Last updated: 7 ก.ย. 2569 | 9 จำนวนผู้เข้าชม |
เรื่องจริงจากฟาร์มโคนม จังหวัดสระบุรี
เมื่อแมลงในคอกทำให้วัวนอนไม่ได้ และการนอนที่หายไปกลายเป็นน้ำนมที่หายไปวันละสองร้อยลิตร
ฟาร์มโคนม 96 ตัวในสระบุรีเจอปัญหาน้ำนมตกวันละกว่า 200 ลิตรติดกันสองฤดูฝน เจ้าของฟาร์มลองเปลี่ยนอาหาร เปลี่ยนสูตรแร่ธาตุ และเรียกสัตวแพทย์มาตรวจ แต่ไม่มีอะไรเปลี่ยน จนกระทั่งเขาลองอัดวิดีโอในคอกตอนกลางคืนแล้วเห็นสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน บทความนี้เล่าตัวเลขจริงและวิธีที่เครื่องพ่นหมอกควัน AIROFOG AT35 ทำให้ผลผลิตกลับมา
คุณสมพงษ์ อายุ 54 ปี เลี้ยงโคนมมา 21 ปีที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ฟาร์มของเขามีแม่โครีดนม 96 ตัว ส่งนมให้สหกรณ์ทุกวันเช้าเย็น ตัวเลขผลผลิตของเขาเคยนิ่งมากจนสหกรณ์เอาไปเป็นตัวอย่าง แต่สองปีหลังมานี้ ทุกครั้งที่เข้าฤดูฝน ผลผลิตจะร่วงลงอย่างไม่มีเหตุผลที่อธิบายได้
ตัวเลขที่เขาจดไว้ชัดเจนมาก ในฤดูแล้งฟาร์มรีดนมได้เฉลี่ยวันละ 1,340 ลิตร แต่พอเข้าเดือนมิถุนายนถึงกันยายน ตัวเลขจะลดลงเหลือประมาณ 1,130 ลิตร หายไปวันละ 210 ลิตร ติดต่อกันประมาณสี่เดือน คิดเป็นน้ำนมที่หายไปกว่า 25,000 ลิตรต่อปี
เขาทำทุกอย่างที่คนเลี้ยงโคนมจะคิดได้ เปลี่ยนสูตรอาหารข้น เพิ่มแร่ธาตุ ตรวจคุณภาพหญ้าหมัก เรียกสัตวแพทย์มาตรวจเต้านมและตรวจเลือด ผลออกมาปกติทุกอย่าง จนเขาเริ่มคิดว่าอาจเป็นเพราะอากาศร้อนชื้นตามฤดูกาลที่แก้ไม่ได้
ลูกชายของคุณสมพงษ์ที่เรียนสัตวศาสตร์เสนอให้ลองติดกล้องในคอกแล้วดูย้อนหลัง เขาติดกล้องสามตัวไว้ในคอกนอนของแม่โคกลุ่มที่ผลผลิตตกมากที่สุด แล้วเปิดดูตอนเช้า สิ่งที่เห็นทำให้ทั้งสองคนเงียบ
ในคืนเดือนกรกฎาคม แม่โคในกลุ่มนั้นนอนลงเคี้ยวเอื้องรวมกันเพียงประมาณสามชั่วโมงครึ่งตลอดทั้งคืน ทั้งที่แม่โครีดนมที่สบายดีควรนอนเคี้ยวเอื้องประมาณสิบถึงสิบสองชั่วโมงต่อวัน ในวิดีโอเห็นชัดว่าวัวลุกขึ้นซ้ำ ๆ สะบัดหัว สะบัดหาง เตะท้อง และเดินไปมาไม่หยุด
เมื่อซูมภาพเข้าไป พวกเขาเห็นแมลงเกาะเป็นกลุ่มรอบตา รอบเต้านม และบริเวณขาหลังของวัวแทบทุกตัว บางตัวมีแมลงเกาะเป็นแถบชัดเจน ลูกชายของเขาบอกว่านี่คือแมลงวันคอกและยุงที่เข้ามาจากบ่อพักน้ำเสียและกองมูลหลังคอก
