ปิดห้องเรียนอนุบาลสามวันเพราะเด็กป่วยพร้อมกัน 14 คน โรงเรียนพบว่าปัญหาอยู่ที่ของเล่นกับเบาะ

Last updated: 6 ก.ย. 2569  |  6 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ปิดห้องเรียนอนุบาลสามวันเพราะเด็กป่วยพร้อมกัน 14 คน โรงเรียนพบว่าปัญหาอยู่ที่ของเล่นกับเบาะ

เคสจริง - โรงเรียนอนุบาล จ.นครปฐม

ปิดห้องเรียนอนุบาลสามวันเพราะเด็กป่วยพร้อมกัน 14 คน โรงเรียนพบว่าปัญหาอยู่ที่ของเล่นกับเบาะ

ห้องเรียนอนุบาลกับเชื้อทางเดินหายใจ: ทำไมการเช็ดของเล่นถึงไม่พอ

ครูเช็ดของเล่นทุกเย็นด้วยแอลกอฮอล์มาตลอดสามปี แต่เช้าวันจันทร์นั้นมีเด็กมาเรียนแค่แปดคนจากยี่สิบสองคน และผู้ปกครองเริ่มถามคำถามที่โรงเรียนตอบไม่ได้

โรงเรียนอนุบาลแห่งนี้มีนักเรียนสองร้อยกว่าคน แบ่งเป็นห้องเรียนละยี่สิบถึงยี่สิบห้าคน แต่ละห้องมีมุมของเล่น มุมหนังสือ เบาะโฟมสำหรับนั่งกับพื้น และห้องนอนกลางวันที่ใช้ที่นอนวางเรียงติดกัน

ครูประจำชั้นทำความสะอาดอย่างเคร่งครัดตามที่ได้รับการอบรม เช็ดของเล่นพลาสติกด้วยแอลกอฮอล์ทุกเย็น เช็ดโต๊ะและลูกบิดประตูวันละสองครั้ง และเปลี่ยนผ้าปูที่นอนทุกสัปดาห์

ต้นเดือนกันยายน 2569 มีเด็กในห้องหนึ่งเริ่มมีไข้และไอในวันพุธ พอถึงวันศุกร์มีเด็กป่วยเพิ่มเป็นเก้าคน และเช้าวันจันทร์ถัดมามีเด็กมาเรียนเพียงแปดคนจากยี่สิบสองคน โรงเรียนตัดสินใจปิดห้องเรียนนั้นสามวัน

สิ่งที่ครูทำถูกต้องทุกอย่างแต่ยังไม่พอ

เมื่อผู้อำนวยการทบทวนขั้นตอนที่ครูทำ ไม่มีข้อไหนที่ทำผิดเลย ของเล่นพลาสติกถูกเช็ดทุกเย็น พื้นถูกถูด้วยน้ำยาทุกวัน โต๊ะและเก้าอี้ถูกเช็ดสองรอบ

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความตั้งใจหรือความขยัน แต่อยู่ที่ขอบเขตของสิ่งที่การเช็ดทำได้ ของเล่นพลาสติกเช็ดได้ แต่ตุ๊กตาผ้า เบาะโฟม พรมมุมหนังสือ และม่านหน้าต่างเช็ดไม่ได้

ในห้องเรียนอนุบาล วัสดุที่เป็นผ้าและโฟมมีสัดส่วนสูงมาก เพราะเป็นวัสดุที่ปลอดภัยกับเด็ก แต่วัสดุเหล่านี้คือสิ่งที่ทำความสะอาดด้วยผ้าเช็ดไม่ได้เลย

และเด็กเล็กใช้พื้นที่ต่างจากผู้ใหญ่ พวกเขานั่งกับพื้น คลาน นอนกลิ้ง เอาหน้าแนบเบาะ และหยิบของเข้าปาก พื้นที่สัมผัสจริงของเด็กจึงกว้างกว่าที่ผู้ใหญ่คิดมาก

ห้องนอนกลางวันคือจุดที่ทุกคนมองข้าม

เมื่อเราไปดูหน้างาน จุดที่น่ากังวลที่สุดไม่ใช่มุมของเล่น แต่เป็นห้องนอนกลางวัน เพราะเด็กยี่สิบกว่าคนนอนหันหน้าเข้าหากันในระยะไม่ถึงหนึ่งเมตรเป็นเวลาสองชั่วโมงทุกวัน

