Last updated: 6 ก.ย. 2569 | 17 จำนวนผู้เข้าชม |
เครื่องพ่นฆ่าเชื้อโควิด 19 ปี 2569 สำหรับซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ และร้านค้าปลีก
ทำไมร้านที่ไม่เคยปิดถึงเป็นร้านที่จัดการยากที่สุด และการพ่นแบบแบ่งโซนแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร
ซูเปอร์มาร์เก็ตที่เปิดยี่สิบสี่ชั่วโมงคือร้านที่ไม่มีช่วงเวลาปิดให้ทำความสะอาดใหญ่เลย และแคชเชียร์คือคนที่ยืนอยู่จุดเดิม พูดกับลูกค้าห้าร้อยถึงแปดร้อยคนต่อกะ ในระยะห่างหกสิบเซนติเมตร นี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นจริงกับซูเปอร์มาร์เก็ตชุมชนแห่งหนึ่ง
ร้านค้าปลีกที่เปิดยี่สิบสี่ชั่วโมงมีปัญหาที่ร้านทั่วไปไม่มี ร้านทั่วไปมีช่วงปิดตอนกลางคืนที่ทีมทำความสะอาดเข้าไปจัดการได้เต็มที่ ร้านยี่สิบสี่ชั่วโมงไม่มีช่วงนั้นเลย ทุกการทำความสะอาดต้องทำขณะที่ยังมีลูกค้าอยู่ในร้าน
ผู้จัดการร้านส่วนใหญ่ทำตามมาตรฐานของเชนอย่างเคร่งครัด เช็ดเคาน์เตอร์ทุกชั่วโมง เช็ดตะกร้าและรถเข็น ทำความสะอาดเครื่องรูดบัตร วางเจลแอลกอฮอล์ที่ทางเข้า ทุกอย่างถูกต้อง และทั้งหมดคืองานพื้นผิว ในขณะที่อากาศในร้านที่มีลูกค้าเดินเข้าออกวันละสองพันคนไม่เคยถูกจัดการเลย
บทความนี้เล่าเรื่องทั้งหมด ตั้งแต่กะแรก ไปจนถึงเคาน์เตอร์ที่ต้องปิดครึ่งหนึ่ง และสิ่งที่หยุดมันได้จริง อุปกรณ์ตรงกลางของเรื่องคือเครื่องพ่นละอองฝอย ULV รุ่น AIROFOG U260 เครื่องพ่นเย็นสัญชาติเยอรมันที่ให้ละอองขนาด 15-30 ไมครอน
คุณสุรชัยเป็นผู้จัดการซูเปอร์มาร์เก็ตชุมชนขนาดหนึ่งพันสองร้อยตารางเมตรในย่านที่อยู่อาศัยแห่งหนึ่ง เปิดยี่สิบสี่ชั่วโมงมาเจ็ดปี มีพนักงานทั้งหมดสี่สิบหกคน แบ่งสามกะ และมีแคชเชียร์สิบแปดคนหมุนเวียนประจำเคาน์เตอร์แปดช่อง
ร้านมีลูกค้าประมาณสองพันคนต่อวัน หนาแน่นที่สุดช่วงห้าโมงเย็นถึงสองทุ่ม ซึ่งเป็นช่วงที่คนในหมู่บ้านเลิกงานกลับบ้าน แคชเชียร์แต่ละคนคิดเงินให้ลูกค้าประมาณห้าร้อยถึงแปดร้อยคนต่อกะ ในระยะห่างจากลูกค้าประมาณหกสิบเซนติเมตร
อาคารเป็นอาคารเดี่ยวชั้นเดียว ปิดสนิทและเปิดแอร์ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง เพราะมีสินค้าแช่เย็นและต้องคุมอุณหภูมิทั้งร้าน ประตูอัตโนมัติเปิดปิดตลอดเวลาแต่เป็นการเปิดชั่วครู่ไม่ใช่การระบายอากาศ
เดือนนั้นมีแคชเชียร์คนหนึ่งมาทำงานทั้งที่เจ็บคอ เธอทำงานกะบ่ายซึ่งเป็นกะที่คนแน่นที่สุด และห้องพักพนักงานที่ทุกคนใช้ก็เป็นห้องขนาดยี่สิบตารางเมตรที่คนสิบกว่าคนเข้าไปพักพร้อมกัน
