รถรับส่งพนักงานคันเดียว ทำให้ไลน์ผลิตทั้งกะติดเชื้อ 19 คน โรงงานเพิ่งรู้ว่าลืมพื้นที่นี้ไป

Last updated: 6 ก.ย. 2569  |  3 จำนวนผู้เข้าชม  | 

รถรับส่งพนักงานคันเดียว ทำให้ไลน์ผลิตทั้งกะติดเชื้อ 19 คน โรงงานเพิ่งรู้ว่าลืมพื้นที่นี้ไป

เคสจริง - โรงงานชิ้นส่วนยานยนต์ จ.ชลบุรี

รถรับส่งพนักงานคันเดียว ทำให้ไลน์ผลิตทั้งกะติดเชื้อ 19 คน โรงงานเพิ่งรู้ว่าลืมพื้นที่นี้ไป

รถรับส่งพนักงาน: พื้นที่ปิดที่แออัดที่สุดในทั้งวันของพนักงานโรงงาน

โรงงานลงทุนกับมาตรการในโรงงานอย่างเต็มที่ ทั้งวัดไข้ เว้นระยะ และแบ่งกะ แต่ลืมไปว่าพนักงานสี่สิบคนนั่งอยู่ในรถตู้คันเดียวกันนานสี่สิบนาทีทุกเช้าและทุกเย็น

โรงงานชิ้นส่วนยานยนต์แห่งนี้มีพนักงานประมาณแปดร้อยคน ทำงานสามกะ และมีรถรับส่งพนักงานสิบสองคันวิ่งรับจากหกเส้นทางในรัศมีสามสิบกิโลเมตรรอบนิคมอุตสาหกรรม

ในโรงงาน มาตรการควบคุมโรคเข้มงวดมาก มีจุดคัดกรองที่ประตู เว้นระยะที่โรงอาหารด้วยฉากกั้น แบ่งเวลาพักเป็นรอบเพื่อลดความหนาแน่น และพ่นฆ่าเชื้อพื้นที่ส่วนกลางสัปดาห์ละครั้ง

ต้นเดือนกันยายน 2569 มีพนักงานติดเชื้อทางเดินหายใจ 19 คนภายในสิบวัน เมื่อฝ่ายความปลอดภัยทำการสอบสวนโรค พบว่าสิบเจ็ดในสิบเก้าคนใช้รถรับส่งคันเดียวกันในเส้นทางเดียวกัน

จุดที่ไม่มีใครนับรวมในมาตรการ

เมื่อฝ่ายความปลอดภัยเขียนแผนควบคุมโรค พวกเขาระบุพื้นที่ไว้ครบทุกจุดในโรงงาน ทั้งไลน์ผลิต โรงอาหาร ห้องน้ำ ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า และห้องประชุม

สิ่งที่ไม่อยู่ในแผนคือรถรับส่งพนักงาน เพราะในทางความคิด รถเป็นเรื่องของการเดินทาง ไม่ใช่พื้นที่ทำงาน และอยู่ในความดูแลของผู้รับเหมาขนส่ง ไม่ใช่ของฝ่ายอาคาร

แต่ถ้าดูตามข้อเท็จจริง รถตู้รับส่งคือพื้นที่ที่แออัดที่สุดที่พนักงานอยู่ในแต่ละวัน หนาแน่นกว่าไลน์ผลิตและกว่าโรงอาหารมาก

พนักงานสิบสองถึงสิบห้าคนนั่งในพื้นที่ไม่กี่ตารางเมตร ปิดหน้าต่างเพราะเปิดแอร์ ใช้เวลาเดินทางประมาณสี่สิบนาทีต่อเที่ยว และทำแบบนี้วันละสองเที่ยวทุกวันทำงาน

ทำไมรถแอร์ปิดจึงเป็นเงื่อนไขที่แย่ที่สุด

ระบบปรับอากาศในรถตู้ส่วนใหญ่ทำงานแบบหมุนเวียนอากาศภายใน ไม่ได้ดึงอากาศใหม่จากภายนอกเข้ามาในสัดส่วนที่มากพอ เพื่อให้แอร์เย็นเร็วและประหยัดน้ำมัน