ที่นอนและหมอนถูกเปลี่ยนผ้าปูทุกสัปดาห์ แต่ตัวที่นอนโฟมและหมอนด้านในไม่เคยถูกทำความสะอาดเลย เพราะซักไม่ได้และตากไม่ทัน

ในสองชั่วโมงนั้น เด็กที่เริ่มมีอาการแต่ยังไม่มีไข้จะหายใจ ไอ และจามใส่พื้นที่แคบๆ ที่มีเด็กคนอื่นอยู่รอบตัว ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่เอื้อต่อการแพร่กระจายมากที่สุดในทั้งวัน

เมื่อเด็กตื่นและกลับไปเล่น เชื้อที่ตกลงบนที่นอน หมอน และผนังใกล้ตัวก็ยังอยู่ที่นั่นจนถึงวันรุ่งขึ้น รอเด็กคนเดิมกลับมานอนที่เดิมอีกครั้ง

สามวันที่ปิดห้องเรียนและสิ่งที่ตามมา

การปิดห้องเรียนสามวันไม่ได้กระทบแค่เด็กยี่สิบสองคน แต่กระทบผู้ปกครองทุกครอบครัวที่ต้องหาคนดูแลลูกกะทันหันหรือลางานเอง

โรงเรียนได้รับคำถามจากผู้ปกครองจำนวนมากในกลุ่มไลน์ ว่าโรงเรียนทำความสะอาดอย่างไร และจะป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำได้อย่างไร ซึ่งเป็นคำถามที่ตอบด้วยคำว่าเช็ดของเล่นทุกวันแล้วไม่พอ

มีผู้ปกครองสามครอบครัวแจ้งว่าจะพิจารณาย้ายโรงเรียนหากเกิดเหตุแบบนี้อีก ซึ่งสำหรับโรงเรียนเอกชนขนาดกลาง การเสียนักเรียนสามคนคือรายได้ที่หายไปทั้งปีการศึกษา

ผู้อำนวยการสรุปว่า โรงเรียนต้องมีวิธีที่จัดการได้ทั้งห้อง รวมถึงเบาะ ที่นอน ตุ๊กตาผ้า และผนัง ไม่ใช่แค่พื้นผิวแข็งที่เช็ดได้

สิ่งที่เปลี่ยนไปหลังเริ่มพ่นละอองฝอย ULV

โรงเรียนเริ่มใช้เครื่องพ่นละอองฝอย ULV AIROFOG U260 พ่นห้องเรียนและห้องนอนกลางวันทุกวันหลังเลิกเรียน โดยครูเวรเป็นผู้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด

สิ่งที่ทำให้ทำได้จริงคือเวลา ห้องเรียนหนึ่งห้องใช้เวลาพ่นประมาณสามถึงสี่นาที ครูเวรจึงพ่นได้ครบทุกห้องภายในเวลาไม่ถึงสี่สิบนาทีหลังเด็กกลับ

สิ่งที่สำคัญกว่าคือความครอบคลุม ละอองขนาด 15 ถึง 30 ไมครอนลอยและตกลงบนเบาะโฟม ที่นอน ตุ๊กตาผ้า พรม และผนัง ซึ่งเป็นวัสดุที่ผ้าเช็ดไม่เคยทำความสะอาดได้เลย

ในภาคเรียนถัดมา โรงเรียนไม่ต้องปิดห้องเรียนเลยแม้แต่ครั้งเดียว และเมื่อมีเด็กป่วย จำนวนเด็กที่ป่วยตามในห้องเดียวกันลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับปีก่อน

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงทีละด้าน

วัสดุผ้าและโฟมทำความสะอาดด้วยการเช็ดไม่ได้

ห้องเรียนอนุบาลเต็มไปด้วยเบาะโฟม ตุ๊กตาผ้า พรม และที่นอน ซึ่งเป็นวัสดุที่ปลอดภัยกับเด็กแต่เช็ดด้วยแอลกอฮอล์ไม่ได้ จึงกลายเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยถูกจัดการ

ห้องนอนกลางวันคือจุดเสี่ยงสูงสุดของวัน

เด็กยี่สิบกว่าคนนอนใกล้กันในระยะไม่ถึงหนึ่งเมตรเป็นเวลาสองชั่วโมงทุกวัน ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่เอื้อต่อการแพร่กระจายมากที่สุด แต่ที่นอนกลับไม่เคยถูกฆ่าเชื้อ

การปิดห้องเรียนกระทบทั้งครอบครัว

การปิดห้องเรียนสามวันหมายถึงผู้ปกครองยี่สิบกว่าครอบครัวต้องหาคนดูแลลูกกะทันหันหรือลางาน ซึ่งเป็นภาระที่ใหญ่กว่าที่โรงเรียนมองเห็น

ความเชื่อมั่นของผู้ปกครองที่หายไป

เมื่อเด็กป่วยพร้อมกันเป็นกลุ่ม ผู้ปกครองจะตั้งคำถามกับมาตรการของโรงเรียนทันที และการสูญเสียนักเรียนไม่กี่คนก็กระทบรายได้ทั้งปีการศึกษา

ทำไมวิธีที่ใช้กันอยู่จึงไม่พอ

เช็ดของเล่นพลาสติกทุกเย็น

เป็นสิ่งที่ควรทำและทำถูกแล้ว แต่จัดการได้เฉพาะของเล่นพื้นผิวแข็ง ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสิ่งที่เด็กสัมผัสจริงในห้องเรียน

เปลี่ยนผ้าปูที่นอนทุกสัปดาห์

ผ้าปูสะอาดแต่ตัวที่นอนโฟมและหมอนด้านในไม่เคยถูกทำความสะอาด ซึ่งเป็นจุดที่เด็กแนบหน้าอยู่สองชั่วโมงทุกวัน

นำตุ๊กตาผ้าไปซักทุกเดือน

ความถี่ห่างเกินไปสำหรับช่วงที่มีการระบาด และในทางปฏิบัติมักซักไม่ทันเพราะต้องรอตากให้แห้งก่อนนำกลับมาใช้

เปิดหน้าต่างระบายอากาศ

ช่วยได้จริงและควรทำ แต่ไม่ได้จัดการเชื้อที่ตกลงบนเบาะ ที่นอน และพรมไปแล้ว ซึ่งยังคงอยู่ที่นั่นจนถึงวันรุ่งขึ้น

ปิดห้องเรียนเมื่อมีเด็กป่วยหลายคน

เป็นการแก้ที่ปลายทางเมื่อเกิดเหตุแล้ว มีต้นทุนสูงทั้งกับโรงเรียนและผู้ปกครอง และไม่ได้ป้องกันครั้งถัดไป

ทำไมละอองฝอย ULV จึงตอบโจทย์ห้องเรียนเด็กเล็ก

สิ่งที่ห้องเรียนอนุบาลต้องการคือวิธีที่เข้าถึงวัสดุผ้าและโฟมได้ ใช้เวลาน้อยพอที่ครูทำได้ทุกวัน และไม่ทิ้งสารตกค้างที่เป็นอันตรายกับเด็ก

เครื่องพ่นละอองฝอย ULV ตอบทั้งสามข้อ เพราะละอองขนาดเล็กลอยเข้าถึงทุกซอกและตกเคลือบพื้นผิวทุกชนิดรวมถึงผ้าและโฟม ใช้เวลาต่อห้องเพียงไม่กี่นาที

AIROFOG U260 เป็นเครื่องพ่นละอองฝอย ULV จากแบรนด์ Airofog ประเทศเยอรมนี มอเตอร์ 800 วัตต์ หัวฉีดปรับระดับได้ ละอองขนาด 15 ถึง 30 ไมครอน ออกแบบมาสำหรับงานฉีดพ่นฆ่าเชื้อโดยเฉพาะ

และเพราะใช้ได้กับน้ำยาฆ่าเชื้อทุกชนิดที่ผสมน้ำ โรงเรียนจึงเลือกน้ำยาที่เหมาะกับพื้นที่ที่มีเด็กเล็กใช้งานได้ตามคำแนะนำของผู้ผลิตน้ำยา

10 เหตุผลที่เลือก AIROFOG U260 จาก World Health Disinfection

1. เข้าถึงเบาะ ที่นอน และตุ๊กตาผ้าได้

ละอองขนาดเล็กตกเคลือบวัสดุผ้าและโฟมได้ทั่วถึง ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ในห้องเรียนอนุบาลที่การเช็ดทำไม่ได้เลย

2. ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีต่อห้อง

ห้องเรียนหนึ่งห้องใช้เวลาประมาณสามถึงสี่นาที ทำให้ครูเวรพ่นครบทุกห้องได้ภายในเวลาไม่ถึงสี่สิบนาทีหลังเลิกเรียน

3. ละออง 15 ถึง 30 ไมครอนที่กระจายตัวสม่ำเสมอ

ขนาดละอองในช่วงนี้ลอยได้นานพอจะกระจายทั่วห้องและตกเคลือบพื้นผิวอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่เปียกเฉพาะจุดที่ฉีดตรงๆ

4. ทำงานแบบเย็น ไม่มีควัน ใช้ในอาคารได้

ต่างจากเครื่องพ่นหมอกควันที่ใช้ความร้อน เครื่องพ่นละอองฝอย ULV ไม่มีความร้อนและไม่มีควัน จึงใช้ในห้องเรียนที่มีระบบตรวจจับควันได้

5. เลือกน้ำยาที่เหมาะกับเด็กเล็กได้

ใช้ได้กับน้ำยาฆ่าเชื้อทุกชนิดที่ผสมน้ำ โรงเรียนจึงเลือกสูตรที่ผู้ผลิตระบุว่าเหมาะกับพื้นที่ที่มีเด็กใช้งานได้

6. ครูใช้งานเองได้หลังการอบรมสั้นๆ

การใช้งานไม่ซับซ้อน ครูเวรเรียนรู้ขั้นตอนได้ในหนึ่งรอบการสาธิต และทำตามขั้นตอนที่เขียนไว้ได้อย่างปลอดภัย

7. ประหยัดกว่าการจ้างพ่นเป็นครั้งคราวมาก

โรงเรียนพ่นได้ทุกวันด้วยต้นทุนน้ำยาต่อครั้งที่ต่ำ แทนที่จะจ้างบริษัทภายนอกมาพ่นเดือนละครั้งซึ่งไม่ตรงกับจังหวะการระบาดจริง

8. เป็นแบรนด์ที่โรงพยาบาลและห้องปฏิบัติการใช้

AIROFOG เป็นแบรนด์เยอรมันที่ใช้ในโรงพยาบาลและห้องปฏิบัติการ ซึ่งเป็นข้อมูลที่โรงเรียนใช้สื่อสารกับผู้ปกครองได้อย่างมั่นใจ

9. มีผลทดสอบเชื้อก่อนและหลังการพ่น

มีผลเปรียบเทียบการเก็บตัวอย่างเชื้อบนพื้นผิวจริงก่อนและหลังการพ่น ซึ่งเป็นเอกสารที่โรงเรียนใช้ชี้แจงผู้ปกครองได้

10. มีทีมงานไทยดูแลหลังการขาย

World Health Disinfection ให้คำแนะนำการใช้งาน การเลือกน้ำยา อะไหล่ และบริการซ่อมบำรุงในประเทศ พร้อมให้คำปรึกษาตลอดอายุการใช้งาน

ก่อนใช้ และ หลังใช้

ก่อนใช้

  • ทำความสะอาดได้เฉพาะของเล่นพลาสติกและพื้นผิวแข็ง
  • เบาะโฟม ที่นอน ตุ๊กตาผ้า และพรมไม่เคยถูกฆ่าเชื้อ
  • เด็กป่วยทางเดินหายใจ 14 คนจาก 22 คนภายในสัปดาห์เดียว
  • ต้องปิดห้องเรียนสามวัน
  • ผู้ปกครองสามครอบครัวแจ้งว่าจะพิจารณาย้ายโรงเรียน
  • โรงเรียนตอบคำถามผู้ปกครองเรื่องมาตรการได้ไม่ชัดเจน

หลังใช้

  • ละอองเข้าถึงเบาะ ที่นอน ตุ๊กตาผ้า พรม และผนัง
  • พ่นครบทุกห้องภายในไม่ถึงสี่สิบนาทีหลังเลิกเรียน
  • ครูเวรดำเนินการเองได้ตามขั้นตอนที่กำหนด
  • ภาคเรียนถัดมาไม่ต้องปิดห้องเรียนเลยแม้แต่ครั้งเดียว
  • จำนวนเด็กที่ป่วยตามในห้องเดียวกันลดลงชัดเจน
  • มีเอกสารและผลทดสอบใช้ชี้แจงผู้ปกครองได้

