แม่บ้านมีเวลา 25 นาทีต่อห้อง โรงแรมจึงทำได้แค่เปลี่ยนผ้าปู จนแขกสองครอบครัวติดต่อกัน

Last updated: 6 ก.ย. 2569  |  7 จำนวนผู้เข้าชม  | 

แม่บ้านมีเวลา 25 นาทีต่อห้อง โรงแรมจึงทำได้แค่เปลี่ยนผ้าปู จนแขกสองครอบครัวติดต่อกัน

เคสจริง - โรงแรมกลางเมือง 96 ห้อง

แม่บ้านมีเวลา 25 นาทีต่อห้อง โรงแรมจึงทำได้แค่เปลี่ยนผ้าปู จนแขกสองครอบครัวติดต่อกัน

เปลี่ยนห้องใน 25 นาที: สิ่งที่ทำได้ และสิ่งที่ไม่มีทางทำได้ด้วยผ้าเช็ด

แขกเช็กเอาต์เที่ยงและแขกใหม่เช็กอินบ่ายสอง แม่บ้านจึงมีเวลาจริงประมาณยี่สิบห้านาทีต่อห้อง ซึ่งพอสำหรับเปลี่ยนผ้าปูและเช็ดพื้นผิว แต่ไม่พอสำหรับสิ่งที่แขกคนก่อนทิ้งไว้ในอากาศและบนผ้าม่าน

โรงแรมแห่งนี้มี 96 ห้อง อัตราเข้าพักเฉลี่ยเกินแปดสิบเปอร์เซ็นต์ตลอดปี และในวันที่เต็มจะมีห้องที่ต้องเปลี่ยนแขกในวันเดียวกันมากกว่าสามสิบห้อง

ทีมแม่บ้านมีสิบสองคนต่อกะ ซึ่งหมายความว่าแต่ละคนรับผิดชอบประมาณแปดถึงสิบห้องต่อวัน และเวลาที่มีจริงต่อห้องอยู่ที่ประมาณยี่สิบห้านาทีเมื่อรวมเวลาเดินและเข็นรถเข็น

ในยี่สิบห้านาทีนั้น แม่บ้านต้องเปลี่ยนผ้าปูที่นอนและปลอกหมอน ทำความสะอาดห้องน้ำ เช็ดพื้นผิวสัมผัส ดูดฝุ่น เติมของใช้ และจัดห้องให้เรียบร้อย ซึ่งเป็นตารางที่แน่นมากอยู่แล้ว

สองครอบครัวที่พักห้องเดียวกันคนละสัปดาห์

ต้นเดือนกันยายน 2569 โรงแรมได้รับอีเมลจากแขกครอบครัวหนึ่งว่าหลังกลับจากพักสามคืน ทั้งครอบครัวสี่คนมีอาการทางเดินหายใจภายในสองวัน

เมื่อฝ่ายบริการตรวจสอบข้อมูลการเข้าพัก พบว่าห้องเดียวกันนั้นก่อนหน้าห้าวันมีแขกอีกครอบครัวที่แจ้งขอเลื่อนเช็กเอาต์เพราะมีสมาชิกในครอบครัวไม่สบาย

ไม่มีใครพิสูจน์ได้แน่ชัดว่าติดจากที่ไหน และในทางระบาดวิทยาก็ไม่สามารถสรุปได้ แต่สิ่งที่โรงแรมรู้แน่คือคำถามที่แขกถามมานั้นตอบไม่ได้ด้วยข้อมูลที่มีอยู่

คำถามนั้นคือ ระหว่างแขกสองกลุ่ม โรงแรมทำอะไรกับห้องนี้บ้าง และคำตอบที่มีคือเปลี่ยนผ้าปูและเช็ดพื้นผิว ซึ่งเป็นคำตอบที่ทำให้แขกไม่พอใจ

สิ่งที่อยู่ในห้องพักและเช็ดไม่ได้เลย

ห้องพักโรงแรมมาตรฐานหนึ่งห้องมีวัสดุที่ทำความสะอาดด้วยผ้าเช็ดไม่ได้เป็นสัดส่วนสูงมาก และเป็นวัสดุที่แขกสัมผัสโดยตรงตลอดการเข้าพัก