ผลคืออากาศชุดเดิมถูกหมุนวนอยู่ในห้องโดยสารตลอดสี่สิบนาที และละอองที่ผู้โดยสารคนหนึ่งหายใจออกมาจะกระจายไปทั่วรถภายในเวลาไม่นาน

เบาะรถส่วนใหญ่เป็นผ้าหรือหนังเทียมที่มีร่องและตะเข็บ ซึ่งเป็นพื้นผิวที่เช็ดได้ยากและแทบไม่เคยถูกทำความสะอาดลึกเลยตลอดอายุการใช้งาน

และเนื่องจากพนักงานคนเดิมนั่งที่เดิมทุกวัน สิ่งที่ตกค้างบนเบาะและผนังข้างที่นั่งจึงเป็นสิ่งที่คนเดิมสัมผัสซ้ำทุกเช้าและทุกเย็น

ต้นทุนที่โรงงานจ่ายจริงในสิบวันนั้น

ผลกระทบตรงที่สุดคือกำลังการผลิต พนักงานที่ติดเชื้อสิบเจ็ดคนอยู่ในเส้นทางเดียวกันซึ่งหมายความว่าพวกเขาส่วนใหญ่ทำงานกะเดียวกันและอยู่ในไลน์เดียวกัน

ไลน์ประกอบหนึ่งไลน์ต้องลดกำลังการผลิตลงประมาณสี่สิบเปอร์เซ็นต์เป็นเวลาแปดวัน และโรงงานต้องจ่ายค่าล่วงเวลาให้กะอื่นเพื่อชดเชยยอดที่ต้องส่งลูกค้า

มีการส่งมอบล่าช้าให้ลูกค้าสองราย ซึ่งในอุตสาหกรรมยานยนต์การส่งช้าถูกบันทึกในระบบประเมินผู้ขายและมีผลกับการพิจารณาคำสั่งซื้อรอบถัดไป

ค่าเสียหายรวมที่ฝ่ายผลิตประเมินคือหลายเท่าของงบประมาณอุปกรณ์ฆ่าเชื้อทั้งปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทำให้ผู้บริหารอนุมัติงบทันทีในการประชุมครั้งเดียว

สิ่งที่โรงงานทำหลังจากนั้น

โรงงานเพิ่มรถรับส่งพนักงานเข้าไปในแผนควบคุมโรคอย่างเป็นทางการ และกำหนดให้พ่นฆ่าเชื้อทุกคันหลังเที่ยวเย็นทุกวัน ก่อนจอดค้างคืน

เครื่องที่เลือกใช้คือเครื่องพ่นละอองฝอย ULV AIROFOG U260 เพราะรถตู้หนึ่งคันใช้เวลาพ่นเพียงประมาณหนึ่งถึงสองนาที ทำให้พ่นครบสิบสองคันได้ภายในเวลาไม่ถึงสามสิบนาที

สิ่งที่สำคัญคือละอองขนาด 15 ถึง 30 ไมครอนเข้าถึงร่องเบาะ ตะเข็บ ใต้เบาะ ช่องแอร์ และเพดานรถ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผ้าเช็ดไม่เคยเข้าถึงได้เลย

นอกจากนั้นโรงงานยังกำหนดให้เปิดหน้าต่างระบายอากาศสองนาทีก่อนออกรถทุกเที่ยว ซึ่งเป็นมาตรการที่ไม่มีค่าใช้จ่ายแต่ช่วยลดการสะสมของอากาศเดิมได้จริง

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงทีละด้าน

รถรับส่งคือพื้นที่แออัดที่สุดของพนักงาน

สิบสองถึงสิบห้าคนในพื้นที่ไม่กี่ตารางเมตร ปิดหน้าต่าง ใช้เวลาสี่สิบนาทีต่อเที่ยว วันละสองเที่ยว หนาแน่นกว่าไลน์ผลิตและโรงอาหารมาก

แอร์รถหมุนเวียนอากาศชุดเดิมตลอดการเดินทาง

ระบบปรับอากาศในรถส่วนใหญ่ไม่ได้ดึงอากาศใหม่เข้ามาในสัดส่วนที่มากพอ ทำให้อากาศชุดเดิมและละอองในนั้นวนอยู่ในห้องโดยสารตลอดทาง