วันที่สามมีแคชเชียร์ลาป่วยสามคน วันที่หกเป็นเจ็ดคน วันที่สิบเป็นสิบสองคนจากสิบแปดคน และพนักงานคลังสินค้าอีกสี่คน
คุณสุรชัยสังเกตว่ากลุ่มที่ป่วยหนักที่สุดคือแคชเชียร์ ในขณะที่พนักงานจัดเรียงสินค้าที่เดินทั่วร้านทั้งวันป่วยน้อยกว่ามาก ทั้งที่อยู่ในร้านเดียวกันจำนวนชั่วโมงเท่ากัน
ความต่างคือแคชเชียร์ยืนอยู่จุดเดิมตลอดกะ พูดกับคนห้าร้อยถึงแปดร้อยคนในระยะหกสิบเซนติเมตร ในขณะที่พนักงานจัดเรียงเดินไปทั่วร้านหนึ่งพันสองร้อยตารางเมตรและไม่ได้อยู่ใกล้ใครนานเกินไม่กี่นาที
เมื่อเหลือแคชเชียร์หกคน ร้านต้องปิดเคาน์เตอร์เหลือสี่ช่องจากแปดช่อง คิวชำระเงินช่วงเย็นยาวขึ้นเป็นเท่าตัว และลูกค้าจำนวนหนึ่งวางตะกร้าทิ้งแล้วเดินออก
ในธุรกิจค้าปลีกชุมชน ลูกค้าเลือกร้านจากความสะดวกเป็นหลัก และมีร้านสะดวกซื้อกับซูเปอร์มาร์เก็ตอีกสองแห่งในรัศมีหนึ่งกิโลเมตร
เมื่อคิวชำระเงินยาวขึ้นเป็นเท่าตัวติดต่อกันสองสัปดาห์ ยอดขายเฉลี่ยต่อวันลดลงประมาณสิบแปดเปอร์เซ็นต์ ซึ่งสำหรับร้านขนาดนี้คิดเป็นยอดที่หายไปประมาณหนึ่งล้านหนึ่งแสนบาทในสองสัปดาห์นั้น
ที่กระทบต่อเนื่องคือสินค้าสดที่สั่งมาตามยอดขายปกติแต่ขายไม่ทัน ทำให้ของเสียเพิ่มขึ้นประมาณเก้าหมื่นบาทในช่วงเดียวกัน
และเมื่อลูกค้าประจำเปลี่ยนไปซื้อร้านอื่นสองสัปดาห์ติด หลายคนก็ติดนิสัยใหม่ ยอดขายใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือนครึ่งกว่าจะกลับมาเท่าเดิมหลังคนกลับมาครบ
เมื่อคุณสุรชัยปรึกษาสำนักงานใหญ่ของเชน คำแนะนำแรกคือให้จ้างทีมพ่นฆ่าเชื้อมาทำนอกเวลา ซึ่งเขาตอบกลับไปว่าร้านไม่มีนอกเวลา เพราะเปิดยี่สิบสี่ชั่วโมง
นั่นคือปัญหาที่แท้จริงของร้านค้าปลีกยี่สิบสี่ชั่วโมง ไม่ใช่ว่าไม่อยากทำ แต่คือไม่มีหน้าต่างเวลาให้ทำแบบที่ทำกันทั่วไป และการปิดร้านเพื่อพ่นแม้แต่หนึ่งชั่วโมงก็เสียยอดขายและเสียความเชื่อมั่นของลูกค้าที่ชินว่าร้านนี้เปิดตลอด
ทางออกที่เขาพบคือการพ่นแบบแบ่งโซน พ่นทีละส่วนของร้านในช่วงที่โซนนั้นมีลูกค้าน้อยที่สุด โดยกั้นโซนชั่วคราวเหมือนที่ร้านทำอยู่แล้วเวลาถูพื้น
สิ่งที่ร้านต้องการคือเครื่องที่พ่นโซนหนึ่งได้เร็วพอที่จะเปิดโซนนั้นคืนภายในไม่กี่นาที มีกำลังพอสำหรับโซนเคาน์เตอร์แคชเชียร์และห้องพักพนักงานซึ่งเป็นจุดเสี่ยงจริง และไม่ทำอันตรายกับสินค้าและตู้แช่