ผ้าม่านและผ้าโปร่งคือชิ้นแรก ซึ่งแขกจับเปิดปิดทุกวันและไม่เคยถูกซักระหว่างแขกแต่ละกลุ่ม โดยทั่วไปซักปีละหนึ่งถึงสองครั้งเท่านั้น

พรมและหัวเตียงบุผ้าคือชิ้นที่สอง ซึ่งเป็นพื้นที่ผิวขนาดใหญ่ที่สุดในห้องรองจากผนัง และเป็นสิ่งที่แขกเดินเท้าเปล่าและพิงหลังโดยตรง

โซฟา เก้าอี้ผ้า หมอนอิง และผ้าคลุมเตียงตกแต่งคือชิ้นที่สาม ซึ่งมักไม่ได้เปลี่ยนทุกครั้งที่แขกออก เพราะไม่ใช่ผ้าที่สัมผัสร่างกายโดยตรงในความคิดของมาตรฐานเดิม

ทำไมการเพิ่มเวลาทำความสะอาดจึงไม่ใช่คำตอบ

ทางแก้ที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือให้เวลาแม่บ้านมากขึ้น แต่ในทางปฏิบัติ การเพิ่มเวลาต่อห้องจากยี่สิบห้าเป็นสี่สิบนาทีหมายถึงต้องเพิ่มแม่บ้านเกือบเท่าตัว

สำหรับโรงแรมขนาด 96 ห้องในตลาดที่แข่งขันด้วยราคา ต้นทุนแรงงานที่เพิ่มขึ้นขนาดนั้นไม่สามารถผลักไปที่ราคาห้องได้ และจะกินกำไรทั้งหมด

ทางแก้ที่สองคือเลื่อนเวลาเช็กอินให้ช้าลง ซึ่งกระทบประสบการณ์ของแขกโดยตรงและมักถูกร้องเรียนทันที โดยเฉพาะแขกที่เดินทางมาไกล

ทางแก้ที่สามคือส่งผ้าม่านและผ้าตกแต่งไปซักบ่อยขึ้น ซึ่งมีต้นทุนสูงมากและทำให้ห้องขายไม่ได้ระหว่างที่รอผ้ากลับมา

สิ่งที่โรงแรมทำและผลที่ได้

โรงแรมเพิ่มขั้นตอนพ่นฆ่าเชื้อด้วยเครื่องพ่นละอองฝอย ULV AIROFOG U260 เข้าไปในกระบวนการเปลี่ยนห้อง โดยพ่นเป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังแม่บ้านทำความสะอาดเสร็จ

ห้องพักมาตรฐานหนึ่งห้องใช้เวลาพ่นประมาณหนึ่งถึงสองนาที ซึ่งเป็นเวลาที่แทรกเข้าไปในตารางเดิมได้โดยไม่ต้องเพิ่มคนและไม่ต้องเลื่อนเวลาเช็กอิน

ละอองขนาด 15 ถึง 30 ไมครอนตกเคลือบผ้าม่าน พรม หัวเตียงบุผ้า โซฟา และหมอนอิง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กระบวนการเดิมไม่เคยจัดการเลยระหว่างแขกสองกลุ่ม

ที่สำคัญไม่แพ้กันคือโรงแรมมีคำตอบที่ชัดเจนสำหรับแขกที่ถาม และนำขั้นตอนนี้ไปสื่อสารบนเว็บไซต์และในห้องพัก ซึ่งกลายเป็นจุดขายมากกว่าเป็นภาระ

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงทีละด้าน

เวลา 25 นาทีต่อห้องคือข้อจำกัดที่เปลี่ยนไม่ได้

การเพิ่มเวลาทำความสะอาดหมายถึงเพิ่มแม่บ้านเกือบเท่าตัวหรือเลื่อนเวลาเช็กอิน ซึ่งทั้งสองทางกระทบต้นทุนหรือประสบการณ์แขกโดยตรง

ผ้าม่าน พรม และหัวเตียงไม่เคยถูกจัดการระหว่างแขก

วัสดุเหล่านี้เป็นพื้นที่ผิวส่วนใหญ่ของห้องและแขกสัมผัสโดยตรง แต่ซักได้ปีละไม่กี่ครั้งและเช็ดด้วยน้ำยาไม่ได้