เบาะและตะเข็บเป็นพื้นผิวที่เช็ดไม่ได้

เบาะผ้าและหนังเทียมมีร่องและตะเข็บที่ผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง และแทบไม่เคยถูกทำความสะอาดลึกเลยตลอดอายุการใช้งานของรถ

ความเสียหายกระจุกตัวในไลน์เดียวกัน

เพราะคนที่ใช้รถคันเดียวกันมักทำงานกะเดียวกันและไลน์เดียวกัน การติดเชื้อในรถจึงทำให้กำลังการผลิตของไลน์นั้นหายไปพร้อมกัน

ทำไมวิธีที่ใช้กันอยู่จึงไม่พอ

เข้มงวดเฉพาะมาตรการในโรงงาน

มาตรการในโรงงานจำเป็นและถูกต้อง แต่ถ้าไม่รวมรถรับส่งเข้าไปด้วย ก็เท่ากับปล่อยพื้นที่ที่แออัดที่สุดของวันไว้โดยไม่มีการจัดการเลย

ให้คนขับเช็ดเบาะด้วยแอลกอฮอล์

ช่วยได้กับพื้นผิวเรียบที่มือจับ แต่เข้าไม่ถึงร่องเบาะ ตะเข็บ ใต้เบาะ และช่องแอร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ในห้องโดยสาร

แจกหน้ากากให้พนักงานใส่ในรถ

เป็นมาตรการที่ดีและควรทำ แต่การสวมใส่จริงตลอดสี่สิบนาทีในรถแอร์เย็นมักไม่สม่ำเสมอ และไม่ได้จัดการเชื้อที่ตกบนเบาะไปแล้ว

ลดจำนวนคนต่อคันโดยเพิ่มเที่ยว

ช่วยลดความหนาแน่นได้จริงแต่มีค่าใช้จ่ายสูงและทำได้จำกัด เพราะเวลาเข้ากะของพนักงานตายตัวและจำนวนรถมีจำกัด

จ้างล้างรถทำความสะอาดใหญ่เดือนละครั้ง

ความถี่ห่างเกินไปมากเมื่อเทียบกับการใช้งานวันละสองเที่ยวทุกวัน และมักเป็นการล้างเพื่อความสะอาดทั่วไป ไม่ใช่การฆ่าเชื้อ

ทำไมละอองฝอย ULV จึงเหมาะกับห้องโดยสารรถ

ห้องโดยสารรถตู้เป็นพื้นที่ปิดขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยวัสดุที่เช็ดยาก ทั้งเบาะผ้า ตะเข็บ พรมพื้น ช่องแอร์ และเพดานบุผ้า ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่การเช็ดจัดการได้น้อยมาก

เครื่องพ่นละอองฝอย ULV ทำงานได้ดีเป็นพิเศษในพื้นที่แบบนี้ เพราะละอองขนาดเล็กลอยเข้าไปในทุกซอกและตกเคลือบทุกพื้นผิวโดยไม่ต้องเข้าถึงด้วยมือ

AIROFOG U260 มีมอเตอร์ 800 วัตต์ หัวฉีดปรับระดับได้ และละอองขนาด 15 ถึง 30 ไมครอน ซึ่งเป็นขนาดที่กระจายตัวได้ทั่วห้องโดยสารขนาดเล็กอย่างรวดเร็ว

ที่สำคัญสำหรับงานนี้คือเวลา รถหนึ่งคันใช้เวลาประมาณหนึ่งถึงสองนาที ทำให้พ่นครบทั้งฟลีตได้ในเวลาที่ผู้รับเหมาขนส่งยอมรับได้ในรอบการทำงานปกติ

10 เหตุผลที่เลือก AIROFOG U260 จาก World Health Disinfection

1. เข้าถึงร่องเบาะและตะเข็บที่เช็ดไม่ได้

ละอองขนาดเล็กลอยเข้าไปในร่องเบาะ ตะเข็บ ใต้เบาะ และช่องแอร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของห้องโดยสารที่การเช็ดเข้าไม่ถึงเลย