แคชเชียร์ยืนจุดเดิมตลอดกะและพูดกับลูกค้าห้าร้อยถึงแปดร้อยคนในระยะหกสิบเซนติเมตร ในขณะที่พนักงานจัดเรียงเดินทั่วร้านและไม่อยู่ใกล้ใครนาน ความเสี่ยงจึงกระจุกที่ตำแหน่งเดียว
ในร้านค้าปลีกชุมชนที่มีคู่แข่งอีกสองแห่งในรัศมีหนึ่งกิโลเมตร คิวที่ยาวขึ้นเป็นเท่าตัวทำให้ลูกค้าวางตะกร้าแล้วเดินออกในวันนั้นเลย ไม่ต้องรอให้ไม่พอใจสะสม
การซื้อของประจำเป็นเรื่องของนิสัย เมื่อลูกค้าเปลี่ยนไปซื้อร้านอื่นสองสัปดาห์ติด หลายคนไม่กลับมาทันทีแม้คิวจะสั้นแล้ว ยอดใช้เวลาเดือนครึ่งกว่าจะฟื้น
ร้านสั่งของสดล่วงหน้าตามยอดขายปกติ เมื่อยอดตกสิบแปดเปอร์เซ็นต์กะทันหัน ของสดที่ขายไม่ทันกลายเป็นของเสียเพิ่มขึ้นราวเก้าหมื่นบาทในสองสัปดาห์
การเช็ดพื้นผิวสัมผัสบ่อย ๆ เป็นมาตรฐานที่ถูกต้องและได้ผลกับสิ่งที่มือแตะ แต่มันไม่ได้ทำอะไรกับอากาศตรงหน้าเคาน์เตอร์ที่แคชเชียร์พูดกับลูกค้าห้าร้อยถึงแปดร้อยคนต่อกะ
เจลแอลกอฮอล์ช่วยเรื่องการสัมผัสและเป็นสิ่งที่ลูกค้าเห็นแล้วสบายใจ แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ใช้ตอนเข้าร้าน ไม่ได้ใช้ตอนยืนคุยกับแคชเชียร์ที่เคาน์เตอร์
แผ่นกั้นช่วยกับละอองใหญ่ที่พุ่งตรงได้จริง แต่ไม่ได้ช่วยกับละอองละเอียดที่ลอยข้ามและอ้อมแผ่นไปตามกระแสลมของแอร์ และในหลายร้าน แผ่นกั้นทำให้แคชเชียร์ต้องพูดดังขึ้นซึ่งปล่อยละอองมากขึ้น
หลายคนคิดว่าประตูที่เปิดปิดตลอดทำให้อากาศถ่ายเท แต่การเปิดชั่วครู่ครั้งละไม่กี่วินาทีในอาคารปิดที่ต้องคุมอุณหภูมิเพื่อสินค้าแช่เย็น แทบไม่ได้เปลี่ยนอากาศในร้านเลย
คำแนะนำมาตรฐานนี้ใช้กับร้านยี่สิบสี่ชั่วโมงไม่ได้ เพราะร้านไม่มีนอกเวลา และการปิดร้านแม้หนึ่งชั่วโมงก็เสียทั้งยอดขายและความเชื่อมั่นของลูกค้าที่ชินว่าร้านเปิดตลอด
สิ่งที่ต้องการไม่ใช่การเช็ดที่ถี่ขึ้น และไม่ใช่การหาช่วงปิดที่ไม่มีอยู่จริง แต่คือการจัดการอากาศแบบแบ่งโซน พ่นทีละส่วนของร้านในช่วงที่โซนนั้นมีลูกค้าน้อยที่สุด แล้วเปิดคืนภายในไม่กี่นาที
นั่นคือสิ่งที่การพ่นละอองฝอย ULV ทำได้ดี ULV ย่อมาจาก ultra-low volume คือเครื่องจะแตกน้ำยาฆ่าเชื้อให้เป็นละอองที่ละเอียดจนพฤติกรรมใกล้เคียงหมอกมากกว่าสเปรย์ ละอองเต็มปริมาตรโซนหนึ่งได้ในเวลาสั้นมาก แล้วตกลงเป็นฟิล์มบางที่แห้งเร็ว ทำให้เปิดโซนคืนได้ไว
เครื่องที่ร้านของคุณสุรชัยเลือกใช้คือ AIROFOG U260 เครื่องพ่นละอองฝอย ULV แบบพ่นเย็นสัญชาติเยอรมัน มอเตอร์ 800 วัตต์ หัวพ่นปรับได้ ให้ละอองขนาด 15-30 ไมครอน ใช้กับน้ำผสมน้ำยาฆ่าเชื้อที่ร้านเลือกเอง