คุณสมพงษ์บอกว่าเขาเข้าคอกทุกวันมายี่สิบเอ็ดปี เขาเห็นแมลงในคอกทุกวันจนคิดว่าเป็นเรื่องปกติของฟาร์ม เขาไม่เคยคิดเลยว่าสิ่งที่เขาเห็นทุกวันจนชินคือสิ่งที่กินน้ำนมของเขาไปวันละสองร้อยลิตร
คนที่ไม่ได้เลี้ยงโคนมมักไม่เข้าใจว่าแมลงกัดทำไมถึงกระทบผลผลิตขนาดนั้น คำอธิบายอยู่ที่สรีรวิทยาของวัว แม่โครีดนมสร้างน้ำนมได้ดีที่สุดตอนนอนเคี้ยวเอื้อง เพราะการนอนทำให้เลือดไหลเวียนไปที่เต้านมมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ วัวที่นอนน้อยจึงให้นมน้อยลงโดยตรง
ปัจจัยที่สองคือพลังงาน วัวที่ต้องสะบัดหัว สะบัดหาง เตะท้อง และลุกยืนตลอดคืน ใช้พลังงานไปกับการไล่แมลงแทนที่จะใช้สร้างน้ำนม พลังงานที่เสียไปตรงนี้สะสมกันทั้งคืนกลายเป็นตัวเลขที่เห็นได้จริงในถังนม
ปัจจัยที่สามคือความเครียด ซึ่งทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลที่ไปยับยั้งฮอร์โมนออกซิโทซินซึ่งจำเป็นต่อการปล่อยน้ำนม วัวที่เครียดจึงรีดนมออกได้ไม่หมดเต้า และน้ำนมที่ค้างในเต้ายังเป็นสาเหตุของเต้านมอักเสบตามมาอีก
ปัจจัยสุดท้ายคือการกินอาหาร วัวที่ถูกแมลงรบกวนจะยืนกินอาหารที่รางได้สั้นลงและกินได้น้อยลง ซึ่งเป็นวงจรที่ซ้ำเติมกันไปอีกชั้นหนึ่ง เมื่อรวมทั้งสี่ปัจจัย ตัวเลข 210 ลิตรต่อวันจึงไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลย
น้ำนมที่หายไปปีละกว่า 25,000 ลิตร ถ้าคิดที่ราคารับซื้อของสหกรณ์ประมาณ 20 บาทต่อลิตร คิดเป็นเงินราว 500,000 บาทต่อปี นี่คือตัวเลขที่ชัดเจนที่สุด แต่คุณสมพงษ์บอกว่าความเสียหายจริงมากกว่านั้น
เต้านมอักเสบเพิ่มขึ้นชัดเจนในฤดูฝน ปีที่แล้วเขามีแม่โคเป็นเต้านมอักเสบ 14 ตัว ต้องพักการส่งนมระหว่างใช้ยาปฏิชีวนะ และน้ำนมในช่วงนั้นต้องทิ้งทั้งหมด รวมค่ายา ค่าสัตวแพทย์ และน้ำนมที่ทิ้งไปอีกประมาณ 90,000 บาท
อัตราการผสมติดก็ลดลงในฤดูฝนเช่นกัน วัวที่เครียดเรื้อรังมีปัญหาเรื่องการเป็นสัดที่ไม่ชัดเจนและผสมไม่ติด ทำให้ระยะห่างระหว่างการคลอดยืดออก ซึ่งในระบบโคนมหมายถึงจำนวนวันรีดนมที่หายไปของทั้งฝูงในปีถัดไป