โรงแรมตอบคำถามแขกไม่ได้เมื่อเกิดเหตุ

เมื่อแขกถามว่าระหว่างผู้เข้าพักสองกลุ่มโรงแรมทำอะไรกับห้องบ้าง คำตอบว่าเปลี่ยนผ้าปูและเช็ดพื้นผิวไม่เพียงพอที่จะสร้างความมั่นใจ

ความเสี่ยงต่อรีวิวและชื่อเสียง

ในธุรกิจโรงแรม รีวิวที่กล่าวถึงความสะอาดหรือการเจ็บป่วยหลังเข้าพักส่งผลกับยอดจองยาวนานกว่าค่าใช้จ่ายในการแก้ปัญหาหลายเท่า

ทำไมวิธีที่ใช้กันอยู่จึงไม่พอ

เพิ่มเวลาทำความสะอาดต่อห้อง

หมายถึงเพิ่มจำนวนแม่บ้านเกือบเท่าตัวสำหรับโรงแรมที่มีอัตราเข้าพักสูง ซึ่งเป็นต้นทุนที่ผลักไปที่ราคาห้องไม่ได้ในตลาดที่แข่งด้วยราคา

เลื่อนเวลาเช็กอินให้ช้าลง

กระทบประสบการณ์แขกโดยตรงและมักถูกร้องเรียนทันที โดยเฉพาะแขกที่เดินทางไกลและต้องการเข้าห้องทันทีที่ถึง

ส่งผ้าม่านและผ้าตกแต่งไปซักบ่อยขึ้น

ต้นทุนสูงมากและทำให้ห้องขายไม่ได้ระหว่างที่รอผ้ากลับ ซึ่งเป็นการเสียรายได้ที่มากกว่าค่าซักหลายเท่า

ฉีดสเปรย์ฆ่าเชื้อในห้องด้วยกระป๋อง

ละอองจากกระป๋องมีขนาดใหญ่และตกเร็ว ครอบคลุมเฉพาะจุดที่ฉีดตรงๆ ใช้เวลานานกับห้องทั้งห้อง และมีกลิ่นตกค้างที่แขกร้องเรียนบ่อย

จ้างบริษัทภายนอกมาพ่นเป็นรอบ

ทำได้เฉพาะห้องว่างและนัดล่วงหน้ายาก จึงไม่สอดคล้องกับจังหวะการเปลี่ยนห้องรายวันซึ่งเป็นจุดที่ความเสี่ยงเกิดขึ้นจริง

สิ่งที่โรงแรมต้องการคือขั้นตอนที่ใช้เวลาไม่ถึงสองนาที

โจทย์ของโรงแรมไม่ใช่การหาวิธีที่ดีที่สุดในทางทฤษฎี แต่คือการหาวิธีที่แทรกเข้าไปในเวลายี่สิบห้านาทีที่มีอยู่ได้จริงโดยไม่เพิ่มคนและไม่เลื่อนเช็กอิน

เครื่องพ่นละอองฝอย ULV ตอบโจทย์นี้ได้เพราะใช้เวลาต่อห้องเพียงหนึ่งถึงสองนาที และครอบคลุมพื้นที่ที่การเช็ดและการเปลี่ยนผ้าปูเข้าไม่ถึงทั้งหมด

AIROFOG U260 เป็นเครื่องพ่นละอองฝอย ULV จากแบรนด์ Airofog ประเทศเยอรมนี มอเตอร์ 800 วัตต์ หัวฉีดปรับระดับได้ ละอองขนาด 15 ถึง 30 ไมครอน

และเพราะใช้ได้กับน้ำยาฆ่าเชื้อทุกชนิดที่ผสมน้ำ โรงแรมจึงเลือกน้ำยาที่ไม่มีกลิ่นตกค้างรบกวนแขกได้ ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของธุรกิจนี้

10 เหตุผลที่เลือก AIROFOG U260 จาก World Health Disinfection

1. ใช้เวลาเพียงหนึ่งถึงสองนาทีต่อห้อง

สั้นพอที่จะแทรกเข้าไปในกระบวนการเปลี่ยนห้องเดิมได้โดยไม่ต้องเพิ่มแม่บ้านและไม่ต้องเลื่อนเวลาเช็กอิน