นี่คือข้อที่สำคัญที่สุดสำหรับร้านยี่สิบสี่ชั่วโมง การพ่นโซนหนึ่งใช้เวลาสั้นมาก กั้นโซนชั่วคราวเหมือนตอนถูพื้น แล้วเปิดคืนภายในไม่กี่นาที ร้านจึงไม่ต้องปิดแม้แต่นาทีเดียว
ข้อมูลของร้านชี้ชัดว่าคนที่ป่วยหนักที่สุดคือแคชเชียร์ที่ยืนจุดเดิม การพ่นโซนเคาน์เตอร์บ่อยกว่าจุดอื่นจึงเป็นการจัดการที่ตรงจุดที่สุด
ห้องพักพนักงานยี่สิบตารางเมตรที่คนสิบกว่าคนเข้าไปพร้อมกันและถอดหน้ากากกินข้าว คือจุดที่หนาแน่นที่สุดในร้าน และเป็นห้องที่พ่นได้ง่ายที่สุดเพราะว่างเป็นช่วง ๆ อยู่แล้ว
การพ่นเย็นที่ขนาดละอองนี้ทิ้งฟิล์มบางมากที่แห้งเองในไม่กี่นาที ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ทำให้การพ่นแบบแบ่งโซนในร้านที่เปิดอยู่เป็นไปได้จริง
เครื่องกำลังนี้พ่นโซนหนึ่งจบเร็วแล้วย้ายไปโซนถัดไปได้ทันที ทำให้พนักงานคนเดียวไล่พ่นทั้งร้านได้ในกะเดียวโดยไม่มีโซนไหนปิดนาน
ร้านค้าปลีกมีสินค้าบรรจุภัณฑ์กระดาษ ตู้แช่ เครื่องคิดเงิน และเครื่องรูดบัตร หัวพ่นที่ปรับให้แห้งกว่าและการเว้นระยะจากชั้นวางตามที่เราวางให้ ทำให้พ่นได้โดยสินค้าไม่เสียหาย
U260 เป็นระบบส่งน้ำยา ไม่ผูกกับเคมียี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง ร้านในเครือจึงใช้น้ำยาที่ผ่านการอนุมัติของสำนักงานใหญ่อยู่แล้วได้ทันที ไม่ต้องเปิดกระบวนการอนุมัติใหม่
ร้านที่เปิดอยู่มีลูกค้าเดินตลอดเวลา พื้นลื่นคือความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและความรับผิดโดยตรง การพ่นที่ขนาดละอองนี้ไม่ทิ้งแอ่งน้ำบนพื้น
ไม่ต้องจ้างทีมภายนอกซึ่งมาได้แค่นอกเวลาที่ร้านไม่มี พนักงานทำความสะอาดประจำกะเพิ่มขั้นตอนพ่นเข้าไปได้เลย เรียนรู้ได้ในบ่ายเดียว
U260 ออกแบบมาสำหรับงานฆ่าเชื้อโควิด-19 และใช้อยู่ในโรงพยาบาลและห้องปฏิบัติการ สำหรับร้านที่ต้องรายงานสำนักงานใหญ่และตอบลูกค้าในชุมชน ที่มานี้คือคำตอบที่ชัดเจน
ผังร้านและการแบ่งโซนที่กั้นได้ ตำแหน่งเคาน์เตอร์แคชเชียร์ ขนาดห้องพักพนักงานและจำนวนคนต่อรอบ ตำแหน่งตู้แช่และชั้นสินค้าที่ต้องเว้นระยะ และช่วงเวลาที่แต่ละโซนมีลูกค้าน้อยที่สุด ห้าอย่างนี้กำหนดแผนการพ่นแบบแบ่งโซน ส่งผังร้านมา เราวางให้ได้
เราส่งมอบ U260 พร้อมตั้งหัวพ่นให้แห้งพอสำหรับร้านที่มีสินค้าและตู้แช่ คำนวณอัตราส่วนผสมสำหรับน้ำยาที่เชนอนุมัติ และวางระยะเว้นจากชั้นวางสินค้าให้ชัดเจน การสอนพนักงานประจำกะใช้เวลาบ่ายเดียว