2. ใช้เวลาเพียงหนึ่งถึงสองนาทีต่อคัน

สั้นพอที่จะทำครบทั้งฟลีตสิบสองคันภายในไม่ถึงสามสิบนาที ซึ่งเป็นเวลาที่แทรกในรอบการทำงานปกติของคนขับได้จริง

3. ละออง 15 ถึง 30 ไมครอนที่กระจายเร็วในพื้นที่เล็ก

ขนาดละอองในช่วงนี้กระจายตัวทั่วห้องโดยสารขนาดเล็กได้อย่างรวดเร็วและสม่ำเสมอ โดยไม่ทำให้เบาะเปียกชุ่ม

4. ไม่มีความร้อนและไม่มีควัน

ทำงานแบบเย็น จึงปลอดภัยกับวัสดุภายในรถ ทั้งเบาะ พลาสติก และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ต่างจากเครื่องพ่นหมอกควันที่ใช้ความร้อน

5. เครื่องเดียวใช้ได้ทั้งรถและอาคาร

โรงงานใช้เครื่องเดียวกันพ่นทั้งรถรับส่ง ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ห้องประชุม และโรงอาหารได้ ทำให้คุ้มค่ากว่าการซื้ออุปกรณ์แยกประเภท

6. ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่โรงงานใช้อยู่ได้

ใช้ได้กับน้ำยาฆ่าเชื้อทุกชนิดที่ผสมน้ำ โรงงานจึงไม่ต้องเปลี่ยนน้ำยาที่ผ่านการอนุมัติในระบบคุณภาพอยู่แล้ว

7. คนขับหรือ จป. ใช้งานเองได้

ขั้นตอนไม่ซับซ้อน ผู้ปฏิบัติงานเรียนรู้ได้ในการสาธิตรอบเดียวและทำตามขั้นตอนที่เขียนไว้ได้อย่างปลอดภัย

8. เป็นแบรนด์ที่ใช้ในโรงพยาบาลและห้องปฏิบัติการ

AIROFOG เป็นแบรนด์เยอรมันที่ออกแบบมาสำหรับงานที่ต้องการมาตรฐานความปลอดภัยสูง ซึ่งใช้อ้างอิงในระบบคุณภาพของโรงงานได้

9. มีผลทดสอบเชื้อก่อนและหลังการพ่น

มีผลเปรียบเทียบการเก็บตัวอย่างเชื้อบนพื้นผิวจริง ซึ่งใช้แนบในเอกสารระบบความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของโรงงานได้

10. มีทีมงานไทยดูแลอะไหล่และบริการ

World Health Disinfection ให้คำแนะนำการใช้งาน การเลือกน้ำยา อะไหล่ และบริการซ่อมบำรุงในประเทศตลอดอายุการใช้งาน

ก่อนใช้ และ หลังใช้

ก่อนใช้

  • รถรับส่งพนักงานไม่อยู่ในแผนควบคุมโรคของโรงงาน
  • คนขับเช็ดได้เฉพาะพื้นผิวเรียบที่มือจับ
  • ร่องเบาะ ตะเข็บ ใต้เบาะ และช่องแอร์ไม่เคยถูกฆ่าเชื้อ
  • พนักงานติดเชื้อ 19 คนใน 10 วัน โดย 17 คนใช้รถคันเดียวกัน
  • ไลน์ประกอบลดกำลังการผลิตลง 40 เปอร์เซ็นต์เป็นเวลาแปดวัน
  • ส่งมอบล่าช้าให้ลูกค้าสองรายและถูกบันทึกในระบบประเมิน

หลังใช้

  • รถรับส่งอยู่ในแผนควบคุมโรคอย่างเป็นทางการ
  • พ่นทุกคันหลังเที่ยวเย็นก่อนจอดค้างคืน
  • ละอองเข้าถึงร่องเบาะ ตะเข็บ ช่องแอร์ และเพดานรถ
  • พ่นครบสิบสองคันภายในไม่ถึงสามสิบนาที
  • เพิ่มมาตรการเปิดหน้าต่างระบายอากาศก่อนออกรถทุกเที่ยว
  • ใช้เครื่องเดียวกันพ่นพื้นที่ในโรงงานได้ด้วย

