Last updated: 6 ก.ย. 2569 | 13 จำนวนผู้เข้าชม |
เคสจริง - บริษัทเทคโนโลยี ย่านพระราม 9
เครื่องพ่นละอองฝอย ULV กับพื้นที่สำนักงานปิด: สิ่งที่ผ้าเช็ดกับสเปรย์ทำไม่ได้
ประชุมใหญ่วันเดียวจบไปแล้ว แต่สิ่งที่ตามมาคือใบลาป่วย 23 ใบใน 5 วันทำการ และคำถามจากผู้บริหารที่ตอบไม่ได้ว่า ทำไมทั้งที่เช็ดโต๊ะทุกวัน ยังเอาไม่อยู่
บริษัทแห่งนี้มีพนักงาน 120 คนบนสองชั้นของอาคารสำนักงาน ทำงานแบบเปิดโล่ง โต๊ะติดกัน มีห้องประชุมกระจกหกห้อง แพนทรีรวม และระบบปรับอากาศส่วนกลางที่หมุนเวียนอากาศทั้งชั้น
ต้นเดือนกันยายน 2569 บริษัทจัดประชุมใหญ่ประจำไตรมาส รวมพนักงานทั้งสองชั้นเข้าห้องประชุมรวมตั้งแต่เก้าโมงถึงบ่ายสามโมง มีการนำเสนอ ถามตอบ และรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันในห้องเดียว
สัปดาห์ถัดมา ฝ่ายบุคคลได้รับใบลาป่วยด้วยอาการทางเดินหายใจ 23 ใบภายในห้าวันทำการ ซึ่งคิดเป็นเกือบหนึ่งในห้าของพนักงานทั้งหมด และเกือบครึ่งของทีมที่นั่งอยู่ในโซนเดียวกับห้องประชุมนั้น
บริษัทนี้ไม่ได้ละเลยเรื่องสุขอนามัย ตรงกันข้าม พวกเขาทำมากกว่าออฟฟิศทั่วไปด้วยซ้ำ มีแม่บ้านเช็ดโต๊ะ ลูกบิด และราวบันไดด้วยแอลกอฮอล์ทุกเช้าและทุกบ่าย
มีเจลแอลกอฮอล์วางทุกจุดทางเข้า มีนโยบายให้พนักงานที่มีอาการทำงานจากบ้าน และมีการเปลี่ยนแผ่นกรองแอร์ตามรอบที่ผู้ดูแลอาคารกำหนด
แต่สิ่งที่ทั้งหมดนี้ทำได้คือการจัดการเชื้อบนพื้นผิวที่มือสัมผัส ซึ่งเป็นเพียงเส้นทางเดียวของการแพร่กระจาย และไม่ใช่เส้นทางหลักของเชื้อทางเดินหายใจในห้องปิดที่มีคนอยู่รวมกันหกชั่วโมง
เชื้อทางเดินหายใจแพร่ผ่านละอองที่ลอยอยู่ในอากาศและตกลงบนพื้นผิวทุกตารางเมตรของห้อง ไม่ใช่แค่บนโต๊ะที่มือแตะ ผ้าเช็ดจึงเก็บได้เพียงเศษเสี้ยวของพื้นที่จริง
ลองคิดเป็นตัวเลข ห้องประชุมขนาด 8 คูณ 12 เมตรมีพื้นที่พื้น 96 ตารางเมตร แต่พื้นที่ผิวทั้งหมดในห้องรวมผนัง ฝ้า เก้าอี้ ม่าน พรม และช่องแอร์ มากกว่านั้นหลายเท่า
การเช็ดด้วยผ้าครอบคลุมพื้นผิวแนวราบที่มือเอื้อมถึงเท่านั้น ซึ่งอาจไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ผิวจริง ส่วนที่เหลือไม่เคยถูกจัดการเลย
พื้นผิวที่ไม่มีใครเช็ดได้แก่ ผนังด้านหลังเก้าอี้ ใต้โต๊ะ ผ้าหุ้มเบาะ ช่องลมแอร์ ม่านปรับแสง และซอกระหว่างเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งล้วนเป็นที่ที่ละอองตกลงไปสะสม
นอกจากนั้น การเช็ดยังใช้เวลามาก ห้องประชุมหนึ่งห้องใช้เวลาเช็ดอย่างละเอียดประมาณสี่สิบนาที ซึ่งในทางปฏิบัติแม่บ้านไม่มีเวลาทำแบบนั้นทุกห้องทุกวัน