รูปแบบที่ได้ผลคือสิ่งที่น่าเบื่อและทำซ้ำได้ พ่นโซนเคาน์เตอร์ทุกครั้งที่เปลี่ยนกะ พ่นห้องพักพนักงานหลังรอบพักทุกรอบ และไล่พ่นโซนขายทีละโซนในช่วงที่ลูกค้าน้อยที่สุดของแต่ละกะ พอมันอยู่ในรอบทำความสะอาดเดิมแล้ว มันจะกลายเป็นงานปกติ
“สำนักงานใหญ่แนะนำให้จ้างทีมพ่นมาทำนอกเวลา ผมตอบไปว่าร้านผมไม่มีนอกเวลาครับ เราเปิดยี่สิบสี่ชั่วโมงมาเจ็ดปี พอเราซื้อเครื่องมาเองแล้วพ่นทีละโซนแบบตอนถูพื้น ปัญหาก็จบ เราพ่นโซนเคาน์เตอร์ทุกเปลี่ยนกะเพราะแคชเชียร์คือคนที่เสี่ยงที่สุด และปีนี้ไม่มีใครล้มพร้อมกันอีกเลย”
คุณสุรชัย — ผู้จัดการซูเปอร์มาร์เก็ตชุมชน 24 ชั่วโมง
พนักงานทุกคนในร้านอยู่ในอาคารเดียวกันจำนวนชั่วโมงเท่ากัน แต่ความเสี่ยงไม่ได้เท่ากันเลย และความต่างอยู่ที่รูปแบบการเคลื่อนที่กับจำนวนคนที่เข้าใกล้
พนักงานจัดเรียงสินค้าเดินไปทั่วร้านหนึ่งพันสองร้อยตารางเมตรตลอดกะ เจอลูกค้าเป็นระยะสั้น ๆ และไม่ได้อยู่ใกล้ใครนานเกินไม่กี่นาที ปริมาณอากาศที่เขาแบ่งกับคนใดคนหนึ่งจึงน้อยมาก
แคชเชียร์ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง เขายืนอยู่จุดเดียวตลอดกะแปดชั่วโมง มีคนห้าร้อยถึงแปดร้อยคนเดินมายืนห่างหกสิบเซนติเมตรทีละคน และเขาต้องพูดกับทุกคน ซึ่งการพูดปล่อยละอองมากกว่าการหายใจเฉย ๆ
นี่คือเหตุผลที่การจัดการควรเน้นที่โซนเคาน์เตอร์มากกว่าการกระจายความพยายามให้เท่ากันทั้งร้าน เพราะความเสี่ยงในร้านค้าปลีกไม่ได้กระจายเท่ากัน แต่กระจุกอยู่ที่ไม่กี่จุด
ขนาดละอองคือสเปกที่ตัดสินว่าเครื่องจะแก้ปัญหานี้ได้จริงหรือแค่ทำให้ของเปียก ถ้าเล็กกว่าประมาณ 10 ไมครอน ละอองจะเบาจนลอยหลุดออกไปก่อนจะทำงานเสร็จ ถ้าใหญ่กว่าประมาณ 50 ไมครอน มันจะทำตัวเหมือนสเปรย์ ตกเร็ว ทำให้สินค้าบรรจุภัณฑ์กระดาษเปียกและพื้นลื่น
ช่วง 15-30 ไมครอนคือช่วงทำงานจริง ละอองลอยอยู่นานพอจะกระจายทั่วปริมาตรโซนหนึ่งของร้าน แล้วตกลงเป็นฟิล์มบางสม่ำเสมอที่แห้งเร็ว ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่สุดที่ทำให้การพ่นแบบแบ่งโซนในร้านที่เปิดอยู่ทำได้จริง
และนี่คือเหตุผลที่หัวพ่นปรับได้สำคัญกว่าขนาดถัง โซนเคาน์เตอร์ที่มีเครื่องคิดเงินและเครื่องรูดบัตรต้องการละอองแห้งกว่า ส่วนห้องพักพนักงานและห้องน้ำรับละอองปกติได้