ขั้นตอนการใช้งาน 3 ขั้น

1. เตรียมรถหลังเที่ยวสุดท้าย

จอดรถในที่ร่มอากาศถ่ายเท เก็บของที่ตกค้างในรถออก ปิดประตูและหน้าต่างทั้งหมด แล้วผสมน้ำยาตามอัตราส่วนที่ฉลากกำหนด

2. พ่นจากท้ายรถออกมาทางประตู

เริ่มพ่นจากแถวหลังสุด กวาดหัวฉีดช้าและสม่ำเสมอไปตามแถวเบาะ ให้ละอองมีเวลาลอยเข้าไปในร่องเบาะและตะเข็บ แล้วถอยออกมาทางประตู

3. ปิดรถตามเวลาที่กำหนดแล้วเปิดระบาย

ปิดรถทิ้งไว้ตามเวลาที่ระบุในเอกสารของน้ำยา แล้วเปิดประตูและหน้าต่างระบายอากาศก่อนใช้งานเที่ยวถัดไป พร้อมบันทึกลงในแบบฟอร์ม

เราทำมาตรการในโรงงานเต็มที่มาตลอด แต่ไม่เคยนับรถรับส่งเป็นพื้นที่ของเราเลย เพราะคิดว่าเป็นเรื่องของผู้รับเหมา พอสอบสวนโรคแล้วเห็นว่า 17 จาก 19 คนใช้รถคันเดียวกัน ทุกอย่างก็ชัดขึ้นทันที ตอนนี้พ่นทุกคันทุกวันด้วยเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง

คุณอรรถพล - ผู้จัดการฝ่ายความปลอดภัย โรงงานชิ้นส่วนยานยนต์ จ.ชลบุรี

จุดเสี่ยงในรถรับส่งที่ควรอยู่ในรอบการพ่น

เบาะและพนักพิงคือจุดแรก โดยเฉพาะร่องระหว่างเบาะกับพนักพิงและตะเข็บ ซึ่งเป็นที่ที่ละอองตกลงไปสะสมและผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง

ช่องลมแอร์และแผ่นกรองคือจุดที่สอง เพราะเป็นทางผ่านของอากาศทั้งหมดในรถ และเป็นจุดที่สะสมทั้งฝุ่นและความชื้นตลอดเวลา

เพดานบุผ้าและผนังข้างที่นั่งคือจุดที่สาม ซึ่งอยู่ในระยะที่ผู้โดยสารหายใจใส่โดยตรงและแทบไม่เคยถูกทำความสะอาดเลย

จุดสุดท้ายคือพรมพื้นและใต้เบาะ ซึ่งเป็นที่ที่ทุกอย่างตกลงไปสะสมและเป็นบริเวณที่การทำความสะอาดปกติมักข้ามไป

มาตรการที่ไม่มีค่าใช้จ่ายแต่ช่วยได้จริงในรถ

เปิดหน้าต่างระบายอากาศสองถึงสามนาทีก่อนออกรถทุกเที่ยว เพื่อไล่อากาศที่ค้างอยู่ในรถออกไปก่อนที่ผู้โดยสารจะขึ้น

ตั้งระบบปรับอากาศให้ดึงอากาศจากภายนอกแทนการหมุนเวียนภายใน หากรถรุ่นนั้นมีตัวเลือกนี้ ซึ่งช่วยลดการวนของอากาศชุดเดิมได้อย่างมีนัยสำคัญ

เปิดหน้าต่างแง้มเล็กน้อยระหว่างเดินทางในช่วงที่อากาศไม่ร้อนจัด การแลกความเย็นเล็กน้อยกับการระบายอากาศเป็นการแลกที่คุ้มค่ามากในช่วงที่มีการระบาด

กำหนดที่นั่งประจำให้พนักงานแต่ละคน ซึ่งไม่ได้ลดการแพร่กระจายโดยตรง แต่ทำให้การสอบสวนโรคเมื่อเกิดเหตุทำได้เร็วและแม่นยำกว่ามาก

