นั่นคือสัญญาณว่าควรมีเครื่องเป็นของตัวเอง หรือผลักดันให้ อปท. จัดซื้อเพิ่ม

สารเคมีที่พ่นปลอดภัยกับเด็กหรือไม่ จะตอบผู้ปกครองอย่างไร

ตอบด้วยข้อเท็จจริงสามข้อ หนึ่งคือใช้สารเคมีที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องกับ อย. และผสมตามอัตราส่วนบนฉลาก สองคือพ่นตอนไม่มีนักเรียนอยู่และระบายอากาศก่อนเปิดเรียน สามคือผู้ปฏิบัติงานสวมอุปกรณ์ป้องกันครบถ้วน

พ่นหมอกควันอย่างเดียวเพียงพอหรือไม่

ไม่เพียงพอ การพ่นฆ่าได้เฉพาะยุงตัวเต็มวัย แต่ลูกน้ำในถังน้ำ จานรองกระถาง และยางรถเก่ายังอยู่ครบ ถ้าไม่กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ควบคู่กัน อีกเจ็ดถึงสิบวันยุงรุ่นใหม่ก็กลับมาเท่าเดิม

โรงเรียนใช้งบประเภทใดจัดซื้อได้ และต้องมีเอกสารอะไรบ้าง

ทำได้ทั้งตั้งงบครุภัณฑ์ผ่านแผนปฏิบัติการประจำปีของโรงเรียน เสนอเข้าแผนพัฒนาท้องถิ่นของ อปท. หรือขอรับการสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น เอกสารที่ควรมีคือใบเสนอราคา เอกสารรับรองมาตรฐาน และคุณลักษณะเฉพาะสำหรับจัดทำ TOR

เครื่องเดียวใช้พ่นฆ่าเชื้อตอนมือเท้าปากระบาดได้ด้วยหรือไม่

ได้ เพราะ AIROFOG AT35 รองรับสารเคมีสูตรน้ำ จึงใช้กับน้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องในพื้นที่กลางแจ้งและกึ่งเปิด ส่วนการฆ่าเชื้อในห้องเรียนปิด ควรใช้เครื่องพ่นละอองฝอย ULV ควบคู่กัน

อย่ารอให้แถวหน้าเสาธงของโรงเรียนคุณสั้นลง แล้วค่อยคิดเรื่องเครื่องพ่น

ปรึกษาทีมงาน World Health Disinfection ได้ฟรี เรามีทั้งเครื่อง เอกสารรับรอง สเปกสำหรับ TOR อะไหล่ และทีมช่างในประเทศไทย

ดูสินค้าและราคา คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294  |  LINE @whd268

บทความและหน้าที่เกี่ยวข้อง

ศูนย์รวมอุปกรณ์กำจัดยุงและแมลง ครุภัณฑ์ราชการ
เครื่องพ่นละอองฝอย ULV ทุกรุ่น
ซ่อมเครื่องพ่นหมอกควันทุกยี่ห้อ
บริการพ่นยุงโดยทีมงานมืออาชีพ
เอกสารรับรองมาตรฐานสำหรับการจัดซื้อ

อ้างอิง: กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และ องค์การอนามัยโลก เรื่องโรคไข้เลือดออก

คำสำคัญ: เครื่องพ่นหมอกควัน, AIROFOG AT35, ยุงลายในโรงเรียน, ไข้เลือดออกในโรงเรียน, อนามัยโรงเรียน, เครื่องพ่นยุง, ครุภัณฑ์ราชการ

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้