และมีต้นทุนที่วัดยากแต่มีจริงคือ คุณภาพน้ำนม เมื่อวัวเครียดและมีเต้านมอักเสบแฝง ค่าเซลล์โซมาติกจะสูงขึ้น ซึ่งกระทบเกรดน้ำนมและราคารับซื้อโดยตรง
อย่างแรกที่เขาทำคือแขวนกาวดักแมลงวันทั่วคอก ใช้ไปเดือนละหลายร้อยแผ่น กาวเต็มภายในสองวัน ซึ่งแสดงว่ามีแมลงเยอะจริง แต่จำนวนแมลงในคอกไม่ได้ลดลงเลย เพราะแมลงเกิดใหม่เร็วกว่าที่กาวจะดักได้
อย่างที่สองคือฉีดพ่นสารกำจัดแมลงด้วยเครื่องพ่นแรงดันน้ำแบบที่ใช้ฉีดล้างคอก วิธีนี้เปียกทั้งคอก ทำให้พื้นลื่นและวัวเสี่ยงลื่นล้ม ทั้งยังใช้สารเคมีเปลืองมากและละอองหยาบเกินกว่าจะไปถึงแมลงที่เกาะอยู่ตามซอกหลังคาและโครงเหล็ก
อย่างที่สามคือติดพัดลมเพิ่ม ซึ่งช่วยได้จริงในบางจุดเพราะลมแรงทำให้แมลงเกาะยาก แต่ช่วยได้เฉพาะบริเวณที่ลมถึง และค่าไฟเพิ่มขึ้นเดือนละหลายพันบาทโดยที่ปัญหาหลักยังอยู่
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อเขาไปดูงานฟาร์มโคนมขนาดใหญ่แห่งหนึ่งแล้วเห็นพนักงานสะพายเครื่องพ่นหมอกควันเดินพ่นรอบคอกและกองมูลตอนเย็น เจ้าของฟาร์มนั้นบอกเขาสั้น ๆ ว่า ต้องไปจัดการที่แมลงตัวเต็มวัยตรงจุดที่มันเกาะพัก ไม่ใช่ไล่มันในคอก
น้ำนมวันละ 210 ลิตรที่หายไปสี่เดือนต่อปี คิดเป็นเงินประมาณ 500,000 บาท ซึ่งเป็นรายได้ที่ฟาร์มควรได้จากวัวชุดเดิม อาหารชุดเดิม และแรงงานชุดเดิม การสูญเสียแบบนี้เจ็บกว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เพราะมันคือกำไรที่หายไปโดยไม่มีอะไรได้กลับมาเลย
วัวที่รีดไม่หมดเต้าเพราะเครียด มีความเสี่ยงเต้านมอักเสบสูงขึ้นมาก ฟาร์มนี้มีแม่โคเป็นเต้านมอักเสบ 14 ตัวในปีเดียว รวมค่ายา ค่าสัตวแพทย์ และน้ำนมที่ต้องทิ้งระหว่างใช้ยาปฏิชีวนะ ประมาณ 90,000 บาท
ความเครียดเรื้อรังทำให้การแสดงอาการเป็นสัดไม่ชัดและอัตราการผสมติดลดลง ระยะห่างระหว่างการคลอดที่ยืดออกเพียงเดือนเดียวต่อตัว เมื่อคูณด้วยแม่โคเกือบร้อยตัว หมายถึงวันรีดนมที่หายไปมหาศาลในปีถัดไป
แมลงวันคอกและยุงในฟาร์มไม่ได้รบกวนเฉพาะวัว คนในฟาร์มที่ทำงานในคอกวันละหลายชั่วโมงก็เสี่ยงต่อโรคที่มียุงเป็นพาหะ และแมลงวันยังเป็นพาหะนำเชื้อโรคทางเดินอาหารมาสู่คนและปนเปื้อนอุปกรณ์รีดนมได้