ขั้นตอนการใช้งาน 3 ขั้น

1. เตรียมห้องหลังเด็กกลับบ้าน

เก็บอาหาร ภาชนะ และของใช้ส่วนตัวของเด็กออกจากห้อง จัดวางเบาะและที่นอนให้กระจายไม่ทับซ้อนกัน แล้วผสมน้ำยาตามอัตราส่วนที่ฉลากกำหนด

2. พ่นจากด้านในออกสู่ประตู

เริ่มจากมุมในสุดของห้องแล้วถอยออกมา กวาดหัวฉีดช้าและสม่ำเสมอ ให้ละอองมีเวลาลอยและตกเคลือบเบาะ ที่นอน และพรมอย่างทั่วถึง

3. ปิดห้องตามเวลาที่กำหนดแล้วระบายอากาศ

ปิดห้องตามเวลาที่ระบุในเอกสารของน้ำยา แล้วเปิดหน้าต่างระบายอากาศให้เรียบร้อยก่อนเปิดใช้ห้องในเช้าวันถัดไป

ครูเราเช็ดของเล่นทุกเย็นมาตลอด เราไม่เคยคิดเลยว่าที่นอนกลางวันคือจุดที่เสี่ยงที่สุด พอเริ่มพ่นทุกวันหลังเลิกเรียน ภาคเรียนที่ผ่านมาเราไม่ต้องปิดห้องเรียนเลยสักครั้ง และตอบคำถามผู้ปกครองได้ชัดเจนขึ้นมาก

อาจารย์เพ็ญศรี - ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาล จ.นครปฐม

จุดเสี่ยงในห้องเรียนอนุบาลที่มักถูกมองข้าม

ที่นอนและหมอนในห้องนอนกลางวันคือจุดเสี่ยงอันดับหนึ่ง เพราะเด็กแนบหน้ากับมันสองชั่วโมงทุกวัน และตัววัสดุด้านในไม่เคยถูกทำความสะอาดเลย

เบาะโฟมและพรมมุมหนังสือเป็นจุดที่สอง เพราะเด็กนั่งกับพื้น คลาน และนอนคว่ำบนวัสดุเหล่านี้ตลอดวัน แต่เป็นวัสดุที่เช็ดด้วยแอลกอฮอล์ไม่ได้

ตุ๊กตาผ้าและหุ่นมือเป็นจุดที่สาม เพราะเด็กกอด อม และส่งต่อกันตลอดเวลา แต่ซักได้ไม่บ่อยพอเพราะต้องรอตากให้แห้ง

จุดสุดท้ายที่มักลืมคือผนังในระดับความสูงของเด็ก ซึ่งอยู่ต่ำกว่าที่ผู้ใหญ่มองและเป็นระดับที่เด็กหายใจ ไอ และจามใส่โดยตรงตลอดวัน

สื่อสารมาตรการกับผู้ปกครองให้ได้ผล

อธิบายเป็นขั้นตอนที่จับต้องได้ ไม่ใช่คำว่าทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ ระบุให้ชัดว่าพ่นห้องไหน บ่อยแค่ไหน เวลาใด และใช้น้ำยาอะไร

แสดงเอกสารประกอบ เช่น ผลทดสอบเชื้อก่อนและหลังการพ่น และเอกสารความปลอดภัยของน้ำยาที่ใช้ ซึ่งช่วยตอบคำถามเรื่องความปลอดภัยกับเด็กได้ตรงจุด

เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองเห็นขั้นตอนจริง เช่น ถ่ายคลิปสั้นตอนพ่นห้องแล้วส่งในกลุ่มไลน์ ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นได้มากกว่าคำอธิบายเป็นข้อความหลายเท่า

บันทึกการพ่นทุกครั้งเป็นตาราง ระบุห้อง วันเวลา น้ำยาและอัตราส่วน และผู้ปฏิบัติงาน เพื่อให้มีหลักฐานที่ตอบได้ทันทีเมื่อมีคำถามหรือเมื่อมีการตรวจจากหน่วยงาน