ผลกระทบแรกคือกำลังคน ทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่นั่งใกล้ห้องประชุมมีคนลาพร้อมกันเจ็ดคนจากสิบห้าคน ทำให้สปรินต์ที่กำลังจะส่งงานต้องเลื่อนออกไปสองสัปดาห์
ผลกระทบที่สองคือความเชื่อมั่นภายใน พนักงานเริ่มตั้งคำถามว่าบริษัทดูแลเพียงพอหรือไม่ และมีการร้องขอให้ยกเลิกกิจกรรมรวมกลุ่มที่วางแผนไว้ในไตรมาสถัดไป
ผลกระทบที่สามคือลูกค้า มีการเลื่อนนัดประชุมกับลูกค้าสองรายเพราะทีมที่รับผิดชอบป่วย และหนึ่งในนั้นถามตรงๆ ว่าบริษัทมีมาตรการอย่างไรก่อนจะส่งทีมไปที่ออฟฟิศของลูกค้า
ผู้บริหารสรุปในที่ประชุมว่า ต้นทุนของสองสัปดาห์นี้สูงกว่าค่าอุปกรณ์ฆ่าเชื้อทั้งปีหลายเท่า และตัดสินใจหาวิธีที่จัดการอากาศและพื้นผิวทั้งห้องได้จริง ไม่ใช่แค่ที่มือแตะ
บริษัทเริ่มใช้เครื่องพ่นละอองฝอย ULV AIROFOG U260 พ่นห้องประชุมทุกห้องหลังเลิกงาน และพ่นพื้นที่ทำงานเปิดโล่งสัปดาห์ละสองครั้งในช่วงเย็นหลังพนักงานกลับ
สิ่งแรกที่ทีมอาคารสังเกตเห็นคือเวลาที่ใช้ ห้องประชุมขนาดกลางหนึ่งห้องใช้เวลาพ่นประมาณสามถึงห้านาที เทียบกับการเช็ดอย่างละเอียดที่ใช้เวลาสี่สิบนาทีและยังไม่ทั่วถึง
สิ่งที่สองคือความครอบคลุม ละอองขนาด 15 ถึง 30 ไมครอนลอยกระจายและตกลงบนทุกพื้นผิวในห้อง รวมถึงผนัง ใต้โต๊ะ เบาะผ้า และซอกที่ผ้าเช็ดไม่เคยไปถึง
สิ่งที่สามคือตัวเลข ในไตรมาสถัดมา จำนวนวันลาป่วยด้วยอาการทางเดินหายใจของทั้งบริษัทลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่มีเหตุการณ์นี้
เชื้อทางเดินหายใจในออฟฟิศไม่ได้ทำให้คนป่วยทีละคน แต่ทำให้ทั้งทีมที่นั่งโซนเดียวกันป่วยพร้อมกัน ซึ่งกระทบงานที่มีกำหนดส่งโดยตรง
ค่าเสียหายจริงไม่ใช่เงินเดือนวันลา แต่คือโครงการที่เลื่อน ลูกค้าที่ต้องเลื่อนนัด และงานที่ตกไปเพิ่มให้คนที่ยังมาทำงาน
เมื่อคนป่วยพร้อมกันเป็นกลุ่มหลังกิจกรรมของบริษัท พนักงานจะเริ่มตั้งคำถามกับมาตรการ และการรวมกลุ่มครั้งถัดไปจะถูกต่อต้าน
ผนัง ใต้โต๊ะ เบาะผ้า ม่าน และช่องลมแอร์คือพื้นที่ผิวส่วนใหญ่ของห้อง แต่แทบไม่เคยอยู่ในขั้นตอนทำความสะอาดประจำวันของทีมแม่บ้าน
จัดการได้เฉพาะพื้นผิวแนวราบที่มือเอื้อมถึง ซึ่งเป็นสัดส่วนเล็กมากของพื้นที่ผิวจริงในห้อง และไม่ได้จัดการละอองที่ตกบนผนัง เบาะ และม่านเลย
เป็นมาตรการที่ดีสำหรับมือ แต่ไม่เกี่ยวกับเส้นทางการแพร่กระจายหลักของเชื้อทางเดินหายใจในห้องปิดที่มีคนอยู่รวมกันหลายชั่วโมง