ดักได้จริงจนกาวเต็มภายในสองวัน แต่จำนวนแมลงในคอกไม่ลดเลย เพราะแมลงวันคอกวางไข่ในกองมูลและวัสดุรองนอนที่ชื้น ออกลูกใหม่ได้เร็วกว่าที่กาวจะดักทัน มันจึงเป็นการวัดปริมาณปัญหามากกว่าการแก้ปัญหา
ทำให้คอกเปียกและพื้นลื่น ซึ่งอันตรายต่อวัวที่ลื่นล้มแล้วอาจสะโพกหลุด ทั้งยังเปลืองสารเคมีมากเพราะละอองหยาบตกลงพื้นทันที และเข้าไม่ถึงซอกหลังคา โครงเหล็ก และมุมมืดที่แมลงเกาะพักในเวลากลางวัน
ช่วยได้จริงในรัศมีที่ลมถึงและช่วยระบายความร้อนด้วย แต่ไม่ได้ลดจำนวนแมลงในฟาร์มลงเลย และค่าไฟที่เพิ่มขึ้นเดือนละหลายพันบาทเป็นต้นทุนถาวรที่ไม่ได้แก้ต้นตอ
ช่วยเรื่องกลิ่นและลดการวางไข่ได้บ้าง แต่ไม่ได้จัดการกับแมลงตัวเต็มวัยที่มีอยู่แล้วนับหมื่นตัวในฟาร์ม และไม่ครอบคลุมแหล่งเพาะพันธุ์อื่นเช่นบ่อพักน้ำเสีย รางระบายน้ำล้างคอก และเศษหญ้าหมักที่ตกหล่น
ช่วยได้เฉพาะตัววัวและมีอายุจำกัด ทั้งยังมีต้นทุนต่อตัวสูงเมื่อคูณด้วยจำนวนแม่โคเกือบร้อยตัว และที่สำคัญคือเมื่อจำนวนแมลงในสิ่งแวดล้อมยังมากเท่าเดิม แรงกดดันต่อวัวก็ยังสูงอยู่ดี
หลังจากดูงานที่ฟาร์มใหญ่ คุณสมพงษ์เข้าใจหลักการที่เขามองข้ามมาตลอด คือแมลงวันคอกและยุงใช้เวลาส่วนใหญ่ของวันเกาะพักอยู่ตามที่มืดและอับลม เช่น ใต้หลังคาคอก โครงเหล็ก ซอกเสา ผนังด้านหลัง พุ่มไม้รอบฟาร์ม กองมูล และรอบบ่อพักน้ำเสีย แล้วจึงออกมารบกวนวัวในช่วงเวลาที่เหมาะสม
การไล่แมลงในคอกจึงเป็นการแก้ที่ปลายทาง สิ่งที่ได้ผลจริงคือการลดจำนวนแมลงตัวเต็มวัยในจุดเกาะพักเหล่านั้นลง ซึ่งต้องใช้เครื่องมือที่ทำให้ละอองสารลอยเข้าไปถึงซอกและที่สูงได้ ไม่ใช่ละอองหยาบที่ตกลงพื้น
เครื่องพ่นหมอกควันทำงานนี้ได้ดีที่สุด เพราะหมอกลอยขึ้นไปตามใต้หลังคา แทรกเข้าโครงเหล็ก และคลุมกองมูลกับพุ่มไม้รอบฟาร์มได้ในเวลาไม่กี่นาที โดยไม่ทำให้คอกเปียกและไม่ทำให้พื้นลื่น
เครื่องยังต้องทนสภาพฟาร์มที่มีทั้งความชื้น แอมโมเนีย และการล้างทำความสะอาดบ่อย ๆ ซึ่งเป็นเหตุผลที่คุณสมพงษ์เลือก AIROFOG AT35 ที่ตัวถังทำจากสแตนเลส 100 เปอร์เซ็นต์
แมลงวันคอกเกาะพักตอนกลางคืนตามใต้หลังคา คานเหล็ก และซอกเสา ซึ่งเป็นจุดที่เครื่องพ่นแรงดันน้ำเข้าไม่ถึงเลย AIROFOG AT35 สร้างหมอกที่เบาพอจะลอยขึ้นไปคลุมพื้นที่เหล่านั้นได้ทั่ว ทำให้จัดการแมลงในจุดที่มันอยู่จริง ไม่ใช่แค่ในอากาศที่วัวยืน