2. เข้าถึงผ้าม่าน พรม และหัวเตียงบุผ้า

ละอองขนาดเล็กตกเคลือบวัสดุผ้าทุกชนิดในห้อง ซึ่งเป็นพื้นที่ผิวส่วนใหญ่และเป็นสิ่งที่กระบวนการเดิมไม่เคยจัดการระหว่างแขกสองกลุ่ม

3. เลือกน้ำยาที่ไม่ทิ้งกลิ่นรบกวนแขกได้

ใช้ได้กับน้ำยาฆ่าเชื้อทุกชนิดที่ผสมน้ำ โรงแรมจึงเลือกสูตรที่ไม่มีกลิ่นตกค้าง ซึ่งเป็นข้อกำหนดสำคัญของห้องพัก

4. ละออง 15 ถึง 30 ไมครอนไม่ทำให้ผ้าเปียกชุ่ม

ปริมาณน้ำต่อพื้นที่ต่ำมาก ผ้าม่านและพรมจึงไม่เปียกจนต้องรอแห้งนาน และห้องพร้อมขายได้ตามตารางเดิม

5. ทำงานแบบเย็น ไม่มีควันและไม่ทิ้งคราบ

เหมาะกับห้องพักที่มีระบบตรวจจับควันและมีของตกแต่งที่ไม่ควรมีคราบ ต่างจากเครื่องพ่นหมอกควันที่ใช้ความร้อน

6. แม่บ้านใช้งานเองได้หลังการอบรมสั้นๆ

ขั้นตอนไม่ซับซ้อน ทีมแม่บ้านเรียนรู้ได้ในการสาธิตรอบเดียวและทำเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการเปลี่ยนห้องได้ทันที

7. ใช้กับพื้นที่ส่วนกลางได้ด้วยเครื่องเดียว

เครื่องเดียวกันใช้พ่นล็อบบี้ ห้องอาหาร ห้องประชุม ฟิตเนส และลิฟต์ได้ ทำให้คุ้มค่ากว่าการซื้ออุปกรณ์แยกประเภท

8. ใช้เป็นจุดขายในการสื่อสารกับแขกได้

โรงแรมนำขั้นตอนนี้ไปสื่อสารบนเว็บไซต์และในห้องพัก ซึ่งเปลี่ยนต้นทุนการป้องกันให้กลายเป็นข้อได้เปรียบทางการตลาด

9. เป็นแบรนด์ที่ใช้ในโรงพยาบาลและห้องปฏิบัติการ

AIROFOG เป็นแบรนด์เยอรมันที่ใช้ในสถานที่ที่ต้องการมาตรฐานความปลอดภัยสูง ซึ่งเป็นข้อมูลที่ใช้สร้างความมั่นใจกับแขกได้

10. มีทีมงานไทยดูแลอะไหล่และบริการ

World Health Disinfection ให้คำแนะนำการใช้งาน การเลือกน้ำยา อะไหล่ และบริการซ่อมบำรุงในประเทศตลอดอายุการใช้งาน

ก่อนใช้ และ หลังใช้

ก่อนใช้

  • เวลาเปลี่ยนห้องจริงประมาณ 25 นาทีต่อห้อง
  • ทำได้แค่เปลี่ยนผ้าปู ทำความสะอาดห้องน้ำ และเช็ดพื้นผิว
  • ผ้าม่าน พรม หัวเตียง และโซฟาไม่เคยถูกจัดการระหว่างแขก
  • มีแขกสองครอบครัวป่วยหลังพักห้องเดียวกันในสัปดาห์เดียวกัน
  • ตอบคำถามแขกเรื่องมาตรการระหว่างผู้เข้าพักไม่ได้
  • เสี่ยงต่อรีวิวที่กล่าวถึงความสะอาดและการเจ็บป่วย

หลังใช้

  • เพิ่มขั้นตอนพ่นเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการเปลี่ยนห้อง
  • ใช้เวลาเพิ่มเพียงหนึ่งถึงสองนาทีต่อห้อง
  • ละอองครอบคลุมผ้าม่าน พรม หัวเตียง โซฟา และหมอนอิง
  • ไม่ต้องเพิ่มแม่บ้านและไม่ต้องเลื่อนเวลาเช็กอิน
  • มีขั้นตอนที่ชัดเจนสำหรับสื่อสารกับแขกที่ถาม
  • ใช้เครื่องเดียวกันพ่นพื้นที่ส่วนกลางได้ทั้งโรงแรม