สำหรับร้านค้าปลีก บททดสอบง่าย ๆ คือ หลังพ่นเสร็จ พื้นต้องเดินได้ในไม่กี่นาทีและไม่ลื่น เครื่องคิดเงินต้องไม่มีน้ำเกาะ และสินค้าบนชั้นในระยะที่กำหนดต้องไม่มีร่องรอยน้ำ
ไม่ต้อง เราวางแผนพ่นแบบแบ่งโซน กั้นโซนชั่วคราวเหมือนตอนถูพื้น พ่นโซนนั้นแล้วเปิดคืนภายในไม่กี่นาที ร้านยี่สิบสี่ชั่วโมงจึงไม่ต้องหยุดให้บริการเลย
ไม่เสียหาย เมื่อตั้งหัวพ่นให้แห้งเหมาะสมและเว้นระยะจากชั้นวางตามที่เราวางให้ตอนติดตั้ง เราจะกำหนดระยะและทิศทางการพ่นให้ชัดเจนสำหรับแต่ละโซน
ไม่ลื่น การพ่นเย็นแบบ ULV ที่ขนาด 15-30 ไมครอนทิ้งฟิล์มบางมากที่แห้งเองภายในไม่กี่นาที ไม่ใช่แอ่งน้ำ และเราตั้งหัวพ่นให้เหมาะกับวัสดุพื้นของร้านคุณ
โซนเคาน์เตอร์แคชเชียร์และห้องพักพนักงาน เพราะเป็นจุดที่คนอยู่ใกล้กันนานและถอดหน้ากาก ควรพ่นโซนเคาน์เตอร์ทุกเปลี่ยนกะและห้องพักหลังรอบพักทุกรอบ
ไม่เสียหาย เมื่อตั้งหัวพ่นให้แห้งเหมาะสม เราแนะนำให้เว้นระยะจากช่องลมตู้แช่และปิดคลุมเครื่องรูดบัตรระหว่างพ่น ซึ่งเป็นขั้นตอนที่เราวางให้เป็นเช็กลิสต์
ได้ พนักงานทำความสะอาดประจำกะเพิ่มขั้นตอนพ่นเข้าไปได้เลย เราสอนตอนส่งมอบ ใช้เวลาบ่ายเดียว และทำได้ทุกกะโดยไม่ต้องรอทีมภายนอก
เครื่องใช้กับน้ำผสมน้ำยาฆ่าเชื้อที่คุณเลือก ไม่ผูกกับผลิตภัณฑ์ยี่ห้อเดียว ร้านในเครือส่วนใหญ่ใช้น้ำยาที่สำนักงานใหญ่อนุมัติไว้แล้ว เราคำนวณอัตราส่วนผสมให้
สิ่งที่สิ้นเปลืองคือน้ำและน้ำยา และการพ่นแบบ ULV ใช้น้ำยาต่อรอบน้อยกว่าการฉีดสเปรย์มาก สำหรับร้านขนาดนี้ ต้นทุนต่อวันน้อยกว่ายอดขายเฉลี่ยของลูกค้าไม่กี่ราย
ร้านของคุณสุรชัยเสียยอดขายไปราวหนึ่งล้านหนึ่งแสนบาทในสองสัปดาห์ บวกของสดเสียอีกเก้าหมื่นบาท และใช้เวลาเดือนครึ่งกว่ายอดจะกลับมา จากการที่แคชเชียร์ป่วยพร้อมกันสิบสองคน
งานพ่นฆ่าเชื้อ ULV แบบแบ่งโซนมีต้นทุนต่อวันน้อยกว่ายอดขายของลูกค้าไม่กี่ราย และทำได้โดยไม่ต้องปิดร้านแม้แต่นาทีเดียว มันจัดการโซนเคาน์เตอร์ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงจริง และทำได้ทุกกะ
ถ้าคุณดูแลซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ร้านค้าปลีก หรือร้านที่เปิดยี่สิบสี่ชั่วโมง ส่งผังร้านมา เราจะวางแผนพ่นแบบแบ่งโซนให้
ดูเครื่องพ่นละอองฝอย ULV AIROFOG U260 สเปก ขนาดละออง และราคา
โทร 065-556-6294 หรือแอดไลน์ @whd268
#เครื่องพ่นฆ่าเชื้อโควิด19#AirofogU260#เครื่องพ่นULV#พ่นฆ่าเชื้อซูเปอร์มาร์เก็ต#ฆ่าเชื้อร้านค้าปลีก#WorldHealthDisinfection#พ่นฆ่าเชื้อ2569