ข้อนี้สำคัญมากสำหรับฟาร์มโคนม เพราะวัวลื่นล้มหนึ่งตัวอาจหมายถึงการคัดทิ้ง หมอกควันใช้ปริมาณของเหลวน้อยมากเมื่อเทียบกับการฉีดพ่นด้วยน้ำ พื้นคอกจึงยังแห้งและปลอดภัยสำหรับวัว ขณะที่ประสิทธิภาพในการจัดการแมลงสูงกว่า
อากาศในคอกโคนมมีแอมโมเนียสูงและความชื้นสูงตลอดเวลา ซึ่งกัดกร่อนโลหะทั่วไปอย่างรวดเร็ว เครื่องที่ตัวถังเป็นสแตนเลสทั้งตัวจึงอยู่ได้นานกว่ามากในสภาพแบบนี้ ทำให้ต้นทุนต่อปีต่ำกว่าเครื่องราคาถูกที่ต้องเปลี่ยนทุกปีถึงสองปี
แหล่งแมลงในฟาร์มโคนมกระจายอยู่หลายจุดที่รถเข้าไม่ได้ ทั้งหลังคอก กองมูล บ่อพักน้ำเสีย และแนวพุ่มไม้รอบรั้ว AT35 น้ำหนักเบาพอให้คนเดียวสะพายเดินครอบคลุมทุกจุดได้ในรอบเดียว โดยไม่ต้องขนย้ายอุปกรณ์หนัก
ฟาร์มโคนมต้องเลือกสารเคมีอย่างระมัดระวังเพราะเกี่ยวข้องกับอาหารสัตว์และน้ำนม การที่เครื่องรองรับได้ทั้งสองสูตรทำให้เลือกใช้สารที่ขึ้นทะเบียนสำหรับปศุสัตว์ได้ตรงตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ และสลับสารเพื่อลดการดื้อยาได้
ฟาร์มโคนมมีตารางเวลาที่ตายตัวมาก คือรีดนมเช้าเย็นและให้อาหารตามเวลา การเป็นเจ้าของเครื่องทำให้พ่นได้ในช่วงที่วัวออกไปแปลงหญ้าหรือหลังรีดนมเย็น ซึ่งเป็นเวลาที่ปลอดภัยและได้ผลที่สุด โดยไม่ต้องรอผู้รับจ้างที่มาไม่ตรงเวลา
คอกโคนมขนาด 96 ตัวพร้อมกองมูลและบ่อพักน้ำ ใช้เวลาพ่นด้วย AT35 เพียงประมาณ 30 ถึง 45 นาทีต่อรอบ ซึ่งสั้นพอที่จะทำเป็นกิจวัตรประจำวันได้จริง ไม่กระทบตารางงานอื่นของฟาร์ม
การรับรองสองประเทศนี้หมายถึงเครื่องผ่านการทดสอบเรื่องความปลอดภัยและความสม่ำเสมอของขนาดละออง ซึ่งในฟาร์มปศุสัตว์สำคัญมาก เพราะขนาดละอองที่คงที่หมายถึงการควบคุมปริมาณสารเคมีที่แม่นยำและคาดเดาผลได้
สำหรับฟาร์มของหน่วยงานราชการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการปศุสัตว์ สหกรณ์โคนม หรือสถาบันการศึกษาที่มีฟาร์มสาธิต การที่เครื่องตรงตามบัญชีมาตรฐานครุภัณฑ์ทำให้จัดซื้อและตรวจรับได้ง่ายโดยไม่ต้องตีความสเปกใหม่