ช่วยได้จริงในอาคารที่เปิดได้ แต่อาคารสำนักงานสมัยใหม่ส่วนใหญ่ปิดสนิทและใช้ระบบปรับอากาศส่วนกลาง จึงทำไม่ได้ในทางปฏิบัติ
ละอองจากกระป๋องสเปรย์มีขนาดใหญ่และตกเร็ว ครอบคลุมได้เฉพาะจุดที่ฉีดตรงๆ ใช้เวลานานมากกับห้องขนาดจริง และสิ้นเปลืองน้ำยาสูง
ได้ผลในวันที่มาพ่น แต่ค่าใช้จ่ายต่อครั้งสูงและนัดล่วงหน้ายาก ทำให้ทำได้ไม่บ่อยพอในช่วงที่มีการระบาดในชุมชน
หลักการของเครื่องพ่นละอองฝอย ULV คือการทำให้น้ำยาฆ่าเชื้อแตกตัวเป็นละอองขนาดเล็กมาก แล้วปล่อยออกไปในอากาศให้ลอยกระจายทั่วห้องก่อนตกลงบนพื้นผิว
ขนาดละอองคือหัวใจ ละอองที่ใหญ่เกินไปจะตกลงพื้นทันทีเหมือนการฉีดสเปรย์ ส่วนละอองขนาด 15 ถึง 30 ไมครอนจะลอยอยู่ในอากาศได้นานพอที่จะเข้าถึงทุกซอกของห้อง
AIROFOG U260 เป็นเครื่องพ่นละอองฝอย ULV จากแบรนด์ Airofog ประเทศเยอรมนี ที่ออกแบบมาสำหรับงานฉีดพ่นฆ่าเชื้อโดยเฉพาะ ด้วยมอเตอร์ 800 วัตต์ หัวฉีดปรับระดับได้ และละอองขนาด 15 ถึง 30 ไมครอน
ที่สำคัญสำหรับการใช้ในอาคารคือ เครื่องรุ่นนี้ใช้น้ำผสมกับน้ำยาฆ่าเชื้อได้ทุกชนิด จึงเลือกน้ำยาที่เหมาะกับพื้นที่ทำงานที่มีคนใช้ชีวิตอยู่ได้ ไม่จำเป็นต้องใช้สูตรน้ำมันที่ทิ้งคราบ
ขนาดละอองในช่วงนี้ลอยอยู่ในอากาศได้นานพอที่จะกระจายทั่วห้องและตกเคลือบพื้นผิวอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นสิ่งที่การเช็ดและการฉีดสเปรย์ทำไม่ได้
กำลังลมที่คงที่คือสิ่งที่ทำให้ขนาดละอองคงที่ตลอดการใช้งาน ไม่ใช่แค่ในนาทีแรก ซึ่งสำคัญมากเมื่อต้องพ่นหลายห้องต่อเนื่องในรอบเดียว
ห้องประชุมกระจก พื้นที่เปิดโล่ง และห้องเก็บของต้องการการกระจายละอองที่ต่างกัน การปรับหัวฉีดทำให้ใช้เครื่องเดียวกับทุกพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม
องค์กรเลือกน้ำยาที่ตรงกับข้อกำหนดของตัวเองได้ ไม่ถูกล็อกกับสูตรใดสูตรหนึ่ง และเลือกสูตรที่ปลอดภัยกับพื้นที่ที่มีคนทำงานอยู่ได้
ต่างจากเครื่องพ่นหมอกควันที่ใช้ความร้อนและเหมาะกับกลางแจ้ง เครื่องพ่นละอองฝอย ULV ทำงานแบบเย็น ไม่มีควัน จึงใช้ในสำนักงานปิดได้
ห้องประชุมขนาดกลางใช้เวลาพ่นประมาณสามถึงห้านาที ซึ่งเป็นเวลาที่ทีมอาคารทำได้จริงหลังเลิกงาน ต่างจากการเช็ดละเอียดที่ทำไม่ไหวทุกวัน
เพราะละอองมีขนาดเล็กและกระจายตัวดี ปริมาณน้ำยาที่ใช้ต่อพื้นที่จึงต่ำกว่าการฉีดสเปรย์แบบกระป๋องอย่างมีนัยสำคัญ
AIROFOG เป็นแบรนด์เยอรมันที่ใช้ในโรงพยาบาล ห้องปฏิบัติการ และสถานที่ที่ต้องการมาตรฐานความปลอดภัยสูง ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันคุณภาพในตัวเอง
World Health Disinfection มีผลเปรียบเทียบการเก็บตัวอย่างเชื้อบนพื้นผิวจริงก่อนและหลังการพ่น ซึ่งช่วยให้องค์กรใช้สื่อสารกับพนักงานและลูกค้าได้
ซื้อจาก World Health Disinfection มีทีมงานให้คำแนะนำการใช้ การเลือกน้ำยา อะไหล่ และบริการซ่อมบำรุงในประเทศ ไม่ใช่ซื้อแล้วจบ
เก็บเอกสารและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ควรโดนละออง ปิดระบบปรับอากาศ แล้วผสมน้ำยาฆ่าเชื้อกับน้ำตามอัตราส่วนที่ฉลากกำหนด
เริ่มพ่นจากมุมในสุดของห้องแล้วถอยออกมาทางประตู กวาดหัวฉีดช้าและสม่ำเสมอ ให้ละอองมีเวลาลอยและกระจายตัวก่อนตกลงบนพื้นผิว
ปิดห้องทิ้งไว้ตามเวลาที่ระบุในเอกสารของน้ำยาที่ใช้ แล้วจึงเปิดระบายอากาศก่อนให้คนเข้าใช้พื้นที่อีกครั้ง
เราเช็ดโต๊ะทุกวันมาตลอดและคิดว่าทำเต็มที่แล้ว จนวันที่คนป่วยพร้อมกัน 23 คนถึงรู้ว่าเราจัดการแค่ส่วนเล็กๆ ของห้อง พอเปลี่ยนมาใช้ U260 พ่นหลังเลิกงาน ห้องประชุมใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที และไตรมาสถัดมาตัวเลขวันลาป่วยลดลงจนเห็นได้ชัด
คุณกิตติพงษ์ - ผู้จัดการฝ่ายบริหารสำนักงาน บริษัทเทคโนโลยี ย่านพระราม 9
เครื่องพ่นหมอกควันใช้ความร้อนทำให้น้ำยาแตกตัวเป็นหมอกหนาแน่นที่มองเห็นชัด เหมาะกับงานกลางแจ้ง ท่อระบายน้ำ และพื้นที่รกทึบ แต่ไม่เหมาะกับการใช้ในอาคารที่มีระบบตรวจจับควัน
เครื่องพ่นละอองฝอย ULV ทำงานแบบเย็น ใช้กำลังลมจากมอเตอร์ทำให้น้ำยาแตกตัว ไม่มีความร้อนและไม่มีควัน จึงใช้ในสำนักงาน โรงพยาบาล ห้องเรียน และห้องปฏิบัติการได้
ในแง่ขนาดละออง ULV ให้ละอองที่เล็กและควบคุมได้แม่นยำกว่า ซึ่งเหมาะกับงานฆ่าเชื้อในพื้นที่ปิดที่ต้องการความครอบคลุมแต่ไม่ต้องการคราบตกค้าง
สำหรับองค์กรที่ต้องดูแลทั้งพื้นที่ในอาคารและพื้นที่รอบอาคาร การมีทั้งสองแบบคือคำตอบ แต่ถ้าเลือกได้แบบเดียวสำหรับงานในอาคาร เครื่องพ่นละอองฝอย ULV คือแบบที่ตรงกับงาน
เริ่มจากจัดลำดับพื้นที่ตามความเสี่ยง ห้องประชุมปิดที่มีคนอยู่รวมกันนานคือความเสี่ยงสูงสุด รองลงมาคือแพนทรี ห้องน้ำ และพื้นที่ทำงานเปิดโล่ง
กำหนดความถี่ตามความเสี่ยง ห้องประชุมควรพ่นหลังการใช้งานที่มีคนจำนวนมาก พื้นที่ทำงานเปิดโล่งสัปดาห์ละหนึ่งถึงสองครั้ง และเพิ่มความถี่ในช่วงที่มีการระบาดในชุมชน
เลือกเวลาที่ไม่มีคนอยู่ในพื้นที่ โดยทั่วไปคือหลังเลิกงานหรือก่อนเปิดออฟฟิศ และเว้นระยะเวลาตามที่เอกสารของน้ำยาระบุก่อนให้คนเข้าใช้พื้นที่