ขั้นตอนการใช้งาน 3 ขั้น

1. ทำความสะอาดตามขั้นตอนเดิมให้เสร็จก่อน

เปลี่ยนผ้าปูและปลอกหมอน ทำความสะอาดห้องน้ำ เช็ดพื้นผิวสัมผัส ดูดฝุ่น และเติมของใช้ให้ครบตามมาตรฐานเดิมของโรงแรม

2. พ่นเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนปิดห้อง

เปิดผ้าม่านให้กระจาย ยกหมอนอิงให้ตั้ง แล้วพ่นจากด้านในห้องออกมาทางประตู กวาดหัวฉีดช้าและสม่ำเสมอให้ละอองเข้าถึงผ้าและพรมทั่วถึง

3. ปิดห้องตามเวลาที่กำหนดก่อนส่งมอบ

ปิดห้องตามเวลาที่ระบุในเอกสารของน้ำยา แล้วจึงแจ้งฝ่ายต้อนรับว่าห้องพร้อมขาย พร้อมบันทึกการพ่นลงในระบบของแม่บ้าน

แม่บ้านเรามีเวลายี่สิบห้านาทีต่อห้องซึ่งเปลี่ยนไม่ได้ เราเลยต้องหาอะไรที่แทรกเข้าไปได้จริง การพ่นใช้เวลาเพิ่มไม่ถึงสองนาทีแต่ครอบคลุมม่านกับพรมที่เราไม่เคยจัดการได้เลย ตอนนี้เราเขียนขั้นตอนนี้ไว้บนเว็บไซต์ด้วย

คุณจิราภรณ์ - ผู้จัดการฝ่ายแม่บ้าน โรงแรมกลางเมือง 96 ห้อง

จุดในห้องพักที่กระบวนการเปลี่ยนห้องมักข้ามไป

ผ้าม่านและผ้าโปร่งเป็นจุดแรก แขกจับเปิดปิดทุกวันและยืนใกล้ขณะเปิดหน้าต่าง แต่โดยทั่วไปซักปีละหนึ่งถึงสองครั้งเท่านั้น

หัวเตียงบุผ้าเป็นจุดที่สอง เป็นสิ่งที่แขกพิงหลังและวางศีรษะใกล้ตลอดคืน แต่ไม่มีขั้นตอนทำความสะอาดระหว่างแขกในมาตรฐานส่วนใหญ่

รีโมตทีวี สวิตช์ไฟข้างเตียง และโทรศัพท์เป็นจุดที่สาม ซึ่งมักถูกเช็ดแต่เป็นจุดที่มีร่องและปุ่มที่ผ้าเช็ดเข้าไม่ถึงทั้งหมด

โซฟา เก้าอี้ผ้า และหมอนอิงตกแต่งเป็นจุดที่สี่ ซึ่งมักไม่ถูกเปลี่ยนทุกครั้งที่แขกออกเพราะไม่ถือเป็นผ้าที่สัมผัสร่างกายโดยตรง

สื่อสารมาตรการความสะอาดให้กลายเป็นจุดขาย

ระบุขั้นตอนที่ทำจริงเป็นข้อๆ บนหน้าเว็บไซต์และในช่องทางจอง แทนคำกว้างๆ ว่าทำความสะอาดตามมาตรฐาน ซึ่งไม่ได้สร้างความมั่นใจกับใครแล้วในปัจจุบัน

วางการ์ดในห้องพักที่ระบุว่าห้องนี้ผ่านการพ่นฆ่าเชื้อด้วยเครื่องพ่นละอองฝอย ULV เมื่อวันเวลาใด ซึ่งเป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่แขกจดจำและพูดถึงในรีวิว

ฝึกพนักงานต้อนรับให้ตอบคำถามเรื่องมาตรการได้อย่างมั่นใจและตรงกัน เพราะคำตอบที่ลังเลสร้างความไม่มั่นใจมากกว่าการไม่มีมาตรการเสียอีก

เก็บบันทึกการพ่นทุกห้องทุกครั้งไว้ในระบบ เพื่อให้ตอบคำถามได้ทันทีเมื่อมีแขกสอบถามย้อนหลัง ซึ่งเป็นสิ่งที่โรงแรมส่วนใหญ่ทำไม่ได้