ฟาร์มโคนมหยุดไม่ได้แม้แต่วันเดียว ถ้าเครื่องเสียแล้วต้องรออะไหล่จากต่างประเทศเป็นเดือน ประชากรแมลงจะกลับมาเท่าเดิมและผลผลิตน้ำนมจะตกอีกครั้ง การมีศูนย์ซ่อมและอะไหล่แท้ในประเทศจึงมีค่ามากกว่าส่วนลดตอนซื้อ
เดินสำรวจทั้งฟาร์มในเวลากลางวันเพื่อหาจุดที่แมลงเกาะพัก ทั้งใต้หลังคา โครงเหล็ก ซอกเสา ผนังหลังคอก และเดินหาแหล่งเพาะพันธุ์ ทั้งกองมูล บ่อพักน้ำเสีย รางระบายน้ำล้างคอก เศษหญ้าหมักตกหล่น และภาชนะมีน้ำขัง แล้วแยกจุดที่จัดการได้ทันทีกับจุดที่ต้องพ่นประจำ
ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดคือหลังรีดนมเย็นและหลังวัวออกจากคอกไปแปลงหญ้า พ่นคลุมใต้หลังคา โครงเหล็ก ผนัง กองมูล และแนวพุ่มไม้รอบฟาร์ม สองสัปดาห์แรกพ่นทุกวันเพื่อตัดวงจร หลังจากนั้นปรับเป็นสองถึงสามครั้งต่อสัปดาห์ในฤดูฝนและสัปดาห์ละครั้งในฤดูแล้ง
ตัวชี้วัดที่ดีที่สุดในฟาร์มโคนมคือปริมาณน้ำนมรายวันและเวลาที่วัวนอนเคี้ยวเอื้อง ซึ่งดูได้จากกล้องหรือการเดินสังเกตในเวลาเดิมทุกคืน บันทึกควบคู่กับจำนวนแมลงบนกาวดักที่แขวนไว้เป็นจุดวัด สามตัวเลขนี้จะบอกได้ชัดว่าควรเพิ่มหรือลดความถี่ในการพ่น
undefined
undefined — undefined
กองมูลเป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงวันคอกที่ใหญ่ที่สุดในฟาร์มโคนมทุกแห่ง แมลงวันวางไข่ในมูลที่มีความชื้นเหมาะสม และใช้เวลาจากไข่เป็นตัวเต็มวัยเพียงประมาณเจ็ดถึงสิบวันในอากาศร้อนชื้นของบ้านเรา วิธีที่ได้ผลคือกลับกองมูลให้ร้อนขึ้นเพื่อทำลายไข่และตัวอ่อน หรือขนออกให้ถี่ขึ้นในฤดูฝน ควบคู่กับการพ่นคลุมผิวกอง
บ่อพักน้ำเสียจากการล้างคอกเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงที่สำคัญ โดยเฉพาะบ่อที่มีวัชพืชขึ้นริมขอบ เพราะยุงชอบวางไข่ในน้ำนิ่งที่มีที่กำบัง การเล็มวัชพืชรอบบ่อให้โปร่งและปล่อยปลากินลูกน้ำ เป็นมาตรการที่ต้นทุนต่ำมากแต่ได้ผลชัด
รางระบายน้ำล้างคอกที่ลาดเอียงไม่พอทำให้มีน้ำค้างเป็นแอ่งตลอดแนว ซึ่งเป็นจุดที่คนเลี้ยงมองข้ามมากที่สุดเพราะดูเหมือนน้ำไหล การปรับความลาดเอียงหรือขูดตะกอนออกเป็นประจำแก้ได้ถาวร