คำถามที่พบบ่อย

พ่นฆ่าเชื้อในรถทำให้เบาะเสียหายไหม

ไม่ ปริมาณน้ำต่อพื้นที่ของละออง 15 ถึง 30 ไมครอนต่ำมาก เบาะจะไม่เปียกชุ่มและแห้งเองภายในเวลาไม่นาน แต่ควรเลือกน้ำยาที่เหมาะกับวัสดุตกแต่งภายในรถ

ใช้เวลาพ่นรถตู้หนึ่งคันนานแค่ไหน

โดยทั่วไปประมาณหนึ่งถึงสองนาทีต่อคัน ขึ้นอยู่กับขนาดห้องโดยสารและอัตราการจ่ายที่ตั้งไว้

ควรพ่นรถรับส่งบ่อยแค่ไหน

แนะนำทุกวันหลังเที่ยวสุดท้ายก่อนจอดค้างคืน และเพิ่มรอบระหว่างวันในช่วงที่มีการระบาดหรือเมื่อมีผู้โดยสารที่มีอาการ

คนขับพ่นเองได้ไหม

ได้ ขั้นตอนไม่ซับซ้อน เราสาธิตและมอบขั้นตอนเป็นเอกสารให้ ผู้ปฏิบัติงานทำตามได้อย่างปลอดภัยหลังการอบรมสั้นๆ

ใช้เครื่องเดียวกันพ่นในโรงงานได้ไหม

ได้ เครื่องเดียวกันใช้พ่นห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ห้องประชุม โรงอาหาร และพื้นที่ส่วนกลางได้ทั้งหมด ทำให้คุ้มค่ากว่าการซื้ออุปกรณ์แยก

ใช้น้ำยาที่โรงงานอนุมัติอยู่แล้วได้ไหม

ได้ AIROFOG U260 ใช้ได้กับน้ำยาฆ่าเชื้อทุกชนิดที่ผสมกับน้ำได้ จึงไม่ต้องเปลี่ยนน้ำยาที่ผ่านระบบคุณภาพของโรงงานแล้ว

มีเอกสารสำหรับระบบความปลอดภัยไหม

มี เราส่งมอบผลทดสอบเชื้อก่อนและหลังการพ่นและเอกสารประกอบ ซึ่งใช้แนบในระบบความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของโรงงานได้

มีบริการหลังการขายและอะไหล่ไหม

มี World Health Disinfection ดูแลคำแนะนำการใช้งาน การเลือกน้ำยา อะไหล่ และบริการซ่อมบำรุงในประเทศ

อย่าลืมพื้นที่ที่แออัดที่สุดในวันของพนักงาน

แผนควบคุมโรคที่ครอบคลุมเฉพาะพื้นที่ในโรงงานยังไม่ครบ ตราบใดที่พนักงานยังใช้เวลาสี่สิบนาทีวันละสองเที่ยวในรถปิดที่แออัดกว่าทุกพื้นที่ในโรงงาน

AIROFOG U260 เครื่องพ่นละอองฝอย ULV จากประเทศเยอรมนี มอเตอร์ 800 วัตต์ ละอองขนาด 15 ถึง 30 ไมครอน ทำงานแบบเย็นไม่มีควัน ใช้ได้ทั้งในรถและในอาคาร

World Health Disinfection ยินดีให้คำปรึกษาเรื่องการเลือกเครื่องและน้ำยาให้เหมาะกับโรงงานของคุณโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ดูสินค้าและราคา AIROFOG U260 คลิกที่นี่

เครื่องพ่นละอองฝอย ULV คุณภาพเยอรมัน สำหรับโรงงาน รถรับส่งพนักงาน สำนักงาน และโรงพยาบาล

AIROFOG U260 เครื่องพ่นละอองฝอย ULV

โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

#เครื่องพ่นฆ่าเชื้อโควิด19 #พ่นฆ่าเชื้อรถรับส่ง #เครื่องพ่นละอองฝอยULV #AIROFOGU260 #ความปลอดภัยในโรงงาน #WorldHealthDisinfection #ฆ่าเชื้อในรถ

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้