บันทึกทุกครั้งที่พ่นลงในแบบฟอร์มง่ายๆ ระบุพื้นที่ วันเวลา ชนิดและอัตราส่วนน้ำยา และผู้ปฏิบัติงาน บันทึกนี้มีค่ามากเมื่อต้องสื่อสารกับพนักงานหรือชี้แจงกับลูกค้า
ใช้ได้ แต่ควรปิดหรือคลุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เปิดอยู่ ปิดระบบปรับอากาศระหว่างพ่น และเว้นระยะเวลาตามที่น้ำยาระบุก่อนเปิดใช้พื้นที่
ใช้ได้กับน้ำยาฆ่าเชื้อทุกชนิดที่ผสมกับน้ำได้ ทำให้องค์กรเลือกสูตรที่ตรงกับข้อกำหนดและความปลอดภัยของพื้นที่ตัวเองได้
เพราะเป็นช่วงขนาดที่ลอยอยู่ในอากาศได้นานพอจะกระจายทั่วห้องและตกเคลือบพื้นผิวอย่างสม่ำเสมอ ละอองที่ใหญ่กว่านี้จะตกเร็วเกินไปและครอบคลุมไม่ทั่ว
ห้องประชุมขนาดกลางโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณสามถึงห้านาที ขึ้นอยู่กับขนาดห้องและอัตราการจ่ายที่ตั้งไว้
ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของพื้นที่ ห้องประชุมที่มีคนจำนวนมากควรพ่นหลังการใช้งาน ส่วนพื้นที่ทำงานทั่วไปสัปดาห์ละหนึ่งถึงสองครั้ง และเพิ่มความถี่ในช่วงที่มีการระบาด
ไม่ควรใช้แทน แต่ควรใช้ร่วมกัน การเช็ดจัดการคราบสกปรกและจุดสัมผัสสูง ส่วนการพ่นละอองฝอยครอบคลุมพื้นที่ผิวส่วนใหญ่ที่การเช็ดเข้าไม่ถึง
มี เรามีผลเปรียบเทียบการเก็บตัวอย่างเชื้อบนพื้นผิวจริงก่อนและหลังการพ่นด้วย AIROFOG U260 ให้ดูประกอบการตัดสินใจ
มี World Health Disinfection ดูแลทั้งการแนะนำการใช้งาน อะไหล่ และบริการซ่อมบำรุงในประเทศ พร้อมทีมงานที่ให้คำปรึกษาได้ตลอดอายุการใช้งาน
เชื้อทางเดินหายใจในพื้นที่ปิดไม่ได้อยู่แค่บนโต๊ะ มันอยู่ในอากาศและตกลงบนทุกพื้นผิวของห้อง การป้องกันที่ครอบคลุมจึงต้องจัดการทั้งห้อง ไม่ใช่เฉพาะจุดที่มือสัมผัส
AIROFOG U260 เครื่องพ่นละอองฝอย ULV จากประเทศเยอรมนี ออกแบบมาสำหรับงานฉีดพ่นฆ่าเชื้อโดยเฉพาะ ด้วยมอเตอร์ 800 วัตต์ หัวฉีดปรับระดับได้ และละอองขนาด 15 ถึง 30 ไมครอน ใช้ได้กับน้ำยาฆ่าเชื้อทุกชนิดที่ผสมน้ำ
World Health Disinfection พร้อมให้คำปรึกษาเรื่องการเลือกเครื่องและน้ำยาให้เหมาะกับพื้นที่ของคุณ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
เครื่องพ่นละอองฝอย ULV คุณภาพเยอรมัน สำหรับสำนักงาน โรงพยาบาล โรงเรียน โรงแรม และโรงงาน
AIROFOG U260 เครื่องพ่นละอองฝอย ULV
โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268
#เครื่องพ่นฆ่าเชื้อโควิด19 #เครื่องพ่นละอองฝอยULV #AIROFOGU260 #พ่นฆ่าเชื้อในอาคาร #ULVCoIdFogger #WorldHealthDisinfection #ฆ่าเชื้อสำนักงาน