จุดสุดท้ายคือเศษหญ้าหมักและอาหารข้นที่ตกหล่นรอบราง เมื่อผสมกับความชื้นจะกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงวันขนาดย่อมได้ภายในไม่กี่วัน การกวาดรางให้สะอาดทุกวันจึงเป็นงานเล็กที่ให้ผลใหญ่
เรื่องที่คนเลี้ยงโคนมกังวลมากที่สุดคือสารเคมีจะปนเปื้อนน้ำนมหรือไม่ คำตอบคือถ้าเลือกสารที่ขึ้นทะเบียนสำหรับใช้ในฟาร์มปศุสัตว์และปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด ความเสี่ยงจะต่ำมาก แต่ต้องทำให้ถูกวิธีจริง ๆ ไม่ใช่ทำตามความเคยชิน
หลักปฏิบัติที่สำคัญที่สุดคือ ไม่พ่นขณะมีวัวอยู่ในคอก ควรพ่นในช่วงที่วัวออกไปแปลงหญ้าหรือย้ายไปคอกอื่น และเว้นระยะอย่างน้อย 30 นาทีถึงหนึ่งชั่วโมงก่อนนำวัวกลับเข้า พร้อมกับเปิดระบายอากาศให้ทั่ว
ต้องปิดคลุมรางอาหาร ถังน้ำดื่ม และอุปกรณ์รีดนมทุกครั้งก่อนพ่น และถ้าเป็นอุปกรณ์ที่สัมผัสน้ำนมโดยตรง ควรล้างทำความสะอาดตามมาตรฐานก่อนใช้งานรอบถัดไป ข้อนี้ไม่ควรลัดขั้นตอนเด็ดขาด
สุดท้ายควรปรึกษาสัตวแพทย์ประจำฟาร์มหรือเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอในการเลือกชนิดสารและอัตราส่วน โดยเฉพาะฟาร์มที่ส่งนมเข้าสหกรณ์ซึ่งมีการสุ่มตรวจสารตกค้าง การมีเอกสารบันทึกการใช้สารเคมีจะเป็นผลดีต่อฟาร์มมากเมื่อถูกตรวจสอบ
ไม่ควรครับ ควรพ่นในช่วงที่วัวออกจากคอกไปแปลงหญ้าหรือย้ายไปคอกอื่น แล้วเว้นระยะประมาณ 30 นาทีถึงหนึ่งชั่วโมงพร้อมระบายอากาศก่อนนำวัวกลับเข้า ในทางปฏิบัติทำได้ง่ายเพราะฟาร์มโคนมมีตารางเวลาที่แน่นอนอยู่แล้ว
ถ้าใช้สารที่ขึ้นทะเบียนสำหรับฟาร์มปศุสัตว์ ตามอัตราส่วนที่กำหนด และปิดคลุมอุปกรณ์รีดนมกับรางอาหารทุกครั้ง ความเสี่ยงต่ำมาก แนะนำให้ปรึกษาสัตวแพทย์ประจำฟาร์มในการเลือกชนิดสาร และเก็บบันทึกการใช้ไว้เป็นหลักฐาน
ฟาร์มโคนมขนาด 50 ถึง 150 ตัวโดยทั่วไปใช้เครื่องเดียวเพียงพอ เพราะพ่นทั้งคอก กองมูล และบ่อพักน้ำได้ภายใน 30 ถึง 45 นาที ฟาร์มขนาดใหญ่กว่านั้นหรือฟาร์มที่แยกคอกเป็นหลายโรงห่างกัน ควรมีสองเครื่องเพื่อให้จบภายในหน้าต่างเวลาเดียว
สองสัปดาห์แรกควรพ่นทุกวันเพื่อตัดวงจรการเกิดใหม่ หลังจากนั้นในฤดูฝนพ่นสองถึงสามครั้งต่อสัปดาห์ และในฤดูแล้งสัปดาห์ละครั้ง ตัวเลขที่ควรใช้ตัดสินใจคือปริมาณน้ำนมรายวันและจำนวนแมลงบนกาวดักที่ใช้เป็นจุดวัด