คำถามที่พบบ่อย

พ่นฆ่าเชื้อในห้องเรียนที่มีเด็กเล็กปลอดภัยไหม

ปลอดภัยเมื่อพ่นในเวลาที่ไม่มีเด็กอยู่ ใช้น้ำยาที่ผู้ผลิตระบุว่าเหมาะกับพื้นที่ที่มีเด็กใช้งาน และเว้นระยะเวลาตามเอกสารก่อนเปิดใช้ห้อง

พ่นแล้วเบาะกับที่นอนจะเปียกไหม

ไม่เปียกแบบชุ่ม เพราะละอองขนาด 15 ถึง 30 ไมครอนมีปริมาณน้ำต่อพื้นที่ต่ำมาก พื้นผิวจะแห้งเองภายในเวลาไม่นานหลังพ่น

ควรพ่นบ่อยแค่ไหน

ในภาวะปกติแนะนำทุกวันหลังเลิกเรียนสำหรับห้องเรียนและห้องนอนกลางวัน และเพิ่มความถี่หรือพ่นซ้ำระหว่างวันเมื่อมีเด็กป่วยในห้อง

ครูใช้เครื่องเองได้ไหม

ได้ การใช้งานไม่ซับซ้อน เราสาธิตและมอบขั้นตอนเป็นเอกสารให้ ครูเวรสามารถทำตามได้อย่างปลอดภัยหลังการอบรมสั้นๆ

ต่างจากเครื่องพ่นหมอกควันอย่างไร

เครื่องพ่นหมอกควันใช้ความร้อนและเหมาะกับกลางแจ้ง ส่วนเครื่องพ่นละอองฝอย ULV ทำงานแบบเย็น ไม่มีควัน จึงเหมาะกับห้องเรียนและอาคารที่มีระบบตรวจจับควัน

ใช้กับน้ำยายี่ห้อที่โรงเรียนใช้อยู่ได้ไหม

ได้ AIROFOG U260 ใช้ได้กับน้ำยาฆ่าเชื้อทุกชนิดที่ผสมกับน้ำได้ โรงเรียนจึงไม่ต้องเปลี่ยนน้ำยาที่คุ้นเคยอยู่แล้ว

มีผลทดสอบให้ชี้แจงผู้ปกครองไหม

มี เรามีผลเปรียบเทียบการเก็บตัวอย่างเชื้อบนพื้นผิวจริงก่อนและหลังการพ่น ซึ่งโรงเรียนนำไปใช้สื่อสารกับผู้ปกครองได้

มีบริการหลังการขายไหม

มี World Health Disinfection ดูแลทั้งคำแนะนำการใช้งาน การเลือกน้ำยา อะไหล่ และบริการซ่อมบำรุงในประเทศ

ห้องเรียนที่สะอาดจริง ต้องสะอาดถึงเบาะและที่นอน

ในห้องเรียนเด็กเล็ก พื้นที่ส่วนใหญ่ที่เด็กสัมผัสจริงคือวัสดุผ้าและโฟม ซึ่งเป็นสิ่งที่การเช็ดทำความสะอาดไม่ได้ การป้องกันที่ได้ผลจึงต้องเข้าถึงวัสดุเหล่านี้ด้วย

AIROFOG U260 เครื่องพ่นละอองฝอย ULV จากประเทศเยอรมนี มอเตอร์ 800 วัตต์ ละอองขนาด 15 ถึง 30 ไมครอน ทำงานแบบเย็นไม่มีควัน ใช้ได้กับน้ำยาฆ่าเชื้อทุกชนิดที่ผสมน้ำ

World Health Disinfection ยินดีให้คำปรึกษาเรื่องการเลือกเครื่องและน้ำยาให้เหมาะกับโรงเรียนของคุณโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ดูสินค้าและราคา AIROFOG U260 คลิกที่นี่

เครื่องพ่นละอองฝอย ULV คุณภาพเยอรมัน สำหรับโรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก โรงพยาบาล และสำนักงาน

AIROFOG U260 เครื่องพ่นละอองฝอย ULV

โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

#เครื่องพ่นฆ่าเชื้อโควิด19 #พ่นฆ่าเชื้อโรงเรียน #เครื่องพ่นละอองฝอยULV #AIROFOGU260 #ศูนย์เด็กเล็กปลอดภัย #WorldHealthDisinfection #ฆ่าเชื้อห้องเรียน

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้