คำถามที่พบบ่อย

พ่นแล้วผ้าม่านกับพรมจะเปียกไหม

ไม่เปียกชุ่ม เพราะละอองขนาด 15 ถึง 30 ไมครอนมีปริมาณน้ำต่อพื้นที่ต่ำมาก พื้นผิวจะแห้งเองภายในเวลาไม่นานและห้องพร้อมขายได้ตามตารางเดิม

มีกลิ่นตกค้างรบกวนแขกไหม

ขึ้นอยู่กับน้ำยาที่เลือก เนื่องจากเครื่องใช้ได้กับน้ำยาทุกชนิดที่ผสมน้ำ โรงแรมจึงเลือกสูตรที่ไม่มีกลิ่นตกค้างได้

ใช้เวลาต่อห้องนานแค่ไหน

ห้องพักมาตรฐานหนึ่งห้องใช้เวลาประมาณหนึ่งถึงสองนาที ซึ่งแทรกเข้าไปในกระบวนการเปลี่ยนห้องเดิมได้โดยไม่ต้องเพิ่มคน

แม่บ้านใช้เครื่องเองได้ไหม

ได้ ขั้นตอนไม่ซับซ้อน เราสาธิตและมอบขั้นตอนเป็นเอกสารให้ ทีมแม่บ้านทำเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการเปลี่ยนห้องได้ทันที

ใช้แทนการเปลี่ยนผ้าปูได้ไหม

ไม่ได้และไม่ควร การเปลี่ยนผ้าปูและทำความสะอาดตามมาตรฐานยังจำเป็น การพ่นเป็นการเพิ่มความครอบคลุมไปยังผ้าม่าน พรม และเฟอร์นิเจอร์บุผ้า

ใช้กับพื้นที่ส่วนกลางได้ไหม

ได้ เครื่องเดียวกันใช้พ่นล็อบบี้ ห้องอาหาร ห้องประชุม ฟิตเนส และลิฟต์ได้ ทำให้คุ้มค่ากว่าการซื้ออุปกรณ์แยกประเภท

มีเอกสารให้ใช้สื่อสารกับแขกไหม

มี เรามีผลทดสอบเชื้อก่อนและหลังการพ่นและข้อมูลผลิตภัณฑ์ ซึ่งโรงแรมนำไปใช้ในการสื่อสารบนเว็บไซต์และในห้องพักได้

มีบริการหลังการขายไหม

มี World Health Disinfection ดูแลคำแนะนำการใช้งาน การเลือกน้ำยา อะไหล่ และบริการซ่อมบำรุงในประเทศ

ความสะอาดที่ขายได้ ต้องเป็นความสะอาดที่อธิบายได้

ในธุรกิจโรงแรม สิ่งที่แขกต้องการไม่ใช่แค่ห้องที่ดูสะอาด แต่คือคำตอบที่ชัดเจนว่าระหว่างผู้เข้าพักสองกลุ่ม โรงแรมทำอะไรกับห้องนี้บ้าง

AIROFOG U260 เครื่องพ่นละอองฝอย ULV จากประเทศเยอรมนี มอเตอร์ 800 วัตต์ ละอองขนาด 15 ถึง 30 ไมครอน ใช้เวลาต่อห้องเพียงหนึ่งถึงสองนาที และใช้ได้กับน้ำยาทุกชนิดที่ผสมน้ำ

World Health Disinfection ยินดีให้คำปรึกษาเรื่องการเลือกเครื่องและน้ำยาให้เหมาะกับโรงแรมของคุณโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ดูสินค้าและราคา AIROFOG U260 คลิกที่นี่

เครื่องพ่นละอองฝอย ULV คุณภาพเยอรมัน สำหรับโรงแรม รีสอร์ท โรงพยาบาล และสำนักงาน

AIROFOG U260 เครื่องพ่นละอองฝอย ULV

โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

#เครื่องพ่นฆ่าเชื้อโควิด19 #พ่นฆ่าเชื้อโรงแรม #เครื่องพ่นละอองฝอยULV #AIROFOGU260 #housekeeping #WorldHealthDisinfection #ฆ่าเชื้อห้องพัก

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้