ไม่ครับ นี่คือข้อได้เปรียบสำคัญของหมอกควันเมื่อเทียบกับการฉีดพ่นด้วยน้ำ หมอกควันใช้ปริมาณของเหลวน้อยมาก พื้นคอกจึงยังแห้งและปลอดภัยสำหรับวัว ซึ่งสำคัญมากเพราะวัวลื่นล้มหนึ่งตัวอาจต้องคัดทิ้ง
ได้ครับ หมอกควันจัดการแมลงบินตัวเต็มวัยได้ทั้งแมลงวันคอกและยุง ซึ่งเป็นสองปัญหาหลักของฟาร์มโคนม แต่ต้องทำควบคู่กับการจัดการแหล่งเพาะพันธุ์ ทั้งกองมูลและน้ำขัง มิฉะนั้นจะมีรุ่นใหม่เกิดขึ้นมาทดแทนตลอด
ฟาร์มส่วนใหญ่เริ่มเห็นพฤติกรรมวัวเปลี่ยนภายในหนึ่งถึงสองสัปดาห์ คือวัวนอนเคี้ยวเอื้องนานขึ้นและสงบขึ้น ส่วนตัวเลขน้ำนมมักเห็นชัดในสัปดาห์ที่สี่ถึงหก เพราะร่างกายวัวต้องใช้เวลาปรับตัวหลังจากเครียดสะสมมานาน
AIROFOG มีศูนย์ซ่อมและอะไหล่แท้ในประเทศไทย พร้อมช่างที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี จึงไม่ต้องรออะไหล่จากต่างประเทศเป็นเดือน สำหรับฟาร์มที่หยุดพ่นแล้วผลผลิตตกทันที ความเร็วในการซ่อมมีค่ามากกว่าราคาเครื่อง
สิ่งที่เรื่องของคุณสมพงษ์สอนไว้ชัดที่สุดคือ ปัญหาที่เราเห็นทุกวันจนชิน มักเป็นปัญหาที่เราไม่เคยนับ และสิ่งที่ไม่ถูกนับก็ไม่เคยถูกแก้
วัวไม่มีทางบอกเราว่ามันนอนไม่ได้ แต่ถังนมบอกทุกวัน ฟาร์มที่จดตัวเลขผลผลิตรายวันและสังเกตพฤติกรรมวัวอย่างจริงจัง จะเห็นสัญญาณเหล่านี้ก่อนที่มันจะกลายเป็นความเสียหายหลักแสนหลักล้าน
การจัดการแมลงในฟาร์มโคนมไม่ใช่งานเสริม แต่คือส่วนหนึ่งของการจัดการผลผลิตเหมือนกับอาหารและน้ำ และเป็นการลงทุนที่คืนทุนเร็วที่สุดอย่างหนึ่งเท่าที่ฟาร์มโคนมทำได้
ปรึกษาทีมงาน World Health Disinfection เพื่อเลือกเครื่องและวางตารางการพ่นที่เหมาะกับขนาดฟาร์มและกิจวัตรการรีดนมของคุณ
ดูรายละเอียดเครื่องและราคา คลิกที่นี่
โทร 065-556-6294 หรือแอดไลน์ @whd268
#เครื่องพ่นหมอกควัน #AIROFOGAT35 #ฟาร์มโคนม #กำจัดแมลงวันคอก #เพิ่มผลผลิตน้ำนม #ครุภัณฑ์เครื่องพ่นหมอกควัน #WorldHealthDisinfection
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง: เครื่องพ่นหมอกควัน, กำจัดแมลงวันฟาร์มโคนม, เครื่องพ่นหมอกควันฟาร์ม, AIROFOG AT35, กำจัดยุงในคอกสัตว์, ครุภัณฑ์เครื่องพ่นหมอกควัน